[NEW] การศึกษาผลการใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือ ด้วยเทคนิคจิกซอว์ II (Jigsaw II) ร่วมกับสื่อแอปพลิเคชัน Nearpod และ QuizWhizzer เพื่อส่งเสริมกระบวนการทำงานกลุ่มของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสาธ | ต่า ย อรทัย ประวัติ – PINKAGETHAILAND

ต่า ย อรทัย ประวัติ: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

การศึกษาผลการใชร้ ูปแบบการเรียนร้แู บบร่วมมอื ด้วยเทคนคิ จิกซอว์ II (Jigsaw II)
ร่วมกบั สอ่ื แอปพลเิ คชัน Nearpod และ QuizWhizzer เพ่อื ส่งเสริมกระบวนการทางาน

กลุม่ ของนกั เรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่
ฝา่ ยมธั ยมศึกษา (ศึกษาศาสตร)์

คณะผู้วิจัย
1. นายทศั นุพล บุษราคา รหัสนักศึกษา 603050281 – 2
2. นายกฤดิภัค ขามประไพ รหสั นักศึกษา 603050333 – 9
นักศกึ ษาช้นั ปีท่ี 3 สาขาวชิ าสังคมศึกษา คณะศกึ ษาศาสตร์

อาจารยท์ ่ีปรกึ ษา
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.จตภุ ูมิ เขตจตั ุรสั
รองศาสตราจารย์ ดร.องั คณา ตุงคะสมิต
ผู้ช่วยศาสตราจารยจ์ รรยา บญุ มีประเสริฐ
รองศาสตราจารยเ์ พชรรตั น์ จงนมิ ติ รสถาพร

อาจารย์ณฐมน สุธนเกียรติกานต์

การวจิ ยั คร้ังนเ้ี ป็นส่วนหน่ึงของรายวชิ า ED003003 การวิจัยในชัน้ เรยี นเพ่ือพฒั นาการ
เรียนรู้

และรายวิชา ED193004 การวิจยั นวตั กรรมทางสังคมศึกษา
คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ปกี ารศกึ ษา 2562

The Results of Using Cooperative Learning Model with the Jigsaw II
Technique with Nearpod and QuizWhizzer Applications to Improve Group
Work Process of Mathayomsuksa 1 Students of the Demonstration School

of KhonKaen University, Secondary Division

Researchers

Mr. Thussanuphon Bussarakhum 603050281 – 2
603050333 – 9
Mr. Kritdipak Khampraphai

Advisers

Asst. Prof. Jatuphum Ketchatturat

Assoc. Prof. Angkana Tungkasamit

Asst. Prof. Janya Boonmeeprasert

Assoc. Prof. Phetcharat Jongnimitsathaporn

Mrs. Natthamol Suthonkiatkan

A Classroom Research Submitted in partial fulfilment of ED193004
RESEARCH FOR INNOVATIONS IN SOCIAL STUDIES and ED003003
CLASSROOM RESEACH
FOR LEARNING DEVELOPMENT
Faculty of Education, Khon Kaen University 2019

ชื่องานวจิ ยั : การศกึ ษาผลการใชร้ ูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมอื ด้วยเทคนิคจกิ ซอว์ II (Jigsaw II) ร่วมกับ
สื่อแอปพลิเคชัน Nearpod และ QuizWhizzer เพื่อส่งเสริมกระบวนการทางานกลุ่ม ของนักเรียนช้ัน
มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแกน่ ฝ่ายมัธยมศึกษา (ศึกษาศาสตร)์
ผู้วิจัย : นายทัศนุพล บุษราคา และนายกฤดภิ ัค ขามประไพ
อาจารย์ที่ปรึกษา : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จตุภูมิ เขตจตุรัส, รองศาสตราจารย์ดร.อังคณา ตุงคะสมิต,
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยจ์ รรยา บญุ มปี ระเสรฐิ , รองศาสตราจารยเ์ พชรรตั น์ จงนิมิตสถาพร , และ
อาจารย์ณฐมน สุธนเกยี รตกิ านต์
ปกี ารศึกษา : 2562

บทคดั ย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการทางานกลุ่มและความพึงพอใจของนักเรียนท่ี
มีต่อวิธีการสอนแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิคจิกซอว์ II (Jigsaw II) ร่วมกับสื่อแอปพลิเคชัน
Nearpod และ QuizWhizzer เพื่อส่งเสริมกระบวนการทางานกลุ่มของนักเรียน กลุ่มเป้าหมาย คือ
นักเรียนขั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้อง 4 จานวน 35 คน โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่าย
มัธยมศึกษา (ศกึ ษาศาสตร์) ปีการศกึ ษา 2562 ได้จากการเลอื กกลุม่ ตวั อยา่ งแบบเจาะจง เคร่ืองมือท่ีใชใ้ น
การวิจัย ประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้รูปแบบร่วมมือ ด้วยเทคนิค
จิกซอว์ II (Jigsaw II) ร่วมกับสื่อแอปพลิเคชัน Nearpod และ QuizWhizzer แบบสังเกตพฤติกรรม
กระบวนการทางานกลุ่ม และแบบประเมินความพึงพอใจของนกั เรียนที่มีต่อการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ ใช้
การวิเคราะห์เชิงบรรยาย และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ โดยการหาค่าสถิติพื้นฐาน คือ ค่าร้อยละ
ค่าเฉลยี่ เลขคณติ และส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า 1) กระบวนการทางานกลุ่มในภาพรวม จากจานวนนักเรียนทั้งหมด 35 คน มี
นักเรียนผ่านเกณฑ์ จานวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 57.14 โดยนักเรียนมีคะแนนพฤติกรรมกระบวนการ
ทางานกลุ่มในภาพรวม คิดเป็นร้อยละ 66.3 ถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินที่ตั้งไว้ คือ นักเรียนร้อยละ
70 ขึ้นไปมีคะแนนพฤติกรรมกระบวนการทางานกลุ่มร้อยละ 70 ขึ้นไป 2) ความพึงพอใจ ในภาพรวมอยู่
ในระดบั “มาก” เทา่ กับ 3.90 สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน 0.81 เมอ่ื พิจารณารายดา้ น พบว่า นักเรยี นมคี วาม
พึงพอใจสูงที่สุด คือ ด้านครูผู้สอน โดยมีค่าเฉลี่ย 4.03 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.80 รองลงมาคือ
ด้านกระบวนการจัดการเรียนรู้ โดยมีค่าเฉลี่ย 3.94 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.80 และด้านทีน่ ักเรยี น
มีความพึงพอใจต่าที่สุด คือ ด้านบรรยากาศในชั้นเรียน โดยมีค่าเฉลี่ย 3.69 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
0.84

Abstract

The purpose of this study was to examine students’ group working process and
satisfaction with the cooperative learning model using Jigsaw II technique with the
applications Nearpod and QuizWhizzer to improve group work processes. The target group
was 35 Mathayomsuksa 1 students in room 4 of the demonstration of school Khon Kaen
university, secondary division, academic year 2019. The study was conducted using the
experimental research format. The research instruments consisted of a lesson plan using
the cooperative learning model with Jigsaw II techniques with the applications Nearpod
and QuizWhizzer, a behavioral observation form for group working process and a student
satisfaction assessment form for learning activities. The analysis uses descriptive analysis
and quantitative analysis using basic statistics which are percentage, arithmetic mean and
standard deviation.

The study revealed that 1 ) In terms of overall group work process of the total of
35 students, there were 20 qualified students, accounting for 57.14% of the students, with
the overall scores of behavioral group work processes accounting for 66.3 percent. These
were considered not passing the assessment criteria set that 70 percent or more of
students have group behavioral process scores 70 percent or more. 2) Overall satisfaction
was at the “high” level equaling to 3.90 standard deviation 0.81. When considering each
aspect, it was found that the students had the highest satisfaction with the teacher aspect
with an average of 4.03 and a standard deviation of 0.80. This was followed by the learning
management process with an average of 3.94 and standard deviation 0.80. The least
satisfied aspect was the atmosphere in the classroom with an average of 3.69 and a
standard deviation of 0.84.

กิตติกรรมประกาศ

รายงานการวิจัย เรื่อง การศึกษาผลการใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือ ด้วยเทคนิคจิกซอว์ II
(Jigsaw II) ร่วมกับสื่อแอปพลิเคชัน Nearpod และ QuizWhizzer เพื่อส่งเสริมกระบวนการทางานกลุ่ม
ของนกั เรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 โรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ ฝ่ายมธั ยมศึกษา (ศกึ ษาศาสตร์)

ผ้วู จิ ยั ขอขอบพระคณุ รองศาสตราจารย์ดร.องั คณา ตงุ คะสมิต รองศาสตราจารยเ์ พชรรตั น์
จงนมิ ิตรสถาพร ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.มณฑา ช่มุ สคุ นธ์ ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.จตุภูมิ เขตจตรุ สั ,
ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์จรรยา บุญมีประเสริฐ และอาจารย์ณฐมน สธุ นเกยี รตกิ านต์ อาจารย์ที่ปรึกษางานวิจัย
ท่ีคอยให้คาปรึกษาในการทาวิจัย พร้อมทั้งให้ความรู้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการวิจัย ตลอดจนช่วยแก้ไข
ข้อบกพร่องของการทาวิจัย ซึ่งงานวิจัยชิ้นนี้จะสามาถเป็นแนวทางให้กับผู้ที่สนใจ หรือนักการศึกษา
ครูผสู้ อน ผู้ท่ีเกี่ยวข้อง ไดน้ าไปต่อยอดในการศกึ ษาตอ่ ไป ผวู้ ิจยั ขอกราบขอบพระคณุ อยา่ งสงู

ผูว้ จิ ยั ขอขอบคุณผู้อานวยการ คณะครู และนักเรยี นช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 1 ห้องท่ี 4 โรงเรียนสาธิต
มหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายมัธยมศึกษา (ศึกษาศาสตร์) ที่ให้ความร่วมมือและอนุญาตให้ผู้วิจัย ได้เข้าไป
ทาการศกึ ษาบรบิ ทโรงเรียนและจัดกจิ กรรมการเรียนรูใ้ นช้ันเรียน รวมทง้ั ให้ขอ้ มูลในการวจิ ยั ครั้งนี้

สุดทา้ ยน้ี ขอขอบพระคุณบิดามารดา คณาจารย์ ทป่ี ระสิทธิ์ประสาทวทิ ยาความรู้ท้ังปวงแก่ผู้วจิ ัย
หากว่างานวจิ ยั ในครั้งนีม้ สี ว่ นผิดพลาดประการใด ต้องขอ อภัยมา ณ ทน่ี ้ีด้วย

ผูว้ จิ ยั

สารบญั

หน้า

บทคดั ย่อ…………………………………………………………………………………………………………………ก
กิตตกิ รรมประกาศ…………………………………………………………………………………………………….ค
สารบญั ……………………………………………………………………………………………………………………ง
สารบัญตาราง…………………………………………………………………………………………………………..ช
สารบัญภาพ……………………………………………………………………………………………………………..ซ
สารบัญแผนภาพ……………………………………………………………………………………………………….ญ
บทที่ 1 บทนา…………………………………………………………………………………………………………..1

ความเป็นมาและความสาคัญของปญั หา…………………………………………………………………..1
คาถามการวจิ ยั …………………………………………………………………………………………………….3
วตั ถุประสงคข์ องการวิจยั ………………………………………………………………………………………4
ขอบเขตในการวิจยั ……………………………………………………………………………………………….4
นยิ ามศัพทเ์ ฉพาะ………………………………………………………………………………………………….5
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รบั ……………………………………………………………………………………..6
บทท่ี 2 เอกสารและงานวิจยั ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง…………………………………………………………………………7
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 และหลักสตู ร…………………….9
สถานศกึ ษา โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายมัธยมศึกษา (ศกึ ษาศาสตร์)
ทฤษฎีและแนวคดิ ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั วธิ กี ารเรยี นร้แู บบรว่ มมอื ด้วยเทคนคิ จกิ ซอว์ II…………….22
ทฤษฎแี ละแนวคดิ ท่ีเกีย่ วข้องกบั กระบวนการในการทางานกลมุ่ ………………………………….34
ทฤษฎแี ละแนวคดิ เกีย่ วกับความพึงพอใจ………………………………………………………………….43
สือ่ แอปพลิเคชัน Nearpod…………………………………………………………………………………….45
สื่อแอปพลเิ คชัน QuizWhizzer………………………………………………………………………………47
การวิจัยท่ีเก่ียวข้อง………………………………………………………………………………………………..58
กรอบแนวคิดในการวิจยั …………………………………………………………………………………………61

สารบญั (ตอ่ )

หน้า

บทท่ี 3 วิธีดาเนินการวจิ ยั ………………………………………………………………………………………….62
กลมุ่ เป้าหมาย……………………………………………………………………………………………………..62
ตัวแปรท่ีทาการวิจยั ……………………………………………………………………………………………..62
ระเบยี บวิธีวิจยั …………………………………………………………………………………………………….63
เครอื่ งมอื ทใ่ี ช้ในการทาวิจยั ……………………………………………………………………………………63
การสร้างและหาประสทิ ธิภาพของเคร่อื งมือ……………………………………………………………..64
การเก็บรวบรวมขอ้ มลู …………………………………………………………………………………………..72
การวิเคราะหข์ ้อมลู ……………………………………………………………………………………………….73

บทท่ี 4 ผลการวจิ ยั และอภปิ รายผล……………………………………………………………………………..75
ผลการศกึ ษากระบวนการทางานกลมุ่ ของนกั เรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ในรายวชิ า………..75
สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรอ่ื ง สถานภาพและบทบาท ด้วยวธิ กี ารสอน
แบบการเรียนรู้แบบร่วมมอื ดว้ ยเทคนิคจิกซอว์ II (Jigsaw II) รว่ มกับสื่อ
แอปพลิเคชนั Nearpod และ QuizWhizzer
ผลการศึกษาความพึงพอใจของนกั เรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ต่อรายวิชา สังคมศึกษา……78
ศาสนาและวฒั นธรรม เรอ่ื ง สถานภาพและบทบาท ของนกั เรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
ดว้ ยวิธกี ารสอนแบบการเรยี นรแู้ บบร่วมมอื ดว้ ยเทคนคิ จกิ ซอว์ II (Jigsaw II)
ร่วมกับส่ือแอปพลิเคชนั Nearpod และ QuizWhizzer
อภิปรายผล…………………………………………………………………………………………………………84

บทที่ 5 สรปุ ผลการวิจัย และขอ้ เสนอแนะ…………………………………………………………………….88
วัตถปุ ระสงค์ของการวิจัย………………………………………………………………………………………88
วิธดี าเนินการวจิ ยั …………………………………………………………………………………………………89
สรุปผลการวจิ ยั ……………………………………………………………………………………………………90
ข้อเสนอแนะ……………………………………………………………………………………………………….91

บรรณานุกรม……………………………………………………………………………………………………………92

สารบญั (ต่อ)

หน้า

ภาคผนวก………………………………………………………………………………………………………………..95
ภาคผนวก ก ผ้เู ชย่ี วชาญและเอกสารทางราชการ……………………………………………………..96
ภาคผนวก ข เครอื่ งมอื ทีใ่ ชใ้ นการวิจัย……………………………………………………………………..102
ภาคผนวก ค ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล………………………………………………………………………..132
ภาคผนวก ง ภาพกจิ กรรม และผลงานนกั เรียน ประวตั ิผ้วู จิ ัย……………………………………..141

ประวตั ิผู้วจิ ัย……………………………………………………………………………………………………………..150

สารบญั ตาราง

หนา้

ตารางท่ี 1 โครงสรา้ งรายวชิ า กลมุ่ สาระสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ระดบั ชัน้ ………………..17
มัธยมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ ฝา่ ยมัธยมศกึ ษา (ศกึ ษาศาสตร์
ตารางท่ี 2 แสดงคะแนนพฤติกรรมกระบวนการทางานกลุ่มของนักเรียนจากการใชร้ ปู แบบ…………76
การเรียนรูแ้ บบร่วมมือ ด้วยเทคนิคจิกซอว์ 2 (Jigsaw II) รว่ มกับสื่อแอปพลเิ คชัน
Nearpod และ QuizWhizzer
ตารางที่ 3 แสดงคะแนนพฤติกรรมกระบวนการทางานกลุม่ ของนักเรยี นจากการใชร้ ูปแบบ…………77
การเรียนรแู้ บบร่วมมือ ดว้ ยเทคนิคจิกซอว์ 2 (Jigsaw II) รว่ มกับสอื่ แอปพลิเคชัน
Nearpod และ QuizWhizzer
ตารางท่ี 4 แสดงการสรปุ ผลการวิเคราะหข์ อ้ มูลความพงึ พอใจของนักเรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษา………….78
ปีท่ี 1 โรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝา่ ยมธั ยมศึกษา (ศกึ ษาศาสตร)์
ตารางที่ 5 แสดงผลการวิเคราะหแ์ ผนการจดั การเรียนรู้ โดยผูเ้ ชย่ี วชาญ จานวน 5 รายการ………..133
14 ข้อ
ตารางที่ 6 แสดงผลการวิเคราะหแ์ บบประเมินคณุ ภาพแบบสังเกตพฤตกิ รรมกระบวนการ………….135
ทางานกลุม่ โดยผู้เช่ียวชาญจานวน 4 รายการ
ตารางท่ี 7 แสดงผลการวิเคราะห์คณุ ภาพรายขอ้ จากแบบประเมินความถงึ พอใจของผเู้ รียน………..136
โดยผูเ้ ชยี่ วชาญ จานวน 18 ข้อ
ตารางที่ 8 แสดงผลคะแนนของนกั เรยี นจากแบบสังเกตพฤตกิ รรมกระบวนการทางานกลุ่ม…………136
ตารางท่ี 9 แสดงผลคะแนนของนกั เรยี นจากแบบสงั เกตพฤติกรรมกระบวนการทางานกลุ่ม…………138
ตารางที่ 10 แสดงผลคะแนนของนกั เรยี นจากการทาแบบประเมินความพงึ พอใจของผู้เรยี นทม่ี ี……138
ตอ่ การจัดการเรยี นรู้

สารบญั ภาพ

หน้า

ภาพท่ี 1 แสดงวิธกี ารใช้สื่อแอปพลิเคชัน QuizWhizzer……………………………………………………….48
ภาพที่ 2 แสดงวิธีการใช้สอ่ื แอปพลเิ คชนั QuizWhizzer……………………………………………………….49
ภาพท่ี 3 แสดงวิธีการใชส้ อ่ื แอปพลเิ คชัน QuizWhizzer……………………………………………………….49
ภาพท่ี 4 แสดงวิธกี ารใชส้ อ่ื แอปพลเิ คชนั QuizWhizzer……………………………………………………….50
ภาพที่ 5 แสดงวิธกี ารใช้ส่อื แอปพลิเคชัน QuizWhizzer……………………………………………………….51
ภาพท่ี 6 แสดงวธิ กี ารใช้สอ่ื แอปพลเิ คชนั QuizWhizzer……………………………………………………….52
ภาพท่ี 7 แสดงวิธกี ารใช้สอื่ แอปพลเิ คชัน QuizWhizzer……………………………………………………….52
ภาพที่ 8 กราฟแสดงจานวนนักเรียนท่ผี ่านเกณฑแ์ ละไมผ่ ่านเกณฑ.์ ………………………………………..76
ภาพท่ี 9 กราฟแสดงแสดงคะแนนพฤติกรรมกระบวนการทางานกลุ่ม……………………………………..77
ภาพท่ี 10 กราฟแสดงคา่ รอ้ ยละความพงึ พอใจของนักเรียนแต่ละรายการ………………………………..82
ภาพที่ 11 กราฟแสดงค่าเฉลย่ี ความพงึ พอใจของนักเรียนแตล่ ะด้าน………………………………………..83
ภาพท่ี 12 บรรยากาศการจัดกิจกรรมการเรียนร.ู้ …………………………………………………………………142
ภาพท่ี 13 บรรยากาศการจัดกิจกรรมการเรียนร.ู้ …………………………………………………………………142
ภาพที่ 14 บรรยากาศการจัดกจิ กรรมการเรยี นร.ู้ ………………………………………………………………….143
ภาพที่ 15 บรรยากาศการจัดกิจกรรมการเรียนร.ู้ ………………………………………………………………….143
ภาพท่ี 16 บรรยากาศการจดั กิจกรรมการเรยี นร.ู้ ………………………………………………………………….144
ภาพที่ 17 บรรยากาศการจัดกจิ กรรมการเรยี นร.ู้ ………………………………………………………………….144
ภาพท่ี 18 บรรยากาศการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้…………………………………………………………………..145
ภาพท่ี 19 บรรยากาศการจดั กจิ กรรมการเรียนร.ู้ ………………………………………………………………….145
ภาพที่ 20 ผลงานกลมุ่ วศิ วกร…………………………………………………………………………………………….146
ภาพท่ี 21 ผลงานกล่มุ ตารวจ…………………………………………………………………………………………….146
ภาพท่ี 21 ผลงานกลมุ่ คร.ู …………………………………………………………………………………………………147
ภาพที่ 23 ผลงานกลมุ่ นกั วทิ ยาศาสตร.์ ………………………………………………………………………………147
ภาพท่ี 24 ผลงานกลุ่มแพทย.์ ……………………………………………………………………………………………148
ภาพที่ 25 ผลงานกล่มุ ผู้บริหาร/ผจู้ ดั การ……………………………………………………………………………148


ภาพที่ 26 ผลงานกลุ่มชาวประมง……………………………………………………………………………………..149

สารบญั แผนภาพ
หน้า

แผนภาพท่ี 1 กรอบแนวคดิ ของการวจิ ัย…………………………………………………………………………….61
แผนภาพที่ 2 แผนภาพการสร้างแผนการจดั การเรยี นรู้โดยใชร้ ูปแบบการจัดการเรยี นรู้รว่ มมือ…..66
ด้วยเทคนิคจกิ ซอว์ II (Jigsaw II) ร่วมกับส่ือแอปพลิเคชัน Nearpod และ QuizWhizzer
แผนภาพท่ี 3 แผนภาพแสดงขน้ั ตอนการสรา้ งแบบสังเกตพฤตกิ รรมกระบวนการทางานกลุ่ม…….68
แผนภาพท่ี 4 แผนภาพการสรา้ งแบบประเมนิ ความพงึ พอใจ………………………………………………….71

1

บทที่ 1
บทนา

1. ความเปน็ มาและความสาคญั ของปญั หา
การศึกษาเป็นปัจจัยสาคัญในการพัฒนาคนให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลต่อการ

พัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง การปลูกจิตสานึกให้รู้จักคุณค่าของการ
อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้อย่างต่อเนื่อง
และเมื่อปัจจุบันโลกเข้าสู่ยุคศตวรรษท่ี 21 และการเปิดประชาคมอาเซียนในปี 2558 จึงส่งผลให้เป็น
สังคมแห่งยุคโลกาภิวัตน์ที่มีการการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและรุนแรงเพิ่มมากขึ้น การจัดการศึกษาจึงมี
บทบาทสาคัญในการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้เท่าทันและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงทั้งตัวผู้เรียนและ
ครูผู้สอน เพื่อส่งเสริมและพัฒนาคนให้มีคุณภาพ โดยเน้นคุณธรรมนาความรู้มคี วามพร้อมทั้งด้านร่างกาย
สติปัญญา คุณธรรม จริยธรรมและอารมณ์สามารถแก้ไขปัญหา มีทักษะในการคิด มีความมั่นคงในการ
ดารงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีและอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข เพราะทักษะการคิด เป็นรากฐานสาคัญของการ
ตัดสินใจในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในการดาเนินชีวิตของมนุษย์ (วิภาพรรณ พินลา, 2560) ซึ่งการสอน
สังคมศึกษาในปัจจุบันจึงต้องมีการใช้วิธีการเรียนรู้ที่จะช่วยสร้างเสริมเติมเต็มประสบการณ์ให้ผู้เรียน
สามารถดารงตนในสงั คมโลกในปัจจุบนั ได้อยา่ งมคี วามสุข

การสอนสังคมศึกษาในศตวรรษที่ 21 เปน็ การวเิ คราะห์ สงั เคราะห์และพัฒนาแนวคิดสาหรับการ
จัดการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษาโดยเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.
2551 เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้และทักษะที่สอดคล้องกับทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ตามหลัก
3R และ 8C ซึ่งประกอบด้วย 3Rs คือ 1) Reading-อ่านออก 2) Riting-เขียนได้ และ 3) Rithmetics มี
ทักษะในการคานวณ 8Cs คือ 1) Critical Thinking & Problem Solving (ทักษะด้านการคิดอย่างมี
วิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา) 2) Creativity & Innovation (ทักษะด้านการสร้างสรรค์และ
นวัตกรรม) 3) Collaboration, Teamwork & Leadership (ทักษะด้านความร่วมมือการทางานเป็นทีม
และภาวะผนู้ า) 4) Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดา้ นความเขา้ ใจต่างวัฒนธรรม ตา่ งกระบวน
ทัศน์) 5) Communication, Information & Media Literacy (2-3 ภาษา) (ทักษะด้านการสื่อสาร
สนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ) 6) Computing & Media Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร) 7) Career & Learning Self-reliance (ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้)
และ 8) Change (ทักษะการเปลี่ยนแปลง) และเนื่องจากสังคมศึกษาเป็นสาระการเรียนรู้ที่เน้นการอยู่

2

รว่ มกันในสังคมไทยและสังคมโลกอยา่ งสนั ตสิ ุขการเป็นพลเมอื งดี ศรัทธาในหลกั ธรรมของศาสนา การเห็น
คุณค่าของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มีความรักชาติ และภูมิใจในความเป็นไทย แม้สังคมศึกษาจะเป็น
เพียงวิชาหนึ่งในหลักสูตร แต่มีสาระและหน่วยการเรียนรู้ที่ครอบคลุมการพัฒนาผู้เรียนที่สนองตอบ
จุดหมายของหลักสูตร หากกระบวนการจัดการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษามีประสิทธิภาพก็จะสามารถพัฒนา
ผ้เู รยี นให้เปน็ ทรพั ยากรอนั ทรงคณุ ค่าเพ่อื พัฒนาประเทศชาติตอ่ ไป (กนก จันทร์ทอง, 2560)

แต่ปัญหาทท่ี าใหก้ ารเรยี นการสอนกลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมยังขาด
ประสิทธิภาพ คือ ครูยังยึดหลักการสอนแบบบรรยาย ไม่ใช้เทคนิควิธีการสอนที่หลากหลาย นักเรียนส่วน
ใหญ่ไม่มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็น รวมทั้งไม่ค่อยมีส่วนร่วมในการเรียนอย่างทั่วถึง ซึ่งวิชัย ดิสระ
(2535, หน้า 89) ได้กล่าวว่า การจัดการเรียนการสอนของวิชาสังคมศึกษาส่วนใหญ่ครูจะไม่ให้นักเรียน
เป็นผู้ลงมือปฏิบัติจริงด้วยตนเอง แต่ยังคงใช้วิธีการเรียนการสอนที่เน้นบรรยายเนื้อหาทั้ง ๆ ที่วิชาสังคม
ศึกษาให้ความสาคัญของทักษะการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลในสังคม เน้นการให้ความรู้เนื้อหา และทักษะ
ทางการเรียนให้แก่นักเรียนทั้งชั้นไปพร้อมกัน ซึ่งครูสังคมศึกษามิได้คานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
ของนักเรียนแต่ละคน แต่ให้ความสนใจต่อนักเรียนที่เรียนเก่งมากกว่านักเรียนที่เรียนอ่อน การเรียนการ
สอนดงั กล่าวจึงเป็นการยากย่ิงที่ช่วยใหน้ ักเรียนบรรลุความสาเรจ็ ตามทตี่ งั้ วัตถุประสงคไ์ วใ้ นหลักสูตร ด้วย
เหตุนี้นักเรียนจึงไม่สนใจเรียนส่งผลให้นักเรียนมีปัญหาด้านผลสัมฤทธิ์การการเรียนวิชาสังคมศึกษาและ
ความร่วมมือในการทางานกลุ่มอยู่ในระดับต่า ดังที่ พรรณรัตน์ เง่าธรรมสาร (2533, หน้า 35) ได้กล่าวว่า
การที่นักเรียนต่างคนต่างเรียน โดยปราศจากความเห็นอกเห็นใจและเอื้ออาทรต่อกัน จะทาให้ไม่มีการ
ช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างนักเรียน ดังนั้น ครูจึงต้องใช้รูปแบบการสอนที่หลากหลายเพื่อแก้ปัญหา
ดังกล่าว ซ่ึงรปู แบบหนึง่ ท่ีสามารถนามาใช้ได้กค็ อื การจัดการเรียนร้แู บบร่วมมอื

การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ เป็นวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นการจัด
สภาพแวดลอ้ มทางการเรียนใหแ้ ก่ผู้เรยี นได้เรยี นร้รู ่วมกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ แตล่ ะกลมุ่ ประกอบด้วยสมาชิกท่ี
มีความรู้ความสามารถแตกต่างกัน โดยที่แต่ละคนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการเรียนรู้และในความสาเร็จ
ของกลุ่ม คนที่เรียนเก่งช่วยคนที่อ่อนกว่า สมาชิกในกลุ่มไม่เพียงแต่รับผิดชอบต่อการเรียนของตนเอง
เท่านั้น แต่ต้องร่วมรับผิดชอบต่อการเรียนรู้ของเพื่อนสมาชิกทุกคนในกลุ่ม ความสาเร็จของแต่ละบุคคล
คือความสาเร็จของกลุ่ม การเรียนรู้แบบร่วมมือสามารถนามาใช้กับทุกการเรียน ทุกวิชา และทุกระดับชั้น
เพื่อเพิ่มประสิทธิผลการเรียนรู้ (วิมลรัตน์ สุนทรโรจน์. 2545: 51) และการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดย
ใช้เทคนิคจิ๊กซอว์เป็นการสอนที่อาศัยแนวคิดการต่อภาพ ผู้เสนอวิธีการนี้คนแรก คือ อารอนสันและคณะ
(Aronson; et al. 1978) ต่อมามีการปรับและเพิม่ เติมข้ันตอนโดยสลาวิน (Slavin, 1995) แต่วิธีการหลกั

3

ยังคงเดิม การสอนแบบนี้ นักเรียนแต่ละคนจะได้ศึกษาเพียงส่วนหนึ่งหรือหัวข้อย่อยของเนื้อหาทั้งหมด
โดยการศึกษาเรื่องนั้น ๆ จากเอกสารหรือกิจกรรมที่ครูจัดให้ ในตอนที่ศึกษาหัวข้อย่อยนั้น นักเรียนจะ
ทางานเป็นกลุ่มกับเพื่อนที่ได้รับมอบหมายให้ศึกษาหัวข้อย่อยเดียวกัน และเตรียมพร้อมที่จะกลับไป
อธิบายหรือสอนเพื่อนสมาชิกในกลุ่มพื้นฐานของตนเอง (ไสว ฟักขาว, 2544) นอกจากนี้ สิ่งที่สาคัญอีกสง่ิ
หนึง่ ในการเรียนการสอน คือการใชส้ ือ่ เทคโนโลยีเพื่อช่วยในการเรียนรูข้ องผเู้ รยี น

ในปัจจุบันเป็นยุคที่โลกมีความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการใช้
เทคโนโลยีเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ ของทุกภูมิภาคของโลกเข้าด้วยกัน ดังนั้นกระแสการปรับเปลี่ยนทาง
สังคมที่เกดิ ขึ้นในศตวรรษที่ 21 จงึ ส่งผลตอ่ วถิ กี ารดารงชวี ติ ผคู้ นในสงั คมอย่างทวั่ ถึง ด้วยเหตุน้ีครูผสู้ อนจงึ
ต้องมีความตื่นตัวและเตรียมพร้อมในการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะสาหรับการออกไปดารงชีวิต
ในโลกในศตวรรษที่ 21 ที่เปลี่ยนไปจากศตวรรษที่ผ่าน ๆ มา (วิจารณ์ พานิช, 2555) สื่อการเรียนรู้
สร้างสรรค์เป็นการนาเทคนิค วิธีการและเครื่องมือใหม่ ๆ ที่เกิดจากความคิดนอกกรอบจากสื่อเดิม ๆ มา
ประยุกต์ใช้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิดแปลกใหม่ แตกต่างไปจากที่เคยเรียนส่งผลให้การตอบสนอง
ต่อการเรียนรู้มีมากขึ้น (David, 2009 อ้างถึงใน เขมณัฏฐ์ มิ่งศิริธรรม, 2558 ) นอกจากนี้สื่อการเรียนรู้
สร้างสรรค์ยังเป็นรูปแบบที่สามารถนาไปปรับใช้ได้กับทุกบริบททางการศึกษา และในยุคนี้สื่อที่สาคัญคือ
สื่อดิจิตอล เช่น แอปพลิเคชัน QuizWhizzer Nearpod ที่สามารถนามาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน
สงั คมศึกษา

จากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาเกี่ยวกับทักษะการทางานกลุ่มโดยใช้
รูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือ ด้วยเทคนิคจิกซอว์ II (Jigsaw II) ร่วมกับสื่อแอปพลิเคชัน Nearpod และ
QuizWhizzer ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายมัธยมศึกษา
(ศึกษาศาสตร์) เพื่อเป็นการฝึกทักษะการทางานกลุ่มและทักษะอื่น ๆ ของผู้เรียน เช่น การอ่าน ฟัง พูด
สนับสนนุ ให้นักเรียนได้รู้จักใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้อยา่ งประโยชน์สูงสดุ และเป็นแนวทางในการใชก้ าร
เรียนแบบรว่ มมือดว้ ยเทคนคิ จกิ ซอว์ 2 เพ่อื ใหค้ รผู ู้สอนสามารถนาไปประยุกตใ์ ชก้ ับวิชาอน่ื ๆ ได้

2. คาถามวจิ ัย
1. กระบวนการทางานกลุ่มของนักเรียนหลังจากที่ได้รับการสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบ

ร่วมมือโดยใช้ เทคนิคจิกซอว์ II (Jigsaw II) ร่วมกับสื่อแอปพลิเคชัน Nearpod และ QuizWhizzer อยู่ใน
ระดับใด

See also  [Update] 77 วิธีบอกรักทางอ้อม | มุข บอก รัก - PINKAGETHAILAND

4

2. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้ เทคนิคจิกซอว์ II (Jigsaw II)
รว่ มกบั สอื่ แอปพลิเคชัน Nearpod และ QuizWhizzer สาหรบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 อยู่ในระดับใด

3. วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษากระบวนการทางานกลุ่มของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในรายวิชาสังคมศึกษา

ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง สถานภาพและบทบาท ด้วยวิธีการสอนแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วย
เทคนิคจิกซอว์ II (Jigsaw II) ร่วมกับสื่อแอปพลิเคชัน Nearpod และ QuizWhizzer โดยนักเรียนร้อยละ
70 ข้นึ ไปมีคะแนนพฤตกิ รรมกระบวนการทางานกลุ่มรอ้ ยละ 70 ข้ึนไป

2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ต่อรายวิชา สังคมศึกษา ศาสนา
และวัฒนธรรม เรื่อง สถานภาพและบทบาท ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ด้วยวิธีการสอนแบบการ
เรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิคจิกซอว์ II (Jigsaw II) ร่วมกับสื่อแอปพลิเคชัน Nearpod และ
QuizWhizzer อยู่ในระดบั มากขนึ้ ไป

4. ขอบเขตของการวจิ ัย
1. กลุ่มเป้าหมาย
นักเรียนขั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้อง 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่าย

มัธยมศกึ ษา (ศึกษาศาสตร์) จานวน 35 คน ปกี ารศึกษา 2562
2. ตวั แปรในการวิจัย
ตัวแปรต้น คือ การสอนแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือ ( Cooperative Learning) ด้วย

เทคนคิ จกิ ซอว์ II ร่วมกับส่ือแอปพลเิ คชัน Nearpod และ QuizWhizzer
ตัวแปรตาม คือ กระบวนการทางานกล่มุ ความพึงพอใจของนักเรยี น

3. เนอ้ื หาในการวจิ ยั
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชา ส 21102 สังคมศึกษา

2 สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดาเนินชีวิตในสังคม หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สถานภาพ
บทบาท สิทธิ เสรภี าพและหน้าที่ เรอื่ ง สถานภาพและบทบาท จานวน 1 ชั่วโมง

4. ระยะเวลาในการศึกษา
ธันวาคม 2562 – มีนาคม 2563

5

5. นยิ ามศพั ท์เฉพาะ
1. กระบวนการทางานกลุ่ม หมายถึง การทางานของบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เป็นการทางานที่มี

ปฏิสัมพันธ์ต่อกันและมีเป้าหมายร่วมกัน มีลักษณะการทางานหลายแบบ มีการทางานที่ประสานกัน ซ่ึง
กระบวนการในการทางานกลุ่มเป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดประสบการณ์และการปฏิบัติจริง เข้าใจถึง
หลักการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น รู้จักปรับตัวในการทางาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ร่วมกันตั้งไว้ในรายวิชา
สังคมศึกษา เรื่อง พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ด้วยวิธีการสอนแบบ
การเรียนรู้แบบร่วมมือ ( Cooperative Learning) ด้วยเทคนิคจิกซอว์ II ร่วมกับสื่อแอปพลิเคชัน
Nearpod และ QuizWhizzer ซ่ึงวดั จากแบบสังเกตพฤตกิ รรมกระบวนการทางานกลมุ่ ท่ีผวู้ ิจยั สร้างขึ้น

2. การเรียนรู้แบบร่วมมอื (Cooperative Learning) หมายถึง การจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน
ท่ชี ว่ ยให้ผเู้ รยี นใชค้ วามสามารถเฉพาะตัวในการร่วมมอื กันแก้ปญั หาตา่ ง ๆ นักเรยี นรู้จักวธิ ีการทางานกลุ่ม
การช่วยเหลือซึ่งกันและกันตลอดจนมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เพื่อให้บรรลุผลสาเร็จตามเป้าหมายโดย
สมาชิกในกล่มุ ตระหนกั ว่าแต่ละคนเปน็ ส่วนหนึง่ ของกลมุ่

3. เทคนิคจิกซอว์ II (JIGSAW II ) หมายถึง การจัดการเรียนรู้โดยการแบ่งกลุ่มผู้เรียนที่คละ
ความสามารถ กลุ่มละ 3-6 และครูกาหนดสถานการณ์การเรียนรู้ จากนั้นแบ่งเนื้อหาย่อย ๆ เท่ากับ
จานวนสมาชิกของแต่ละกลุ่ม สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มจะต้องแยกย้ายออกไปหาทีมอื่นที่ได้รับหัวข้อ
เหมือนกัน แล้วศึกษาทาความเข้าใจในเนื้อหาร่วมกัน จากนั้นก็กลับไปอธิบายให้สมาชิกในกลุ่มให้เข้าใจ
ตามเนื้อหาที่ตนเองได้ออกไปศึกษามา และหลังจากนั้นนักเรียนแต่ละคนจะต้องทาแบบทดสอบเป็น
คะแนนรายบุคคล แล้วนาคะแนนของสมาชิกภายในกลุ่มมารวมกันเพื่อเป็นคะแนนของกลุ่ม หากกลุ่มใด
ได้คะแนนสูงสุดจะได้รับการเสริมแรง โดยการกล่าวชื่นชมหรือได้รับรางวัล ซึ่งสามารถสรุปขั้นตอนของ
เทคนคิ จกิ๊ ซอว์ II (Jigsaw II) ได้ดงั นี้

1. ผูส้ อนจดั เตรยี มเนอื้ หาสาระทีจ่ ะให้ผ้เู รียนได้เรียนรู้ โดยแบ่งเนื้อหาหรอื จานวนหวั ข้อ
ท่ีจะเรยี นออกเป็นหวั ข้อย่อย ๆ เทา่ กบั จานวนผู้เรยี นท่ีตอ้ งการในแตล่ ะกลุ่ม

2. ผสู้ อนแบ่งผู้เรียนออกเปน็ กล่มุ เรียกกลุม่ น้วี ่า “กลมุ่ บ้านเรา” (Home Group)
3. ผ้สู อนมอบหมายให้ผูเ้ รยี นศึกษาเน้ือหาท่เี ตรียมไวค้ นละ 1 หวั ขอ้
4. ผู้เรียนที่ได้รับมอบหมายให้ศึกษาหัวข้อเดียวกันของแต่ละกลุ่ม มารวมกลุ่มกันเป็น
กลุ่มใหม่ เรียกว่า “กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ” (Expert Group) เพื่อศึกษาเนื้อหาของหัวข้อที่ได้รับมอบหมาย
รว่ มกัน

6

5. ผูเ้ รยี นในกลุม่ ผู้เช่ยี วชาญแยกย้ายกนั กลับไปยังกลุ่มบ้านเราของแต่ละคน แล้วอธบิ าย
หวั ข้อที่ตนเองศกึ ษามาให้สมาชิกคนอ่นื ในกล่มุ ฟัง

6. ผู้เรียนทุกคนทาแบบทดสอบ โดยได้คะแนนเป็นรายบุคคล จากนั้นนาคะแนนของ
สมาชิกทุกคนในกลุ่มบ้านเรามารวมกัน กลุ่มที่ได้คะแนนมากทีส่ ุดเป็นผชู้ นะ

4. แอปพลิเคชัน Nearpod คือ แอปพลิเคชนั สาหรบั จัดการเรยี นการสอน ระหว่างครูและนักเรียน
โดยเปรียบเสมือนห้องเรียนหนึ่งห้อง ที่มีทั้งการเช็คชื่อ แบบสอบถาม (Poll) Slideshow แบบทดสอบ
(Quiz) วดิ ีโอ ผา่ นอุปกรณค์ อมพิวเตอรห์ รืออุปกรณ์พกพาทใ่ี ช้ระบบปฏบิ ตั กิ าร ios และ Android

5. สื่อแอปพลิเคชัน QuizWhizzer คือ เครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อพัฒนาประสบการณ์ในช้ัน
เรียนผ่านการเล่มเกม โดยไม่ลดการเรียนรู้ โดยจะเพิ่มการแข่งขันตอบคาถามระหว่างผู้เรียน
QuizWhizzer ช่วยให้ผู้สอนสร้างแบบทดสอบตามความสนใจของผู้เรียนในรูปแบบของเกมกระดานแบบ
ดง้ั เดมิ

6. ความพึงพอใจ คือ ความรู้สึกนึกคดิ หรือ ทัศนคติของบุคคลที่มีตอ่ สิ่งใดสิ่งหนึง่ สามารถเป็นไป
ในทางที่ดีหรือไม่ดี หรือในด้านบวกและด้านลบ ซึ่งจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสิ่งนั้น สามารถตอบสนองความ
ตอ้ งการแก่บุคคลนัน้

6. ประโยชนท์ ่ีได้รบั
1. นักเรียนได้ฝึกกระบวนการทางานกลุ่ม โดยการใช้กิจกรรมแบบร่วมมือด้วยเทคนิคจิกซอว์

(Jigsaw II) และยงั ช่วยพฒั นาทักษะอื่น ๆ เชน่ การอา่ น ฟงั พดู แกป้ ัญหา ใหด้ ขี ้นึ
2. เปน็ การสนบั สนุนใหน้ กั เรียนไดร้ ู้จักใช้เทคโนโลยใี นการเรยี นรอู้ ยา่ งประโยชนส์ งู สดุ ผา่ นสื่อ

แอปพลเิ คชัน Nearpod และ QuizWhizzer
3. ครูผู้สอนมีแนวทางการใช้การเรียนแบบร่วมมือด้วยเทคนิคจิกซอว์ II (Jigsaw II) เพื่อให้สามารถ

นาไปประยกุ ตใ์ ช้กับวชิ าอ่นื ๆ ได้
4. โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลยั ขอนแก่น ฝ่ายมัธยมศึกษา (ศึกษาศาสตร์) มีรูปแบบการสอนที่พัฒนา

กระบวนการทางานกลุ่มของนักเรียน ด้วยการสอนจากการใช้การเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิคจิกซอว์ II
(Jigsaw II )

7

บทท่ี 2
เอกสารและงานวจิ ยั ทเี่ ก่ียวขอ้ ง

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการทางานกลุ่มของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1
ด้วยวิธีการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบร่วมมือด้วยเทคนิคจิกซอว์ II (Jigsaw II) ร่วมกับสื่อแอปพลิเคชัน
Nearpod และ QuizWhizzer รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและ
งานวจิ ยั ท่เี กยี่ วขอ้ งตามลาดบั และหัวขอ้ ดงั ต่อไปน้ี

1. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา
ศาสนา วัฒนธรรม และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายมัธยมศึกษา
(ศึกษาศาสตร์)

1.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม
ศึกษาศาสนา วัฒนธรรม

1.1.1 วิสัยทัศน์ของหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551
1.1.2 จดุ มุง่ หมายของหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551
1.1.3 ความสาคัญของรายวชิ ากลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
1.1.4 เน้ือหาสาระของกล่มุ สาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
1.1.5 สาระการเรียนรู้ของกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
1.1.6 คุณภาพผู้เรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมตาม
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
1.2 หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลยั ขอนแกน่ ฝ่ายมัธยมศกึ ษา (ศึกษาศาสตร)์
1.2.1 หลักสูตรพฒั นาศักยภาพตามความถนดั และความสนใจพทุ ธศักราช 2561
1.2.2 วิสยั ทัศน์ และพนั ธกจิ โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น
1.2.3 หลกั การของหลกั สตู ร
1.2.4 คาอธบิ ายรายวิชา
1.2.5 โครงสร้างรายวิชา กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับช้ัน
มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น ฝา่ ยมธั ยมศึกษา (ศกึ ษาศาสตร์)

8

2. ทฤษฎี และแนวคิดท่เี กยี่ วขอ้ งกับวิธีการเรยี นรูแ้ บบรว่ มมอื ดว้ ยเทคนิคจิกซอว์ II (Jigsaw II)
2.1 การเรยี นรแู้ บบร่วมมอื
2.1.1ความหมายการเรียนรู้ดว้ ยกลุ่มร่วมมือ (Co-operative Learning)
2.1.2 แนวคดิ ทฤษฎีการเรยี นรูแ้ บบรว่ มมอื
2.1.3 องค์ประกอบของการเรียนแบบรว่ มมอื
2.1.4 ขัน้ ตอนการสอนแบบรว่ มมอื

2.2 การเรยี นรู้แบบรว่ มมอื ด้วยเทคนคิ จกิ ซอว์ II (Jigsaw)
2.1.1 ความหมายของการจัดการเรยี นรู้แบบรว่ มมอื โดยใชเ้ ทคนิคจ๊ิกซอว์ II
2.2.2 วตั ถปุ ระสงคข์ องการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้แบบจกิ ซอว์
2.2.3 องคป์ ระกอบการจดั กิจกรรมการเรียนร้แู บบจิกซอว์
2.2.4 ขน้ั ตอนการจดั กิจกรรมการเรียนรูแ้ บบจิกซอว์
2.2.5 รปู แบบการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้แบบจกิ ซอว์
2.2.6 ขอ้ ดแี ละขอ้ จากดั ของการจดั การเรียนรแู้ บบจิกซอว์

3. ทฤษฎแี ละแนวคดิ ทีเ่ กีย่ วขอ้ งกับกระบวนการในการทางานกลมุ่
3.1 ความหมายของกระบวนการในการทางานกล่มุ
3.2 ความสาคัญของกระบวนการในการทางานกลมุ่
3.3 องคป์ ระกอบของกระบวนการในการทางานกลุ่ม
3.4 องคป์ ระกอบของการพัฒนาการทางานเป็นกลุม่ หรือกระบวนการในการทางาน

กลุ่ม
3.5 ประโยชนข์ องกระบวนการในการทางานกล่มุ

4. ทฤษฎแี ละแนวคดิ เกย่ี วกับความพงึ พอใจ
4.1 ความหมายของความพึงพอใจ
4.2 ทฤษฎเี กยี่ วกบั ความพงึ พอใจ
4.3 เครอ่ื งมือและการวัดความพงึ พอใจ

5. ส่ือแอปพลเิ คชัน Nearpod
6. สอ่ื แอปพลิเคชนั QuizWhizzer

6.1 QuizWhizzer คอื อะไร
6.2 ประโยชนข์ อง QuizWhizzer

9

6.3.วธิ กี ารสร้างเกมตอบคาถามโดยใช้ QuizWhizzer
6.4 ทฤษฎีการวางเง่อื นไขแบบการกระทา
7. การวิจัยท่เี กี่ยวข้อง
7.1 งานวจิ ยั ภายในประเทศ
7.2 งานวจิ ัยต่างประเทศ
8. กรอบแนวคดิ ในการวิจยั

1. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา
ศาสนา วัฒนธรรม และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายมัธยมศึกษา
(ศึกษาศาสตร)์

1.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม
ศึกษาศาสนา วฒั นธรรม

1.1.1 วิสัยทัศนข์ องหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551
กระทรวงศึกษาธิการ (2552) วิสัยทัศน์ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น

พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกาลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลท้ัง
ด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่นในการปกครอง
ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้งเจตคติ
ที่จาเป็นต่อการศึกษา ต่อการประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญบน
พืน้ ฐานความเชื่อว่า ทกุ คนสามารถเรยี นรแู้ ละพัฒนาตนเองได้เตม็ ตามศักยภาพ

1.1.2 จดุ มุ่งหมายของหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
กระทรวงศึกษาธิการ (2552) หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานมี

จุดมุ่งหมาย คือ การมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และ
ประกอบอาชีพ จึงกาหนดเป็นจดุ หมายเพือ่ ให้เกิดกบั ผู้เรียน เม่ือจบการศึกษาขนั้ พืน้ ฐานศกั ยภาพ ไว้ดังน้ี

1) มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและ
ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง

2) มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี และมี
ทักษะชีวติ

10

3) มีสุขภาพกายและสขุ ภาพจติ ทดี่ ี มีสขุ นิสัย และรักการออกกาลังกาย
4) มีความรักชาติ มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิต และ
การปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
5) มีจิตสานึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนา
สิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะที่มุ่งทาประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมี
ความสขุ
1.1.3 ความสาคัญของรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และ
วฒั นธรรม
กระทรวงศึกษาธิการ (2552) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจการดารงชีวิตของมนุษย์ทั้งในฐานะปัจเจกบุคคลและการอยู่ร่วมกัน ใน
สังคม การปรับตัวตามสภาพแวดล้อม การจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจากัด เข้าใจถึงการพัฒนา
เปลยี่ นแปลงตามยคุ สมัย กาลเวลาตามเหตุปัจจัยต่าง ๆ เกิดความเข้าใจในตนเอง และผู้อน่ื มีความอดทน
อดกลั้น ยอมรับในความแตกต่าง และมีคุณธรรม สามารถนาความรู้ไปปรับใช้ในการดาเนินชีวิต เป็น
พลเมอื งดขี องประเทศชาติ และสังคมโลก
1.1.4 เน้อื หาสาระของกลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
กระทรวงศึกษาธกิ าร (2552) กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรมวา่
ด้วยการอยู่ร่วมกันในสังคม ที่มีความเชื่อมสัมพันธ์กัน และมีความแตกต่างกันอย่างหลากหลาย เพื่อช่วย
ให้สามารถปรับตนเองกับบริบทสภาพแวดล้อม เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ มีความรู้ ทักษะ
คณุ ธรรม และคา่ นิยมท่เี หมาะสม โดยได้กาหนดสาระตา่ ง ๆ ไวด้ ังน้ี
1) ศาสนา ศีลธรรมและจริยธรรม แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม
หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ การนาหลักธรรมคาสอนไปปฏิบัติใน การพัฒนา
ตนเอง และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เป็นผู้กระทาความดี มีค่านิยมที่ดีงาม พัฒนาตนเองอยู่เสมอ
รวมทงั้ บาเพ็ญประโยชนต์ อ่ สงั คมและสว่ นรวม
2) หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดาเนินชีวิต ระบบการเมืองการปกครองในสังคม
ปัจจุบันการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ลักษณะและความสาคัญ
การเป็นพลเมืองดี ความแตกต่างและความหลากหลายทางวัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ ปลูกฝังค่านิยม
ด้านประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมุข สิทธิ หน้าที่เสรีภาพการดาเนินชวี ิตอยา่ ง สันตสิ ขุ
ในสงั คมไทยและสงั คมโลก

11

3) เศรษฐศาสตร์ การผลิต การแจกจ่าย และการบริโภคสินค้าและบริการ การบริหาร
จัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจากัดอย่างมีประสิทธิภาพ การดารงชีวิตอย่างมีดุลยภาพ และการนาหลัก
เศรษฐกจิ พอเพยี งไปใช้ในชวี ิตประจาวนั

4) ประวัติศาสตร์ เวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ วิธีการทางประวัติศาสตร์
พัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตถึงปัจจุบัน ความสัมพันธ์และเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ
ผลกระทบที่เกิดจากเหตุการณ์สาคัญในอดีต บุคคลสาคัญที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในอดีต
ความเปน็ มาของชาตไิ ทย วฒั นธรรมและภูมิปญั ญาไทย แหลง่ อารยธรรมท่สี าคญั ของโลก

5) ภูมิศาสตร์ ลักษณะของโลกทางกายภาพ ลักษณะทางกายภาพ แหล่งทรัพยากร และ
ภูมิอากาศของประเทศไทย และภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก การใช้แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์
ความสัมพนั ธก์ นั ของสง่ิ ต่าง ๆ ในระบบธรรมชาติ ความสัมพนั ธ์ของมนษุ ยก์ ับสภาพแวดลอ้ มทางธรรมชาติ
และสงิ่ ทมี่ นุษยส์ รา้ งขึ้น การนาเสนอขอ้ มูลภมู ิสารสนเทศ การอนุรกั ษ์ส่ิงแวดลอ้ มเพ่ือการพฒั นาท่ยี ัง่ ยนื

1.1.5 สาระการเรียนรู้ของกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

กระทรวงศึกษาธิการ (2552) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ได้เน้นการอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันติสุข การเป็นพลเมืองดี ศรัทธาในหลักธรรมของ
ศาสนา การเห็นคุณค่าของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ความรักชาติ และภูมิใจในความเป็นไทย มาตรฐาน
การเรียนรู้ของกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

กระทรวงศึกษาธิการ (2552) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2551 ไดก้ าหนดมาตรฐานการเรยี นรขู้ องกล่มุ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ไวด้ ังน้ี

สาระท่ี 1 ศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม
มาตรฐาน ส 1.1 รู้ และเขา้ ใจประวตั ิ ความสาคญั ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนา

หรือศาสนาที่ตนนับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่น และปฏิบัติตามหลักธรรม เพื่ออยู่ร่วมกัน
อย่างสันตสิ ุข

มาตรฐาน ส 1.2 เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี และธารงรักษา
พระพุทธศาสนาหรือศาสนาทต่ี นนับถือ

12

สาระท่ี 2 หนา้ ท่พี ลเมือง วฒั นธรรม และการดาเนนิ ชีวิตในสงั คม
มาตรฐาน ส 2.1 เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม

และธารงรักษาประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย ดารงชีวติ อยรู่ ว่ มกันในสังคมไทยและสงั คมโลกอยา่ งสันตสิ ขุ
มาตรฐาน ส 2.2 เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบนั ยึดมั่น ศรัทธา และ

ธารงรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ์
สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส 3.1 เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค

การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จากัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง เพ่ือการดารงชีวิตอย่างมีดุลยภาพ

มาตรฐาน ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทาง
เศรษฐกจิ และความจาเปน็ ของการรว่ มมือกนั ทางเศรษฐกจิ ในสังคมโลก

สาระที่ 4 ประวตั ศิ าสตร์
มาตรฐาน ส 4.1 เข้าใจความหมาย ความสาคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์

สามารถใช้วิธกี ารทางประวัติศาสตร์มาวเิ คราะหเ์ หตกุ ารณต์ ่าง ๆ อย่างเป็นระบบ
มาตรฐาน ส 4.2 เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในด้าน

ความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ตระหนักถึงความสาคัญ และสามารถ
วิเคราะหผ์ ลกระทบทเี่ กิดขนึ้

มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก
ความภมู ิใจ และธารงความเป็นไทย

สาระท่ี 5 ภูมศิ าสตร์
มาตรฐาน ส 5.1 เขา้ ใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสมั พนั ธข์ องสรรพส่ิงซึ่งมี

ผลต่อกันและกันในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ สรุป
และใช้ข้อมลู ภูมิสารสนเทศอยา่ งมีประสิทธิภาพ

มาตรฐาน ส 5.2 เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางกายภาพท่ี
ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์วัฒนธรรม มีจิตสานึกและมีส่วนร่วม ในการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
เพือ่ การพฒั นาทีย่ ่งั ยนื

13

1.1.6 คุณภาพผู้เรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

กระทรวงศึกษาธิการ (2552) ได้ระบุคุณภาพผู้เรียนเมื่อสาเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษา
ปที ่ี 3 ผูเ้ รียนจะมีความรู้ ความสามารถและคณุ ลักษณะครอบคลมุ ในด้านต่าง ๆ ดังน้ี

1) มีความรู้เกี่ยวกับความเป็นไปของโลก โดยการศึกษาประเทศไทยเปรียบเทียบกับ
ประเทศในภมู ภิ าคต่าง ๆ ในโลกเพ่อื พฒั นาแนวคิดเร่อื งการอย่รู ว่ มกันอย่างสันตสิ ุข

2) มีทักษะที่จาเป็นต่อการเป็นนักคิดอย่างมีวิจารณญาณได้รับการพัฒนาแนวคิด และ
ขยายประสบการณ์ เปรียบเทียบระหว่างประเทศไทยกับประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ ในโลก ได้แก่ เอเชีย
ออสเตรเลีย โอเชียเนีย แอฟริกา ยุโรป อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ในด้านศาสนา คุณธรรม จริยธรรม
ค่านิยม ความเชื่อ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม การเมืองการปกครอง ประวัติศาสตร์และ
ภูมศิ าสตร์ ด้วยวธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์ และสงั คมศาสตร์

3) รู้และเข้าใจแนวคิดและวิเคราะห์เหตุการณ์ในอนาคต สามารถนามาใช้เป็นประโยชน์
ในการดาเนนิ ชีวติ และวางแผนการดาเนินงานได้อยา่ งเหมาะสม

กล่าวโดยสรุป คือ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มีการ
มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีทักษะชีวิต มีศักยภาพใน
การศึกษาต่อ อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข และสามารถนาความรู้ไปปรับใช้ในการดาเนินชีวิตเป็น
พลเมืองดีของประเทศชาติและสังคมโลก โดยการวิจัยในครั้งนี้มีเน้ือหาในการวิจัยอยู่ในสาระที่ 3
มาตรฐานการเรียนรู้ที่ ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจตา่ ง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกจิ และ
ความจาเป็นของการรว่ มมือกนั ทางเศรษฐกิจในสังคมโลก ตัวช้วี ดั ท่ี ส 3.2 ระดบั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 ข้อที่ 1
อภปิ รายระบบเศรษฐกิจแบบตา่ ง ๆ

1.2 หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายมัธยมศึ กษา
(ศึกษาศาสตร)์

1.2.1 หลกั สตู รพัฒนาศักยภาพตามความถนดั และความสนใจพุทธศักราช 2561
หลักสูตรพัฒนาศักยภาพตามความถนัดและความสนใจ พุทธศักราช 2561 ฉบับนี้ ได้
ปรับปรุงจากหลักสูตรพัฒนาศักยภาพ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น พุทธศักราช 2552 โดยใช้
ข้อมูลจากการติดตามประเมินผลการใช้หลักสูตร การประชุมระดมความคิด ระหว่างผู้ทรงคุณวุฒิ ครู
ตวั แทน ผปู้ กครอง และตวั แทนนักเรียน

14

สาระสาคัญของหลักสูตรนี้ คือ การปรับเนื้อหาสาระและกิจกรรมการเรียนการสอนใน
รายวิชาบังคับที่นักเรียนทุกคนต้องลงทะเบียนเรียนหรอื ทีเ่ รียกว่ารายวิชาพืน้ ฐานให้ลดลงแต่ยังครอบคลมุ
เนอื้ หาตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 ของกระทรวงศึกษาธกิ าร

รายวิชาเพิ่มเติมในหลักสูตรพัฒนาศักยภาพตามความถนัดและความสนใจ พุทธศักราช
2561 ได้จัดให้มีความยืดหยุ่น หลากหลาย สอดคล้องกับศักยภาพ ความถนัดและความสนใจของนักเรยี น
ให้มากขึ้น หลักสูตรพัฒนาศักยภาพตามความถนัดและความสนใจ พุทธศักราช 2561 กาหนดให้นักเรียน
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายลงทะเบียนรายวิชาเพิ่มเติมอย่างต่า 38 หน่วยกิต จากเดิมที่ไม่ได้กาหนด
หนว่ ยกิตข้นั ตา่ ไว้ การเลือกเรียนรายวิชาเพิม่ เติมจะเปิดโอกาสให้ นกั เรียนเป็นผู้จดั หลักสูตรด้วยตนเองให้
เหมาะสมกบั ศกั ยภาพ ความถนดั และความสนใจของตนเองเป็นรายบคุ คล ภายใตก้ ารให้คาปรึกษาของครู
ทป่ี รึกษาและผปู้ กครองโรงเรียนจะพยายามจัดรายวชิ าเพมิ่ เติมให้ได้ตามความตอ้ งการของนักเรียน

สาหรับกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียนโรงเรยี นได้ตดิ ตามประเมนิ ผลมาโดยตลอด พบวา่ กิจกรรม
พัฒนาผู้เรียนที่โรงเรียนจัดให้นั้น สามารถใช้พัฒนานักเรียนได้ตามอุดมการณ์และเป้าหมาย ดังนั้นจึงได้
กาหนดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนให้นักเรียนสามารถปฏิบัติได้ตามเกณฑ์ขั้นต่าที่กาหนดไว้ในหลักสูตรพัฒนา
ศกั ยภาพตามความถนดั และความสนใจ พทุ ธศกั ราช 2561

1.2.2 วิสัยทัศน์ และพันธกจิ โรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น
– วิสยั ทศั น์ (Vision)
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นโรงเรียนสาธิตชั้นนาในระดับอาเซียน

ม่งุ สรา้ งพฒั นานวัตกรรมทางการศกึ ษาและการวจิ ยั ตลอดจนรว่ มผลติ บณั ฑิตกบั คณะศึกษาศาสตร์
– พันธกิจ (Mission)
จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพ ศักยภาพของผู้เรียนด้านวิชาการ

ทกั ษะชีวติ และคณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงค์ ร่วมผลิตบัณฑติ ทางการศกึ ษา บริการวชิ าการ เผยแพรน่ วัตกรรม
ทางการศกึ ษาและทานบุ ารุงศลิ ปวัฒนธรรมใหเ้ ปน็ ทย่ี อมรับในระดับสากล

1.2.3 หลกั การของหลกั สตู ร
1) มุ่งเน้นการพัฒนานักเรยี นรอบด้าน ทั้งพุทธิศึกษา จริยศึกษา พลศึกษา และ

หตั ถศกึ ษา
2) มุ่งเน้นการจัดสาระการเรียนรู้ในรายวิชาพื้นฐานให้ครอบคลุมหลักสูตร

แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 ของกระทรวงศึกษาธกิ าร

15

3) มุ่งเน้นการจัดสาระการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมให้หลากหลายและสอดคล้อง
กับ ศักยภาพ ความถนัดความสนใจของนักเรียนในรายบุคคล ส่งเสริมให้นักเรียนจัดหลักสูตรการเรียน
รายวิชาเพิม่ เติมดว้ ยตวั เอง

4) มุ่งเน้นการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่มีความหลากหลายทั้งภายในและ
ภายนอก โรงเรียน เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามอุดมการณ์และเป้าหมายของ
โรงเรียน นักเรียนตอ้ งปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามเกณฑ์ขั้นต่าที่กาหนด จึงจะถือว่าสาเรจ็ การศึกษา
ตามหลักสตู ร

5) มุ่งเน้นการส่งเสริมการประดิษฐ์คิดค้น ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และการทา
โครงงาน ก่อนศึกษาสาเร็จตามหลักสูตร นักเรียนต้องเสนอผลการทาโครงงาน ก่อนการสาเร็จตาม
หลักสตู ร นกั เรยี นตอ้ งเสนอผลการทาโครงงานอยา่ งน้อยหนึง่ เรื่อง

6) มุ่งเน้นการส่งเสริมการเทียบโอนทั้งจากการศึกษาในระบบ การศึกษานอก
ระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย จากแหลง่ การเรียนรู้ตา่ ง ๆ

จากการศึกษาหลักสูตรโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายมัธยมศึกษา
(ศึกษาศาสตร์) จะเห็นได้ว่าโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายมัธยมศึกษา (ศึกษาศาสตร์) มุ่งเน้น
การจัดการเรยี นการสอนที่เน้นผเู้ รียนเป็นสาคัญ ส่งเสรมิ ใหผ้ ูเ้ รยี นมีกระบวนการคดิ ที่หลากหลาย มีทักษะ
ใน การดาเนินชีวิต มีความสามารถทางด้านภาษา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ควบคู่กับการเป็นคนดี มี
วนิ ัยในตนเอง มีคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม เพอ่ื ให้ผู้เรยี นเป็นพลดขี องสงั คมโลกสืบไป

1.2.4 คาอธิบายรายวชิ า
สาระการเรียนรู้พื้นฐาน ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 รายวิชา ส 21102 สังคมศึกษา 2
จานวน 1.5 หน่วยกิต SO 21102 Social Studies 2 เวลาเรียน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ ศึกษาวิเคราะห์
ความหมาย และความสาคัญของเศรษฐศาสตร์ การบรโิ ภค ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง สถาบันการเงิน
แต่ละประเภทและธนาคารกลาง การพึ่งพาอาศัยกันและกัน และการแบ่งปันกันทางเศรษฐกิจ อุปสงค์
อุปทาน กฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา ประโยชน์ของกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิของบุคคล
บทบาท หน้าที่ ของเยาวชนที่มีต่อสังคมและประเทศชาติ วัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมของประเทศใน
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเคารพในสิทธิของตนเองและผู้อื่น อานาจอธิปไตย หลักการ
เจตนารมณ์โครงสร้าง และสาระสาคัญ การปฏิบัติตนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร
ไทย โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ อธิบาย การสืบค้นข้อมูล ระบุความสาคัญ และการอภิปราย เพ่ือ
ความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถนาความรทู้ ไ่ี ดไ้ ปประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้อยา่ งมคี วามสขุ

See also  [Update] รวมร้านขายส่ง “ขายส่งต้นไม้” ขายส่งต้นไม้เล็ก ขายต้นไม้ใหญ่ ราคาถูกทั่วประเทศ | ส่งดอกไม้ ราคาถูก - PINKAGETHAILAND

16

จากการวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ดาเนินการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือ ด้วย
เทคนิคจิกซอว์ II (Jigsaw II) ร่วมกับสื่อแอปพลิเคชัน Nearpod และ QuizWhizzer ช่วยให้นักเรียนได้
เกิดความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหาของรายวิชาสังคมศึกษา เรื่อง พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ผ่าน
กิจกรรมที่สอดคล้องกับความสนใจของผู้เรียนโดยการนาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการศึกษา มีการยึดผู้เรียน
เป็นศูนย์กลาง นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะการทางานร่วมกับผู้อื่น การ
เป็นผู้นา และผู้ตามที่ดี ซึ่งสอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่าย
มัธยมศึกษา (ศึกษาศาสตร์) ที่มุ่งเน้นให้นักเรียนได้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพตามความถนัดและความสนใจ
เน้นผู้เรยี นเป็นสาคญั ส่งเสริมให้ผเู้ รยี นมกี ระบวนการคิดท่ีหลากหลาย และมที ักษะในการดาเนนิ ชีวิต

17

1.2.5 โครงสร้างรายวิชา กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับช้ัน
มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น ฝ่ายมธั ยมศกึ ษา (ศึกษาศาสตร)์

ตารางที่ 1 โครงสรา้ งรายวชิ า กลมุ่ สาระสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1

โรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ ฝา่ ยมธั ยมศกึ ษา (ศกึ ษาศาสตร)์

หน่วยการเรยี นรู้ จานวน/ชื่อ/หนว่ ยการเรียนรู้ เวลา
(ชว่ั โมง/คาบ)

สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์ 1.เศรษฐศาสตร์ (ม.3.1/1)

มาตรฐาน ส 3.1 – ความหมาย

ตัวชวี้ ดั ที่ 1 : อธบิ ายความหมาย และ – ความสาคญั 4

ความสาคญั ของ เศรษฐศาสตร์ – ขอบขา่ ย

– การบรหิ ารจดั การทรัพยากร

– หน่วยเศรษฐกจิ

ตัวชว้ี ดั ท่ี 2 : วิเคราะหค์ ่านิยมและ 2. การบริโภค (ม.3.1/2)

พฤติกรรมการบริโภคของคนในสังคม – ความหมาย

ซ่งึ ส่งผลต่อเศรษฐกิจของชมุ ชนและ – ความสาคญั

ประเทศ – หลกั การในการบรโิ ภคทด่ี ี

– ปัจจัยที่มอี ิทธิพลตอ่ การบรโิ ภค

– คา่ นยิ ม และพฤติกรรมการบรโิ ภค 4

– ผลดแี ละผลเสยี ของพฤติกรรมการ

บริโภค

– การคุ้มครองผู้บรโิ ภค

ตวั ช้วี ัดท่ี 3 : อธบิ ายความเป็นมา 3. เศรษฐกจิ พอเพียง (ม.3.1/3)

หลกั การและความสาคญั ของปรชั ญา – ความหมาย

เศรษฐกจิ พอเพียงตอ่ สังคมไทย – ความสาคัญ

– โครงการพระราชดาริ (ร.9) 4
– หลกั การ

– การประยกุ ตใ์ ช้

– ความสาคญั คุณคา่ และประโยชน์

18

ตารางท่ี 1 โครงสรา้ งรายวิชา กลมุ่ สาระสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝา่ ยมธั ยมศึกษา (ศกึ ษาศาสตร์) (ต่อ)

หน่วยการเรยี นรู้ จานวน/ชื่อ/หน่วยการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง/
คาบ)

มาตรฐาน ส 3.2 4. สถาบันทางเศรษฐกจิ (ม.3.2/1)

ตวั ชี้วัดท่ี 1 : วิเคราะหบ์ ทบาทหนา้ ที่ – ธนาคารกลาง

และความแตกตา่ งของสถาบันการเงนิ – สถาบนั การเงนิ ตา่ ง ๆ

แตล่ ะประเภทและธนาคารกลาง – ความหมาย ประเภท 5

ความสาคญั

– ความสมั พันธ์ระหวา่ งผู้ผลติ

ผบู้ ริโภค และสถาบนั การเงนิ

ตัวช้วี ดั ท่ี 2 : ยกตัวอยา่ งทส่ี ะทอ้ นให้ 5. ความสัมพนั ธท์ างเศรษฐกิจ

เหน็ การพ่ึงพาอาศยั กนั และการแขง่ ขัน (ม.3.2/2)

กันทางเศรษฐกิจในประเทศ – การแลกเปลยี่ น

– การพึง่ พาทางเศรษฐกจิ

– การแขง่ ขันทางเศรษฐกิจ

– ปญั หาเศรษฐกิจในชมุ ชน 5

– แนวทางการแกไ้ ขปัญหา

เศรษฐกจิ ในชุมชน

– ปัญหาเศรษฐกจิ ในประเทศ

– แนวทางการแกไ้ ขปญั หา

เศรษฐกิจในประเทศ

6. ความจาเปน็ ของการรว่ มมอื กัน

ทางเศรษฐกจิ ในสงั คมโลก (ม.

3.2/2) 2

– ระบบเศรษฐกจิ

– องค์การความรว่ มมือทาง

เศรษฐกิจ

19

ตารางที่ 1 โครงสรา้ งรายวชิ า กลมุ่ สาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1

โรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ ฝ่ายมธั ยมศกึ ษา (ศกึ ษาศาสตร)์ (ตอ่ )

หน่วยการเรียนรู้ จานวน/ช่อื /หน่วยการเรยี นรู้ เวลา (ชั่วโมง/
คาบ)

ตวั ชี้วดั ที่ 3 : ระบุปจั จยั ทม่ี ีอทิ ธิพลตอ่ 7. การผลติ (ม.3.2/3)

การกาหนดอปุ สงค์และอุปทาน – ปัจจัยการผลิต

– อุปสงค์ 3

– ความหมาย

– กฎของอุปสงค์

– ปจั จยั ท่กี าหนดอุปสงค์

– อปุ ทาน

– กฎของอปุ ทาน

– ปัจจัยทกี่ าหนดอุปทาน

ตวั ชี้วดั ที่ 3 : ระบปุ ัจจยั ทม่ี ีอิทธพิ ลตอ่ 8. ดุลยภาพทางเศรษฐกิจ (ม.

การกาหนดอุปสงคแ์ ละอปุ ทาน (ต่อ) 3.2/3) 2
– ความหมาย

– ราคาดลุ ยภาพ

– ปรมิ าณดุลยภาพ

ตัวช้วี ดั ท่ี 4 : อภิปรายผลของการมี 9. กฎหมายเกี่ยวกับทรพั ยส์ ินทาง

กฎหมายเกี่ยวกบั ทรัพย์สนิ ทางปญั ญา ปัญญา (ม.3.2/4)

– ความหมาย

– ความสาคัญ 2
– กฎหมายทีเ่ กย่ี วกบั การ

คุ้มครองทรพั ยส์ ินทางปญั ญา

– ตวั อยา่ งการละเมิดทรัพยส์ นิ

ทางปญั ญา

20

ตารางที่ 1 โครงสรา้ งรายวิชา กลมุ่ สาระสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1

โรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลัยขอนแก่น ฝา่ ยมธั ยมศกึ ษา (ศกึ ษาศาสตร์) (ตอ่ )

หนว่ ยการเรยี นรู้ จานวน/ชอื่ /หน่วยการเรียนรู้ เวลา
(ชั่วโมง/

คาบ)

สาระท่ี 2 หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง วฒั นธรรม 1. กฎหมายนา่ รู้ (ม.2.1/1)

และการดาเนินชีวติ ในสังคม – กฎหมายในการคุ้มครองสิทธขิ อง

มาตรฐาน ส 2.1 บคุ คล

ตวั ชีว้ ัดท่ี 1 : ปฏิบัตติ ามกฎหมายใน – กฎหมายการศกึ ษา 4
การคมุ้ ครองสิทธิของบคุ คล – กฎหมายการคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภค

– กฎหมายลขิ สิทธ์ิ

– ประโยชน์ของการปฏบิ ัตติ าม

กฎหมายการคุม้ ครองสทิ ธขิ องบคุ คล

ตัวชวี้ ัดที่ 2 : ระบคุ วามสามารถของ 2. เยาวชนดีมจี ิตสาธารณะ (ม.2.1/2)

ตนเองในการทาประโยชนต์ อ่ สังคมและ – จติ สาธารณะ

ประเทศชาติ – การปฏบิ ตั ติ นตามกฎหมาย

– การมสี ว่ นรว่ มในกิจกรรมทางสงั คม

– ความรบั ผดิ ชอบต่อกิจกรรมทาง 4

สังคม

– การอนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ

ตัวชว้ี ัดที่ 3 : อภปิ รายเกย่ี วกับคณุ คา่ 3. วฒั นธรรม (ม.2.1/3)

ทางวฒั นธรรมทเ่ี ปน็ ปจั จยั ในการสร้าง – วัฒนธรรมไทย

ความสมั พนั ธ์ทีด่ ีหรืออาจนาไปสู่ความ – วัฒนธรรมของประเทศในภมู ิภาค

เขา้ ใจผิดตอ่ กัน เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้

– ความคล้ายคลงึ และความแตกต่าง 4
ระหว่างวัฒนธรรมไทยกับวฒั นธรรมของ

ประเทศในภมู ภิ าคเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้

– ความสมั พนั ธท์ ่เี กดิ จากวฒั นธรรม

21

ตารางที่ 1 โครงสรา้ งรายวชิ า กลุ่มสาระสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1

โรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝา่ ยมธั ยมศกึ ษา (ศึกษาศาสตร์) (ตอ่ )

หน่วยการเรยี นรู้ จานวน/ชือ่ /หน่วยการเรียนรู้ เวลา
(ชว่ั โมง/

คาบ)

ตัวชี้วัดท่ี 4 : แสดงออกถึงการเคารพใน 4. สถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพและ

สทิ ธิของตนเองและผู้อน่ื หนา้ ที่ (ม.2.1/4)

– ความหมาย ความสาคญั

– การปฏบิ ตั ติ นในการใช้สิทธิ 4
สถานภาพ บทบาท เสรภี าพและหน้าที่

– ผลจากการปฏิบตั ติ นในการใชส้ ทิ ธิ

สถานภาพ บทบาท เสรีภาพและหน้าท่ี

มาตรฐาน ส 2.2 5. รัฐธรรมนญู (ม.2.2/1)

ตวั ชี้วัดที่ 1 : อธบิ ายหลกั การ – ประวัติ ความเป็นมา

เจตนารมณ์ โครงสรา้ ง และสาระสาคัญ – หลกั การ

ของรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย – เจตนารมณ์ 5

ฉบบั ปัจจบุ นั โดยสังเขป – โครงสรา้ ง

– สาระสาคญั ของรัฐธรรมนญู แห่ง

ราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจบุ ัน

ตวั ช้ีวัดที่ 2 : วิเคราะหบ์ ทบาทการ 6. อานาจอธปิ ไตย (ม.2.2/2)

ถว่ งดลุ ของอานาจอธปิ ไตยใน – ความหมาย 4
รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทยฉบับ – ประเภท

ปจั จบุ ัน – การถว่ งดลุ อานาจ

ตวั ชี้วดั ที่ 3 : ปฏบิ ัติตนตามบทบัญญตั ิ 7. พลเมอื งดีตามวถิ ีประชาธปิ ไตย (ม.

ของรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย 2.2/3)

ฉบบั ปจั จบุ นั ทเี่ ก่ยี วข้องกับตนเอง – ความหมาย

– คณุ ลักษณะของพลเมอื งดี 4

22

– ความสาคัญของการปฏิบตั ติ นเปน็
พลเมอื งดี

– ตวั อยา่ งการปฏิบตั ิตนเปน็ พลเมือง
ดี

จากตารางที่ 1 โครงสร้างรายวิชา กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับช้ัน
มัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายมัธยมศึกษา (ศึกษาศาสตร์) ผู้วิจัยได้
ดาเนินการสอนในรายวิชา ส 21102 สังคมศึกษา 2 สาระที่ 2 หน้าที่พลเมอื ง วัฒนธรรม และการดาเนนิ
ชีวิตในสังคม หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพและหน้าที่ เรื่อง สถานภาพและ
บทบาท โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือ ด้วยเทคนิคจิกซอว์ II (Jigsaw II) ร่วมกับสื่อแอปพลิเคชัน
Nearpod และ QuizWhizzer จานวน 1 แผนการจัดการเรียนรู้ เวลา 1 ชั่วโมง ซึ่งเนื้อหาที่ใช้สอดคล้อง
กับมาตรฐานการเรียนรู้ที่ ส 2.1 เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม
และธารงรักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดารงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันติสุข
ตัวชี้วัด ม.2.1/4 แสดงออกถึงการเคารพในสทิ ธิของตนเองและผ้อู ื่น

2. ทฤษฎี และแนวคดิ ทเี่ กีย่ วข้องกบั วธิ ีการเรียนรู้แบบรว่ มมอื ด้วยเทคนคิ จกิ ซอว์ 2 (Jigsaw)
2.1 การเรยี นรู้ด้วยกลุ่มร่วมมอื
2.1.1 ความหมายการเรยี นรู้ดว้ ยกลุ่มร่วมมอื (Co-operative Learning)
อารี สัณหฉวี (2543 : 33) กล่าวว่า การเรียนรู้ด้วยกลุ่มร่วมมือ หมายถึงเป็นวิธีการเรียนท่ี

ให้นักเรียนทางานด้วยกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ เพื่อให้เกิดผลการเรียนรู้ทั้งทางด้านความรู้และทางด้านจิตใจ
ช่วยให้นักเรียนเห็นด้านจิตใจคุณค่าในความแตกต่างระหว่างบุคคลของเพื่อนๆเคารพความคิดเห็นและ
ความสามารถของผ้อู ่ืนแตกต่างจากตน ตลอดจนร้จู กั ช่วยเหลือและสนับสนนุ เพื่อน ๆ

สลาวิน (พิมพ์พันธ์ เดชะคุปต์. 2544: 6; อ้างอิงมาจาก Slavin. 1977 : 3) กล่าวว่า การ
เรียนรู้ด้วยกลุ่มร่วมมือ หมายถึง วิธีการสอนอีกแบบหนึ่ง ซึ่งกาหนดให้นักเรียนที่มีความสามารถแตกต่าง
กันทางานร่วมกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ โดยปกติจะมี 4 คน เป็นนักเรียนที่เรียนเก่ง 1 คน เรียนปานกลาง 2 คน
และเรียนอ่อน 1 คน การทดสอบของนักเรียนจะแบ่งออกเป็น 2 ตอน ตอนแรกจะพิจารณาค่าเฉลี่ยของ
ทั้งกลุ่มตอนที่ 2 จะพิจารณาคะแนนทดสอบเป็นรายบุคคลโดยการทดสอบนักเรยี นต่างคนต่างทาแต่เวลา

23

เรียนต้องเรียนรว่ มกัน รับผิดชอบงานของกลุ่มร่วมกัน โดยที่กลุ่มจะประสบผลสาเร็จได้ เมื่อสมาชิกทุกคน
ไดเ้ รยี นรู้ บรรลตุ ามจดุ มุ่งหมาย เช่นเดียวกนั

ไสว ฟักขาว (2544 : 193) กล่าวถึงการเรียนรู้แบบร่วมมือไว้ว่า เป็นการจัดการเรียนการ
สอนที่แบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่มเล็ก ๆ สมาชิกในกลุ่มมีความสามารถแตกต่างกัน มีการแลกเปลี่ยนความ
คิดเห็น มีการช่วยเหลือสนับสนุนซึ่งกันและกัน และมีความรับผิดชอบร่วมกันทั้งในส่วนตน และส่วนรวม
เพ่อื ใหก้ ลุ่มไดร้ ับความสาเรจ็ ตามเป้าหมายท่ีกาหนด

มานพ ประธรรมสาร (2546 : 10) กล่าวว่า การเรียนรู้ด้วยกลุ่มร่วมมือ คือการทางาน
ร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายที่มีอยู่ด้วยกัน ภายในกิจกรรมที่ร่วมทานี้ แต่ละคนจะแสวงหาผลลัพธ์ที่เป็น
ประโยชน์ต่อตนเองและเปน็ ประโยชนต์ อ่ สมาชิกคนอ่ืน ๆในกลมุ่ การเรยี นรู้แบบร่วมมือ ใชใ้ นการสอนกล่มุ
เล็ก ๆ ให้ทางานร่วมกันตามที่ได้รับมอบหมายจนกระทั่งสมาชิกในกลุ่มทุกคนมีความเข้าใจถูกต้องและ
ทางานจนเสรจ็ สมบูรณ์ สมาชิกทุกคนในกลมุ่ ไดร้ บั ประโยชน์จากความพยายามร่วมกนั

สมบัติ กาญจนารักพงค์ (2547 : 5) กล่าวว่า การเรยี นรูด้ ว้ ยกล่มุ ร่วมมือเป็นการจดั กิจกรรม
การเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนร่วมมือและช่วยเหลือกันในการเรียนรู้ โดยแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มเล็ก ๆ 4 –
5 คน ท่ีมีความสามารถแตกตา่ งกันทางานรว่ มกันเพ่ือเป้าหมายกลมุ่ สมาชิกมปี ฏิสัมพนั ธส์ ่งเสริมซึ่งกันและ
กันรับผิดชอบร่วมกันทั้งในส่วนตนและส่วนรวม ผลงานของกลุ่มขึ้นอยู่กับผลงานของสมาชิกแต่ละคนใน
กลมุ่ ความสาเร็จของแต่ละคนคือความสาเรจ็ ของกลุม่

อาภรณ์ ใจเที่ยง (2550 : 121) ได้กล่าวว่า การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือหรือแบบมีส่วน
ร่วม หมายถึง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถต่างกัน ได้ร่วมมือกันทางานกลุ่ม
ด้วยความตั้งใจและเต็มใจรับผิดชอบในบทบาทหน้าที่ในกลุ่มของตน ทาให้งานของกลุ่มดาเนินไปสู่
เป้าหมายของงานได้

จอร์นสันและจอร์นสัน (Deutsch,1962 ; Johnson and Johnson, 1991) กล่าวว่า การ
ร่วมมือกันคือ การทางานร่วมกันภายในกิจกรรมที่ทาร่วมกันนี้ แต่ละคนจะแสวงหาผลลัพธ์ที่เป็น
ประโยชน์ต่อตนเองและต่อสมาชิกคนอื่น การเรียนรู้แบบร่วมมือใช้สอนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ให้นักเรียนทางาน
ร่วมกันเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการเรียนสูงสุดแก่ตนเองและกัน ในสถานการณ์การเรียนรู้แบบร่วมมือจะมี
การพงึ่ พากนั ทางบวกในการมุ่งผลสาเรจ็ ของผเู้ รยี น (กรมวิชาการ, 2546, หน้า 10)

อังคณา ตุงคะสมิต อ้างอิงจาก สุวิทย์ คามูล และอรทัย คามูล (2553) กล่าวว่า การจัดการ
เรียนรู้แบบร่วมมือ หมายถึง กระบวนการเรียนรู้ที่จัดเพื่อให้ผู้เรียนได้ช่วยเหลือและร่วมมือกันในการ
เรียนรู้ โดยกล่มุ ของผู้เรียนจะคละความสามารถกนั ซึ่งเป็นกลุ่มขนาดเลก็ มกี ารทางานร่วมกัน แลกเปล่ียน

24

ความคิดเห็น และมีความรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อให้ตนเองและสมาชิกกลุ่มคนอื่น ๆ ประสบความสาเร็ จ
ตามเปา้ หมาย

องั คณา ตงุ คะสมิต อา้ งอิงจาก สคุ นธ์ สนิ ธพานนท์ และจินตนา วีรเกยี รตสิ ุนทร (2556) การ
จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเป็นวิธีการสอนที่สง่ เสรมิ ให้ผู้เรียนได้เกิดการเรยี นรู้รว่ มกัน เน้นให้ผู้เรียนภายใน
กลุ่มมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งความสามารถของสมาชิกที่แตกต่างกัน จะช่วย
ส่งเสริมให้ผู้เรียนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และสมาชิกกลุ่มต้องรับผิดชอบร่วมกันต่อการเรียนรู้ เพราะยึด
แนวทางว่าความสาเร็จของสมาชิกทกุ คนจะกลายเป็นความสาเรจ็ กลุ่ม

จากการศึกษาความหมายการเรียนแบบร่วมมือ สามารถสรุปได้ว่าการจัดการเรียนรู้ด้วย
กลุ่มร่วมมือกันเรียนรู้ หมายถึง การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ช่วยให้ผู้เรียนใช้ความสามารถ
เฉพาะตัวในการร่วมมือกันแก้ปัญหาต่าง ๆ นักเรียนรู้จักวิธีการทางานกลุ่มการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
ตลอดจนมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เพื่อให้บรรลุผลสาเร็จตามเป้าหมายโดยสมาชิกในกลุ่มตระหนักว่าแต่ละ
คนเป็นสว่ นหน่ึงของกลุ่ม

2.1.2 แนวคิดทฤษฎีการเรียนร้แู บบร่วมมือ
Johnson & Johnson (1991 อ้างถึงใน สงวน เกตุปรางค์,2553) ไดเ้ สนอวา่ การเรยี นรู้
แบบรว่ มมือ ควรมีลักษณะดังน้ี
1. แบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่มย่อยที่มีสมาชิกคละความสามารถกัน 2-6 คน ซึ่งสมาชิกทุก
คนมเี ป้าหมายคือทาใหผ้ ลสัมฤทธิท์ างการเรียนเฉลีย่ ของกล่มุ สูงข้นึ
2. สมาชิกทุกคนแบ่งหน้าที่รับผิดชอบการทางาน ความสาเร็จของทุกคนคือความสาเร็จ
ของกลมุ่
3. สมาชิกทุกคนยอมรับและไว้วางใจซ่ึงกันและกัน ในบทบาทและผลงานกลุ่มเสมือน
เป็นผลงานตนเอง โดยยอมรับท้งั ความสามารถ จดุ เด่น จุดดอ้ ย ของสมาชกิ กลุ่ม
4. สมาชิกกลุ่มให้ความช่วยเหลือ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ผู้เรียนที่มีความสามารถให้
กาลังใจเพือ่ นทีด่ ้อยกวา่ และชว่ ยกระตนุ้ ใหเ้ พื่อนขยันมากขนึ้ เพื่อจะไดป้ ระสบผลสาเรจ็ ทางการเรียน และ
แม้จะพยายามแล้วแต่ผลสัมฤทธิ์ไม่เพิ่มสูงขึ้น ก็ยังจะได้รับการยอมรับจากเพื่อนในกลุ่ม ซึ่งผู้เรียนแต่ละ
คนต้องรบั ผิดชอบตอ่ การเรยี นรู้ของตนเองและสมาชิกกลุ่ม

25

2.1.3 องค์ประกอบของการเรียนแบบร่วมมือ
การเรยี นแบบร่วมมือมอี งคป์ ระกอบต่อไปน้ี ( ศุภวรรณ์ เล็กวไิ ล,2540 41-42 )
1. การมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันหรือการพึ่งพาอาศัยกันในทางบวก (Positive
Interdependence) จะส่งเสริมให้สมาชิกในกลุ่มเกิดความรู้สึกที่ดีต่อกัน รับผิดชอบร่วมกัน สนับสนุน
เก้อื กลู กัน นอกจากน้ีรวมถึงการตระหนกั ถึงความสาเร็จของกลุ่มขึน้ กับสมาชิกในกล่มุ
2. การส่งเสริมปฏิสัมพันธ์แบบเผชิญหน้า (Face to Face Interaction) การที่นักเรียน
ทางานร่วมกัน โดยแบ่งเป็นกลุ่มย่อย มีการฝึกทักษะการอยู่ร่วมกันในสังคม โดยฝึกให้นักเรียนอภิปราย
และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มีปฏิสัมพันธ์ในลักษณะที่เผชิญหน้ากันและช่วยให้สมาชิกบรรลุตาม
วตั ถปุ ระสงค์
3. การรับผิดชอบรายบุคคล ( Individual Accountability ) สมาชิกแต่ละคนต้อง
ตระหนักว่าผลงานของกลุ่มจะบรรลุวัตถุประสงค์ได้ด้วยความร่วมมือและความรับผิดชอบของสมาชิกทุก
คน เชน่ แสดงความคดิ เหน็ ตอบคาถาม หรือแกป้ ญั หารว่ มกนั เปน็ ต้น
4. ทักษะทางสงั คม ( Social Skull ) สมาชกิ ควรได้รับการสอนทกั ษะทางสงั คม ทางด้าน
ความเป็นผูน้ า การสือ่ สาร การตัดสินใจเพือ่ ให้สามารถทางานร่วมกนั ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ พ
5. กระบวนการกลุ่ม ( Group Process ) กระบวนการกลุ่มเป็นกระบวนการทางานที่มี
ขั้นตอน สมาชิกทุกคนต้องเข้าใจเป้าหมายการทางาน วางแผนปฏิบัติงานร่วมกัน ดาเนินงานตามแผน
ตลอดจนประเมนิ ผลและปรบั ปรุงงาน
2.1.4 ขั้นตอนการสอนแบบรว่ มมอื
อรพรรณ พรสีมา (2540) อ้างองิ ใน ชยั วฒั น์ สทุ ธริ ัตน์ (2553,49) ได้อธิบายขั้นตอนการ
เรียนรแู้ บบร่วมมือไว้ดงั นี้
1. ขั้นเตรียม กิจกรรมในขั้นเตรียม ประกอบไปด้วย ครูแนะนาทักษะในการเรียนรู้
ร่วมกันและจัดกลุ่มเรียน แบ่งออกเป็นกลุ่มย่อย ๆ กลุ่มละ 4 คน ครูควรแนะนาเกี่ยวกับระเบียบของกลุ่ม
บทบาทและหน้าที่ของสมาชิกกลุ่ม แจ้งวัตถุประสงค์ของบทเรียน การทากิจกรรมร่วมกัน และควรมีการ
ฝึกทกั ษะพ้ืนฐานที่จาเปน็ สาหรบั การทางานกลมุ่
2. ขั้นกิจกรรมกลุ่ม ผู้เรียนท่ีเรียนรู้กันในกลุ่มย่อย โดยที่แต่ละคนมีบทบาทและหน้าท่ี
ได้รับมอบหมาย เป็นขั้นตอนที่สมาชิกในกลุ่ม จะได้ร่วมกันรับผิดชอบต่อผลงานของกลุ่ม ในขั้นนี้ครู
กาหนดใหผ้ เู้ รียนใชเ้ ทคนคิ ตา่ ง ๆ ในการทากิจกรรม

26

3. ขั้นการตรวจสอบผลงานและทดสอบ ในขั้นนี้เป็นการตรวจสอบว่าผู้เรียนได้ปฏิบัติ
หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายครบถ้วนแล้วหรือยัง ผลการปฏิบัติอย่างไร เน้นการตรวจสอบผลงานกลุ่มหรือ
รายบคุ คล ในบางกรณีผ้เู รียนอาจต้องช่วยเสรมิ ส่ิงที่ขาดตกบกพร่อง ต่อจากน้ันเปน็ การทดสอบ

4. ขั้นสรุปบทเรียน และการประเมินผลการทางานกลุ่ม ครูและผู้เรียนช่วยกันสรุป
บทเรียน ถ้ามีส่ิงที่ผู้เรียนไม่เข้าใจ ครูควรอธิบายเพิ่มเตมิ ครูและผู้เรียนช่วยกันประเมินผลการทางานกลุ่ม
และพิจารณาวา่ อะไรคอื จุดเด่นของงานอะไรคอื ส่ิงทย่ี งั ต้องปรบั ปรุง

2.2 การจดั การเรยี นรแู้ บบรว่ มมือโดยใช้เทคนคิ จก๊ิ ซอว์ II
2.2.1 ความหมายของการจัดการเรียนรแู้ บบรว่ มมือโดยใชเ้ ทคนิคจ๊กิ ซอว์ II
การสอนโดยวิธีเรียนแบบร่วมมือมีหลากหลายรูปแบบ สาหรับการโดยใช้วิธีแบบจิ๊กซอว์

ได้มีนักการศกึ ษาได้ใหค้ วามหมายไว้ดังน้ี
สุวิทย์ มูลคา และอรทัย มูลคา (2545, หน้า 177-180) กล่าวว่าการจัดการเรียนรู้โดยใช้

เทคนิคจิ๊กซอว์ 2 ว่าเป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ใช้มโนทัศน์ต่อภาพ โดยแบ่งให้นักเรียนเป็นกลุ่มทุก
กลุ่มได้มอบหมายให้ทากิจกรรมเดียวกัน ผู้สอนจะแบ่งเนื้อหาของเรื่องออกเป็นหัวข้อย่อยเท่ากับจานวน
สมาชิกแต่ละกลุ่ม และมอบหมายให้นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ศกึ ษาคน้ คว้าคนละหัวขอ้ ซง่ึ นกั เรียนแตล่ ะคนเป็น
ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องที่ตนได้รับมอบหมายให้ศึกษาจากกลุ่ม สมาชิกต่างกลุ่มที่ได้รับมอบหมายในหัวข้อ
เดียวกันก็จะทาการศึกษาค้นคว้าร่วมกัน จากนั้นนักเรียนแต่ละคนจะกลับไปเข้ากลุ่มเดิมของตนเพื่อทา
หน้าท่ีเป็นผู้เชี่ยวชาญอธิบายความรู้เนื้อหาสาระที่ตนได้ศึกษาให้เพื่อนร่วมกลุ่มฟังเพื่อให้สมาชิกทั้งกลุ่ม
ได้รบั เนือ้ หาสาระครบถว้ นทุกหวั ข้อยอ่ ยและเกดิ การเรียนร้เู นื้อหาสาระทง้ั หมด

สลาวิน (Slavin 1995, p.126) ได้กล่าวถึงความหมายของการเรียนแบบรว่ มมือโดยใช้
เทคนิคจิ๊กซอว์ (Jigsaw) ไว้ว่า การเรียนแบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคจิ๊กซอว์ ได้รับการพัฒนาโดยอารอนสัน
(Aronson) ซึ่งมีลักษณะคล้าย จิ๊กซอว์ II แต่มีลักษณะสาคัญแตกต่างกันหลายประการ คือ วิธีสอนโดยใช้
เทคนิคจิ๊กซอว์นักเรียนจะได้อ่านเนื้อหาที่แตกต่างกันไปจากเพื่อน ๆ ในกลุ่มใช้เวลาน้อยกว่าการเรียน
แบบจิ๊กซอว์ II ทั้งนี้เพราะจิ๊กซอว์ II มีเนื้อหาสั้นกว่า นักเรียนศึกษาได้เพียงบางส่วนเท่านั้น การเรียน
แบบจิ๊กซอว์ เนื้อหาที่ใช้ศึกษาจะถูกเขียนเรียงเป็นบทย่อย ๆ ขึ้นมาใหม่เพื่อให้เข้าใจง่าย ซึ่งตรงกันข้าม
กบั จก๊ิ ซอว์ II เนอ้ื หาทีใ่ ช้ ในการศึกษามคี วามสัมพันธ์กนั ไมถ่ กู แบ่งเน้ือหายอ่ ย ๆ

นรินทร์ กระพี้แดง (2542, หน้า28) ได้กล่าวว่า การเรียนแบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคจ๊ิก
ซอว์ หมายถึง การจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนทีแ่ บ่งผเู้ รียนออกเป็นกลมุ่ ๆ ละ 5-6 คน นักเรียนในกล่มุ มี
ความสามารถคละกัน เรียนรู้ร่วมกัน ผู้สอนกาหนดให้แต่ละคนในกลุ่มศึกษาเนื้อหาย่อย ๆ แตกต่างกัน

27

โดยไปศึกษาร่วมกับสมาชิกของกลุ่มหลักอื่น ๆ ที่ได้รับผิดชอบในหัวข้อย่อยเดียวกัน ซึ่งเรียกว่ากลุ่มผู้มี
ประสบการณ์ แล้วนาผลการศึกษามาธิบายให้เพื่อนนักเรียนในกลุ่มหลักของตนฟัง นักเรียนทุกคน
รับผดิ ชอบต่อกลมุ่ ของตนรว่ มกนั

ปิยะฉัตร ขาวแก้ว (2542, หน้า20) กล่าวว่า การเรียนแบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคจิ๊กซอว์
(Jigsaw) เป็นการจัดให้ผู้เรียนที่มีความสามารถแตกต่างกัน กลุ่มละ 3 – 6 คน เรียนรู้ร่วมกัน โดยครูแบ่ง
บทเรียนออกเป็นเรื่องย่อย ๆ เท่ากับจานวนสมาชิกของแต่ละกลุ่ม สมาชิกแต่ละกลุ่มแบ่งหัวข้อใน
การศึกษาคนละหัวข้อ แล้วให้สมาชิกที่ศึกษาหัวข้อเดียวกันของทุกกลุ่มไปศึกษาและอภิปรายร่วมกันจน
เกิดความเข้าใจดีแล้ว จึงกลับไปรายงานผลให้สมาชิกในกลุ่มฟังทีละหัวข้อจนครบถ้วน เมื่อจบบทเรียนครู
จะทาการทดสอบความรูแ้ ละให้รางวัลเป็นการเสรมิ แรง

ธีรวัฒน์ ผิวขม (2554, หน้า 20) การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคจิ๊กซอว์
หมายถึง การจัดรูปแบบการเรียน โดยมีวิธีการแบ่งนักเรียนเป็นทีม ซึ่งความสามารถของผู้เรียนคละกัน
ภายในกลมุ่ ประกอบด้วยสมาชกิ ทมี ระดบั ความสามารถสูง ปานกลาง และต่า คละกนั เรยี กที่น่ีวา่ ทีมบ้าน
สมาชิกกลุ่มบ้านต้องแยกย้ายออกไปหาทีมอื่นที่ได้รับหัวข้อที่เหมือนกัน แล้วศึกษาทาความเข้าใจร่วมกัน
เรียกทีมนี้ว่า ทีมผู้เชี่ยวชาญ หลังจากนั้นสมาชิกในทีมผู้เชี่ยวชาญกลับไปที่ทีมบ้านของตน แต่ละคนช่วย
สอนเพื่อนในทีมบ้านให้เข้าใจในสาระที่ตนได้ศึกษาร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญมา ดังนั้นสมาชิกทุกคนในทีม
บ้านก็จะได้เรียนรู้ภาพรวมของสาระทั้งหมด จากสมาชิกกลุ่มเชี่ยวชาญที่แยกย้ายออกไปศึกษาสาระที่
แตกต่างกันออกไป และหลังจากนั้นนักเรียนทุกคนทาแบบทดสอบ แต่ละคนจะได้คะแนนเป็นรายบุคคล
และนาคะแนนแต่ละคนในทีมบ้านมารวมกันเป็นคะแนนของทีม หากทีมใดทาคะแนนได้สูงสุด ครูให้การ
เสรมิ แรง โดยการกล่าวคาชมเชย หรอื มอบรางวลั เปน็ การกระต้นุ ให้นกั เรยี นร่วมมอื กันในการเรยี นรู้

จากความหมายทก่ี ล่าวมาข้างตน้ สรปุ ไดว้ า่ การจดั การเรียนการรแู้ บบร่วมมือเทคนิคจ๊ิก
ซอว์ II เปน็ การจดั การเรียนรู้โดยการแบ่งกลุ่มผู้เรียนทค่ี ละความสามารถ กลมุ่ ละ 3 – 6 และครูแบ่งเน้อื หา
ย่อย ๆ เท่ากับจานวนสมาชิกของแต่ละกลุ่ม สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มจะต้องแยกย้ายออกไปหาทีมอื่นท่ี
ได้รับหวั ข้อเหมอื นกัน แล้วศกึ ษาทาความเข้าใจในเน้ือหาร่วมกนั จากนัน้ ก็กลบั ไปอธบิ ายให้สมาชกิ ในกลุ่ม
ให้เข้าใจตามเนื้อหาที่ตนเองได้ออกไปศึกษามา และหลังจากนั้นนักเรียนแต่ละคนจะต้องทาแบบทดสอบ
เปน็ คะแนนรายบคุ คล แล้วนาคะแนนของสมาชิกภายในกลุ่มมารวมกนั เพือ่ เปน็ คะแนนของกลมุ่ หากกลุ่ม
ใดได้คะแนนสูงสุดจะได้รับการเสริมแรง โดยการกล่าวชื่นชมหรือได้รับรางวัล ได้นาสาระไปใช้ในการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้ในห้องเรียน การแบ่งกลุ่มผู้เรียนการประเมินผล และวางแผนในการจัดทาแผนการ
จดั การเรียนรู้ ซ่งึ การจัดการเรียนรแู้ บบรว่ มมือนีจ้ ะช่วยใหผ้ ู้เรยี นสามารถทางานรว่ มกับเพือ่ นร่วมชั้นไดด้ ี

28

2.2.2 วตั ถปุ ระสงคข์ องการจดั กิจกรรมการเรยี นรแู้ บบจิกซอว์
การจัดการเรียนการสอนทุกรูปแบบการสอน จะต้องมีวัตถุประสงค์ว่าจัดกิจกรรมขึ้นมา
เพ่ืออะไร ได้มีนกั วิชาการได้กล่าวถงึ วัตถปุ ระสงค์ของการจดั การเรยี นการสอนแบบจิกซอว์ ดังนี้
ณัฐวุฒิ กิจรุ่งเรือง (2545 : 34) กล่าวว่า การสอนแบบจิกซอว์ เป็นเทคนิคที่พัฒนาข้ึน
เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและการถ่ายทอดความรู้ระหว่างเพื่อนในกลุ่ม นิยมใช้การสอนแบบนี้ ในรายวิชา
ทีผ่ เู้ รยี นตอ้ งเรยี นเนอื้ หาวชิ าจากตาราเรยี น เชน่ สงั คมศึกษา ภาษาไทย
สุวิทย์ มูลคา และอรทัย มูลคา (2545 : 177) กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมเรียน
การสอนโดยใชเ้ ทคนิคจิกซอว์ไว้ 2 ขอ้ คือ

1. เพือ่ ส่งเสริมใหผ้ ้เู รยี นได้ศึกษา ค้นควา้ หาความรู้ดว้ ยตนเอง
2. เพ่ือสง่ เสริมใหผ้ ูเ้ รียนฝึกทกั ษะกระบวนการทางสงั คม และความรับผิดชอบ
จากวัตถุประสงค์ที่กล่าวมานั้น สรุปได้ว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบจิกซอว์ เป็น
การส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง ทางานร่วมกันเป็นกลุ่ม นักเรียนได้ถ่ายทอดความรู้
ให้แก่กัน และมคี วามรับผิดชอบในการทางานรว่ มกัน
2.2.3 องค์ประกอบการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้แบบจิกซอว์
นักวิชาการหลายท่านได้กล่าวถึงองค์ประกอบการจัดกิจกรรมกา รเรียนรู้แบบจิกซอว์
ดังนี้
ไสว ฟักขาว (2542 : 135) กล่าวว่า องค์ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบจิก
ซอว์ มดี ังน้ี
1. การเตรียมสื่อการเรียนการสอน (Preparation of Materials) ครูสร้างใบงานให้
ผู้เชี่ยวชาญแต่ละคนของกลุ่ม และสร้างแบบทดสอบย่อยในแต่ละหน่วยการเรียน แต่ถ้ามีหนังสือเรียนอยู่
แล้วยิ่งทาให้ง่ายขึ้นได้ โดยแบ่งเนื้อหาในแต่ละหวั ข้อเรื่องที่จะสอนเพื่อทาใบงานสาหรับผู้เชี่ยวชาญ ในใบ
งานควรบอกว่านักเรียนต้องทาอะไร เช่น ให้อ่านหนังสือหน้าอะไร อ่านหัวข้ออะไร จากหนังสือหน้าไหน
ถึงหน้าไหน หรือให้ดูวีดิทัศน์ หรือให้ลงมือปฏิบัติการทดลอง พร้อมกับมีคาถามให้ตอบตอนท้ายของ
กิจกรรมทท่ี าดว้ ย
2. การจัดสมาชิกของกลุ่มและของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ (Teams and Expert Groups) ครู
จะแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม ๆ (Home Group) แต่ละกลุ่มจะมีผู้เชี่ยวชาญในแต่ละเรื่องตามใบงาน ของ
ตนก่อนที่จะแยกไปตามกลุ่มของผู้เช่ียวชาญ (Expert Groups) เพ่อื ทางานตาม ใบงานนั้น ๆ เม่ือนกั เรียน
พร้อมที่จะทากิจกรรม ครูแยกกลุ่มนักเรียนใหม่ตามใบงาน กิจกรรมในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญแต่ละกลุ่มอาจ

See also  Doctor Strange - Movie Review | doctor strange รีวิว | ทรงผมที่สวยที่สุด

29

แตกต่างกัน ครูพยายามกระตุ้นให้นักเรียนศึกษาหัวข้อตามใบงานที่แตกต่างกัน ดังนั้นใบงานท่ีครูสรา้ งขน้ึ
จึงมีความสาคัญมาก เพราะในใบงานจะนาเสนอด้วยกิจกรรมที่แตกต่างกัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญในแต่ละกลุ่ม
อาจจะลงมือปฏิบัติการทดลอง ศึกษาเกี่ยวกับสิ่งที่ได้รับมอบหมาย พร้อมกับเตรียมการนาเสนอสิ่งนั้น ๆ
อยา่ งสนั้ ๆ เพ่ือวา่ เขาจะไดน้ ากลบั ไปสอนสมาชกิ คนอ่ืน ๆ ในกลมุ่ ทีไ่ ม่ได้ศึกษาในหัวขอ้ ดงั กล่าว

3. การรายงานและการทดสอบย่อย (Reports and Quizzes) เมื่อกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ แต่
ละกลุ่มทางานเสร็จแล้ว ผู้เชี่ยวชาญแต่ละคนก็จะกลับไปยังกลุ่มเดิมของตัวเอง (Home Groups) แล้ว
สอนเรื่องที่ตัวเองทาให้กับสมาชิกคนอื่น ๆ ในกลุ่ม ครูกระตุ้นให้นักเรียนใช้วิธีการต่าง ๆ ในการนาเสนอ
สิ่งที่จะสอน นักเรียนอาจใช้วิธีการสาธิต อ่านรายงาน ใช้คอมพิวเตอร์ รูปถ่ายไดอะแกรม แผนภูมิหรือ
ภาพวาดในการนาเสนอความคดิ เหน็ ครูกระตุ้นให้สมาชิก ในกลมุ่ ไดม้ ีการอภปิ รายและซักถามปญั หาต่าง
ๆ โดยท่ีสมาชิกแต่ละคนตอ้ งมีความรบั ผิดชอบในการเรยี นรแู้ ต่ละเรือ่ งทีผ่ ู้เชี่ยวชาญแต่ละคนนาเสนอ เมื่อ
ผู้เชี่ยวชาญได้รายงานผลงานกับกลุ่มของตัวเองแล้ว ควรมีการอภิปรายร่วมกันทั้งห้องเรียนอีกครั้งหนึ่ง
หรือมีการถามคาถาม และตอบคาถามในหวั ขอ้ เรื่องท่ีเชยี่ วชาญแต่ละคน ได้ศึกษา หลงั จากน้นั ครูก็ทาการ
ทดสอบ

สุวิทย์ มูลคา และอรทัย มูลคา (2545 : 178) กล่าวว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคจิก
ซอว์ มีองค์ประกอบสาคญั 3 สว่ น คือ

1. การเตรียมสื่อการเรียนรู้ ผู้สอนจะต้องเตรียมใบงาน ใบความรู้ สื่อการเรียนรู้อื่น ๆ
สาหรบั ผู้เชย่ี วชาญแตล่ ะกลมุ่ และสรา้ งแบบทดสอบย่อยในแตล่ ะหน่วยการเรยี น

2. การจัดสมาชิกของกลุ่ม ผู้สอนจะต้องแบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่มๆ เรียกว่า “กลุ่มพื้นฐาน”
(Home Groups) แตล่ ะกลมุ่ จะมีผู้เชย่ี วชาญ แตล่ ะเรอ่ื งตามใบงานทีผ่ ู้สอนสร้างขนึ้

3. การรายงานและทดสอบย่อย เม่ือผู้เชี่ยวชาญกลบั เข้ากลุ่มตัวเองและสอนเรื่องที่ตนเองได้
เรียนรู้มาสอนหรือรายงานให้กับสมาชิกในกลุ่มแล้ว ควรมีการอภิปรายกันทั้งห้องเรียนอีกครั้งหรือมีการ
ถาม – ตอบในหวั ข้อเรื่องทเ่ี รยี นรู้ หลงั จากนั้นผู้สอนทาการทดสอบยอ่ ยและประเมนิ ใหค้ ะแนน

จากที่กล่าวมานั้นสรุปได้ว่า องค์ประกอบของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบจิกซอว์นั้น
ครูผู้สอนจะต้องเตรียมสื่อต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เพียงพอ และแบ่ง
นักเรียนออกเป็นกลุ่มๆ โดยแต่ละกลุ่มจะมีผู้เชี่ยวชาญในแต่ละเรื่องตามใบงานของตนก่อนที่จะแยกไป
ตามกลุ่มของผูเ้ ชี่ยวชาญ เพื่อทางานตาม ใบงานนั้น ๆ แล้วจะได้นาความรู้ที่ได้กลับไปสอนสมาชิกคนอ่นื
ๆ ในกลมุ่ ทีไ่ ม่ได้ศึกษาในหัวขอ้ ดงั กล่าว เมอ่ื ทากิจกรรมเสรจ็ แลว้ ประเมนิ ผลโดยการทดสอบยอ่ ย

30

2.2.4 ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบจกิ ซอว์
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบจิกซอว์มีหลายขั้นตอน ซึ่งนักวิชาการได้กล่าวถึงขั้นตอน
ดงั ตอ่ ไปนี้
กรมสามัญศึกษา (2540 : 42 – 43) ได้เสนอขั้นตอนในการดาเนินการการจัดกิจกรรมการ
เรยี นรู้ดว้ ยกลมุ่ ร่วมมือ แบบจกิ ซอว์ ดังนี้
1. ครูแบง่ หวั ขอ้ ท่ีจะเรยี นเป็นหัวขอ้ ยอ่ ย ๆ ให้เทา่ กับจานวนสมาชกิ ของแตล่ ะกล่มุ
2. จัดกลุ่มนักเรียนกลุ่มละประมาณ 4 คน โดยให้สมาชิกของกลุ่มมีความสามารถคละกัน
กลมุ่ น้เี รยี กวา่ กลุม่ ประจา
3. มอบหมายใหส้ มาชิกแต่ละคน อ่าน/ศกึ ษาหัวขอ้ ยอ่ ยท่จี ดั แบง่ ไว้ เชน่ ในกลุ่ม A มี
สมาชิกเป็นจานวน A1, A2 , A3 และ A4

นกั เรยี น A1 อา่ นเฉพาะหวั ข้อย่อยท่ี 1
นกั เรยี น A2 อา่ นเฉพาะหัวขอ้ ยอ่ ยที่ 2
นกั เรยี น A3 อา่ นเฉพาะหัวขอ้ ย่อยที่ 3
นกั เรยี น A4 อา่ นเฉพาะหัวขอ้ ย่อยที่ 4
กลมุ่ อน่ื ๆ ทเ่ี หลอื ก็ดาเนินการมอบหมายรับผดิ ชอบในลกั ษณะเดยี วกัน
4. ให้นักเรียนที่อ่านหัวข้อ/หัวเรื่องเดียวกัน แยกออกมารวมกันเป็นกลุ่มชั่วคราว เพ่ือ
อภิปราย ซักถามและทากิจกรรมร่วมกันให้เกิดความรอบรู้ในหัวข้อเรื่องนั้น ๆ กลุ่มใหม่นี้เราเรียกว่ากลุ่ม
ผู้เช่ยี วชาญ ในกรณีนีถ้ ้ามกี ลุม่ ประจาอยู่ 4 กลุม่ คือ กลมุ่ A, B, C และ D
กลุ่มผเู้ ชี่ยวชาญกลุ่มท่ี 1 ก็จะประกอบด้วยสมาชกิ A1 , B1 , C1 , และ D1
กลุ่มผู้เชี่ยวชาญกลุ่มท่ี 2 ก็จะประกอบด้วยสมาชิก A2 , B2 , C2 , และ D1 อย่างนี้
ไปเรอื่ ย ๆ
5. มอบหมายหนา้ ทใ่ี หน้ ักเรยี นในกลุม่ ผเู้ ช่ยี วชาญ เชน่
นกั เรยี นคนท่ี 1 อา่ นคาถาม/คาสงั่ /คาช้ีแจง
นกั เรยี นคนท่ี 2 จดบันทกึ ข้อมลู สาคัญทกี่ าหนดให้ และอธิบายว่ากล่มุ จะตอ้ งทาอะไร
นกั เรยี นคนท่ี 3 หาคาตอบ/เหตผุ ล/คาอธิบาย
นกั เรยี นคนที่ 4 สรปุ ทบทวนและตรวจสอบคาตอบอีกทีหนึ่ง
เมื่อนักเรียนทาแต่ละข้อ (ประเด็น) เสร็จแล้วให้นักเรียนหมุนเวียนเปลี่ยนหน้าที่กัน
ครบทุกขอ้ (ประเดน็ )

31

6. นักเรียนในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญแยกตัวกลับไปยังกลุ่มประจาของตน แล้วผลัดกันอธิบาย
ความรู้ที่ได้จากการทากิจกรรม (ในข้อ 5) ให้เพื่อนสมาชิกในกลุ่มฟังตามลาดับหัวข้อย่อย โดยเริ่มจาก
หวั ขอ้ ทีง่ ่ายและเปน็ ความรู้พืน้ ฐานก่อน

7. นกั เรยี นทกุ คนทาแบบทดสอบย่อย เพอ่ื วดั ความรู้ทุกหัวขอ้ ย่อย (เป็นการสอบเดี่ยว) แล้ว
นาคะแนนของสมาชิกแต่ละคนมารวมกันเปน็ คะแนนของกลุ่ม

8. กลุ่มที่ได้คะแนนรวม (หรือค่าเฉลี่ย) สูงสุด จะได้รับการยกย่อง ชมเชยอาจจะเขียนติด
ปา้ ยประกาศ ไว้ท่บี อร์ดของหอ้ ง และบนั ทึกสถิติไวเ้ พ่ือมอบรางวัลเป็นระยะ ๆ

กระทรวงศึกษาธิการ (2547 : 114 – 115) ได้แบ่งขัน้ ตอนกิจกรรมการเรียนการสอน โดยใช้
เทคนคิ จิกซอว์ ดังนี้

1. ผู้สอนแบ่งหวั ข้อทจ่ี ะเรียนเป็นหัวข้อย่อยเทา่ กบั จานวนสมาชิกของแตล่ ะกลมุ่
2. จัดกลุ่มผู้เรียนโดยให้มีความสามารถคละกันภายในกลุ่ม เป็นกลุ่มบ้าน สมาชิกแต่ละคน
ในกลุ่มอา่ นเฉพาะหัวขอ้ ยอ่ ยท่ีตนได้รับมอบหมายเทา่ น้ัน โดยใชเ้ วลาตามทีผ่ ูส้ อนกาหนด
3. ผู้เรียนที่อ่านหัวข้อย่อยเดียวกันมานั่งด้วยกัน เพื่อทางาน ซักถาม และทากิจกรรม ซ่ึง
เรยี กวา่ กลุ่มผู้เชีย่ วชาญ สมาชกิ ทกุ ๆ คนรว่ มกนั อภปิ รายหรือทางาน อย่างเท่าเทียมกัน โดยใช้เวลาตามท่ี
ผสู้ อนกาหนด
4. ผู้เรียนแต่ละคนในกลุ่มเชี่ยวชาญ กลับมายังกลุ่มบ้านของตน จากนั้นผลัดเปลี่ยนกัน
อภิปราย ให้เพื่อนสมาชกิ ในกล่มุ ฟงั เร่ิมจากหวั ข้อย่อย 1,2,3 และ 4
5. ทาการทดสอบหัวข้อย่อย 1- 4 กับผู้เรียนทั้งห้อง คะแนนของสมาชิกแต่ละคน ในกลุ่ม
รวมเป็นคะแนนกลุ่ม กลุ่มที่ได้คะแนนสงู สดุ จะไดร้ บั การตดิ ประกาศ
สุวิทย์ มูลคาและอรทัย มูลคา (2545 : 178-181) การจัดการเรียนรู้ โดยใช้เทคนิคจิ๊กซอว์มี
ขั้นตอน ดังน้ี
1. ข้นั เตรียมเน้อื หา
ผู้สอนจัดเตรียมเนื้อหาสาระหรือเรื่องที่จะให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ โดยแบ่ง เนื้อหา หรือหัวข้อที่
จะเรียนออกเป็นหัวข้อย่อย ๆ เท่ากับจานวนสมาชิกของแต่ละกลุ่ม เช่น ถ้าขนาดกลุ่มละ 4 คน ก็แบ่ง
เน้ือหาออกเป็น 4 ส่วนเปน็ ต้น การจัดการเรียนรู้แบบรว่ มมือโดยใชเ้ ทคนิคจิ๊กซอว์ เหมาะสาหรบั ใชจ้ ดั การ
เรยี นรู้เน้ือหาสาระทม่ี ีลกั ษณะ ดงั น้ี

32

1.1 ใช้ทบทวนเนอื้ หาทีเ่ รยี นมาแล้วทมี่ ีหลายๆหวั ขอ้
1.2 ใชจ้ ดั การเรียนรู้เนอื้ หาความรู้ใหมท่ ส่ี ามารถแยกเนือ้ หาเป็นตอนยอ่ ย ๆ ได้ซึ่งตอน
ย่อย ๆ นน้ั ผูเ้ รียนสามารถเรยี นรู้หรอื ทาความเขา้ ใจได้ดว้ ยตนเอง
1.3 ใช้กับเนื้อหาที่ผู้เรียนสามารถศึกษาเรียนรู้จากเอกสาร ตารา บทความ ใบความรู้
ตลอดจนสื่ออน่ื ๆ เช่น เทป วดิ ทิ ัศน์ อนิ เทอร์เน็ต เปน็ ต้น
2. ข้นั จัดกลมุ่ ผ้เู รยี น
2.1 ผู้สอนจัดแบ่งกลุ่มผู้เรียนให้สมาชิกที่มีความสามารถคละกันเป็นกลุ่มพื้นฐาน
(Home Group) จานวนสมาชกิ ในกลุม่ อาจมี 2 – 6 คน ก็ได้
2.2 ผู้สอนแจกเอกสารอุปกรณ์หรือสื่อการเรียนรู้ให้กลุ่มละ 1 ชุด หรือให้สมาชิกคน
ละ 1 ชดุ (ซงึ่ ทุกกลุ่มจะศึกษาในเรอ่ื งเดียวกัน)
2.3 มอบหมายให้สมาชิกในกลุ่มแต่ละคนรับผิดชอบศึกษา ค้นคว้าเพียงคนละ 1 ส่วน
ซึง่ หากผ้สู อนแจกเอกสารให้เพยี งกลมุ่ ละ 1 ชุด ก็ใหผ้ เู้ รยี นแยกเอกสารออกเปน็ สว่ นๆ ตามหวั ขอ้
ทศิ นา แขมมณี (2548 : 266) กล่าวถงึ กระบวนการเรยี นการสอนรูปแบบจิกซอว์ ดังน้ี
1. จัดผู้เรียนเข้ากลุ่มคละความสามารถ (เก่ง–กลาง–อ่อน) กลุ่มละ 4 คนและเรียก กลุ่มน้วี า่
กลุม่ บา้ นของเรา (Home Group)
2. สมาชิกในกลุ่มบ้านของเรา ได้รับมอบมายให้ศึกษาเนื้อหาสาระคนละ 1 ส่วน
(เปรียบเสมือนได้ชิ้นส่วนของภาพตัดต่อคนละ 1 ชิ้น) และหาคาตอบในประเด็นปัญหาที่ผู้สอนมอบหมาย
ให้
3. สมาชกิ ในกลมุ่ บ้านเรา แยกย้ายไปรวมกบั สมาชิกกลุ่มอ่นื ซึง่ ได้รับเนอ้ื หาเดียวกัน ตั้งเป็น
กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ขนึ้ มาและรว่ มกนั ทาความเขา้ ใจในสาระน้ันอย่างละเอียด และรว่ มกนั อภิปรายหาคาตอบ
ประเด็นปัญหาท่ผี ้สู อนมอบหมายให้
4. สมาชิกกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ กลับไปสู่กลุ่มบ้านของเรา แต่ละคนช่วยสอนเพื่อน ในกลุ่มให้
เข้าใจในสาระที่ตนได้ศึกษาร่วมกับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ เช่นนี้ สมาชิกทุกคนก็จะได้เรียนรู้ภาพรวมของสาระ
ทัง้ หมด
5. ผู้เรียนทุกคนทาแบบทดสอบ แต่ละคนจะได้คะแนนเป็นรายบุคคล และนาคะแนนของ
ทุกคนในกลุ่มบ้านของเรามารวมกัน (หรือหาค่าเฉลี่ย) เป็นคะแนนกลุ่ม กลุ่มที่ได้คะแนนสูงสุด ได้รับ
รางวัล

33

สรุปได้ว่า จิ๊กซอว์ มีขั้นตอนดังไปน้ี 1. ผู้สอนจัดเตรียมเนื้อหาสาระที่จะให้ผู้เรียนได้
เรียนรู้ โดยแบง่ เนือ้ หาหรือจานวนหวั ข้อท่จี ะเรยี นออกเป็นหัวข้อยอ่ ย ๆ เท่ากบั จานวนผูเ้ รยี นท่ีต้องการใน
แต่ละกลุ่ม 2. ผู้สอนแบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่ม เรียกกลุ่มนี้ว่า “กลุ่มบ้านเรา” (Home Group) 3. ผู้สอน
มอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาเนื้อหาที่เตรียมไว้คนละ 1 หัวข้อ 4. ผู้เรียนที่ได้รับมอบหมายให้ศึกษาหัวข้อ
เดียวกันของแต่ละกลุ่ม มารวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มใหม่ เรียกว่า “กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ” (Expert Group) เพ่ือ
ศึกษาเนื้อหาของหัวข้อที่ได้รับมอบหมายร่วมกัน 5. ผู้เรียนในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญแยกย้ายกันกลับไปยังกลุ่ม
บ้านเราของแต่ละคน แล้วอธิบายหัวข้อที่ตนเองศึกษามาให้สมาชิกคนอื่นในกลุ่มฟัง 6. ผู้เรียนทุกคนทา
แบบทดสอบ โดยได้คะแนนเป็นรายบุคคล จากนั้นนาคะแนนของสมาชิกทุกคนในกลุ่มบ้านเรามารวมกัน
กล่มุ ที่ได้คะแนนมากท่ีสดุ เป็นผู้ชนะ

2.2.5 รปู แบบการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้แบบจกิ ซอว์
วิมลรัตน์ สุนทรวิโรจน์ (2551 : 24 – 25) ได้เสนอรูปแบบการเรียนรู้แบบต่อภาพมี 2
รปู แบบดังนี้

รปู แบบท่ี 1 (Jigsaw I)
การเรียนรู้แบบ Jigsaw I เป็นเทคนิคที่พัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมความร่วมมือและถ่ายทอด
ความรู้ระหว่างกลุ่ม เป็นเทคนิคที่ใช้กันมากในรายวิชาที่ผู้เรียนต้องเรียนเนื้อหาวิชาจากตาราเรียน (เช่น
สงั คมศกึ ษา ภาษาไทย) ขั้นตอนกิจกรรมประกอบดว้ ย
1. ครแู บง่ เนือ้ หาทจ่ี ะเรยี นออกเปน็ หัวขอ้ ย่อย ๆ ให้เทา่ กบั จานวนสมาชิกกลุ่ม
2. จัดกลุ่มผู้เรียนให้มีความสามารถคละกัน เรียนว่า “กลุ่มบ้าน” แล้วมอบหมายให้
สมาชิกแตล่ ะคนศกึ ษาหัวข้อที่ตา่ งกนั
3. ผเู้ รยี นไดร้ ับหัวข้อเดยี วกันจากแตล่ ะกลมุ่ มาน่ังด้วยกันเพ่อื ทางานและศกึ ษาร่วมกันใน
หัวขอ้ ดังกล่าว เรยี กว่า “ล่มุ เช่ยี วชาญ”
4. สมาชิกแต่ละคนออกจากกลุ่มเชี่ยวชาย และกลับไปกลุ่มเดิมของตนผลัดกันอธิบาย
เพอื่ ถา่ ยทอดความรู้ทีต่ นศกึ ษาใหเ้ พอ่ื นฟังจนครบทุกหวั ขอ้
5. ครูทดสอบเนอ้ื หาท่ศี ึกษาแล้วใหค้ ะแนนรายบุคคล
รูปแบบท่ี II (Jigsaw II)
การเรียนรู้แบบ Jigsaw II เป็นเทคนิคที่พัฒนาขึ้นจากเทคนิคเดิม โดยมีจุดมุ่งหมายเพ่ือ
ส่งเสรมิ ใหผ้ ู้เรยี นไดม้ ีส่วนรว่ มชว่ ยเหลอื กัน และพงึ่ พากันในกลุ่มมากข้นึ กระบวน Jigsaw II เหมือนเดมิ ทุก
ประการ เพียงแต่ในช่วงของการประเมินผล ครูจะนาคะแนนทุกคนในกลุ่มมารวมกันเป็นคะแนนกลุ่ม

34

กลุ่มที่ได้คะแนนรวมหรือค่าเฉลี่ยสูงสุดจะติดประกาศไว้ที่ป้ายประกาศของหอ้ ง ผู้เรียนเข้าร่วมในวิธีการนี้
จะแบ่งเป็นทีม โดยมีสมาชิกที่คละเคล้ากัน เช่นเดียวกับทีมใน TGT และ STAD ผู้เรียนแต่ละคนจะได้รับ
มอบหมายให้อ่านเนื้อเรื่องที่กาหนดและได้รับ“ หัวข้อสาหรับผู้เชี่ยวชาญ ” ที่ต้องการศึกษาโดยละเอียด
เมื่อผู้เรียนทุกคนอ่านเนื้อหาเนื้อเรื่องจบในหัวข้อเดียวกันของแต่ละกลุ่ม จะรวมกันอภิปรายในหัวข้อนั้น
โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาทีหลังจากนั้น ผู้เชย่ี วชาญก็จะกลับมายงั ทมี ของตนเพื่ออธิบายในสว่ นท่ีตนรู้ให้
คนอ่ืน ๆฟัง และในทส่ี ดุ ผู้เรียนทุกคนตอ้ งตอบขอ้ สอบที่ออกคลุมเนือ้ หาทุกหวั ขอ้ คะแนนทผ่ี ู้เรียนได้มาจะ
ใช้รวมเป็นคะแนนของทีม เช่นเดียวกับ STAD และอาจมีคะแนนพิเศษให้ผู้เรียนคนที่ทาคะแนนได้ดีเกิน
คาด ดังน้ันผเู้ รยี นทกุ คนต้องศึกษาในหัวข้อของตนให้ดี เพ่อื จะได้ชว่ ยทาใหเ้ พอ่ื นในทีมทาคะแนนสอบได้ดี
หัวใจสาคัญของ Jigsaw คือ การพึ่งพาซึ่งกันและกัน ผู้เรียนทุกคนต้องพึ่งพาความรู้จากผู้เรียนคนอื่น ๆ
เพ่อื จะไดท้ าขอ้ สอบไดด้ ี

2.2.6 ขอ้ ดแี ละข้อจากดั ของการจัดการเรยี นรู้แบบจิกซอว์ มดี งั นี้
ขอ้ ดี
1. ผเู้ รียนมคี วามเอาใจใส่ รบั ผดิ ชอบตวั เองและกลุ่มรว่ มกบั สมาชกิ อืน่
2. ส่งเสรมิ ให้ผู้เรยี นมคี วามสามารถตา่ งกนั ไดเ้ รยี นรรู้ ว่ มกัน
3. ส่งเสริมให้ผเู้ รยี นผลัดเปลีย่ นกันเป็นผ้นู า
4. สง่ เสรมิ ให้ผูเ้ รยี นไดฝ้ กึ และเรียนรทู้ ักษะทางสงั คมโดยตรง
ข้อจากดั
1. ผู้เรียนขาดความเอาใจใส่และรับผิดชอบจะส่งผลให้ผลงานกลุ่มและการเรียนรู้ ไม่

ประสบความสาเรจ็
2. เป็นวิธีการที่ผู้สอนจะต้องใช้เวลาในการเตรียมการและต้องดูแล ช่วยเหลือ เอาใจใส่

ในกระบวนการเรยี นรู้ของผเู้ รยี นอย่างใกล้ชดิ
สรปุ ได้ว่า การจดั กิจกรรมการเรียนรแู้ บบจิกซอวน์ น้ั ผูส้ อนจะตอ้ งเตรยี มเนอ้ื หาไว้ให้ผู้เรียน

ได้เรียนรู้ และเรียนรู้โดยการแบ่งกลุ่มคละความสามารถ ผู้เรียนแต่ละคนรับผิดชอบงานที่ตนเองได้รับ
มอบหมาย นกั เรยี นท่ีเรียนเกง่ จะช่วยเหลือนกั เรียนทีเ่ รียนออ่ นในการศกึ ษาหาความรู้ เพอ่ื ใหผ้ ลงานของ
กลุ่มสาเร็จตามเป้าหมายท่ีวางไว้มกี ารทดสอบความรู้หลังเรียนคะแนนรายบคุ คลรวมเป็นคะแนนของกลุ่ม
กลุ่มทีไ่ ด้คะแนนมากจะได้รบั รางวลั

3. แนวคิดและทฤษฎีท่เี กยี่ วขอ้ งกบั กระบวนการในการทางานกลุ่ม

35

3.1 ความหมายของกระบวนการในการทางานกลุม่
บัททอน (Button. 1974) การเป็นมนุษย์ย่อมต้องสื่อสารและมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ซึ่ง
หมายถึง เราตอ้ งอยู่ในสงั คมด้วยเหตนุ ี้การทางานกลุ่มจึงตอ้ งจัดขน้ึ มาโดยมจี ุดมุ่งหมายท่ีจะชว่ ยส่งเสริมให้
มนุษย์เรียนรู้เกี่ยวกับการติดต่อสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ ในบรรยากาศที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันผู้ที่เข้าร่วม
ทางานกล่มุ จะพยายามช่วยกล่มุ และชว่ ยเหลือแตล่ ะคนเพอ่ื ใหง้ านของกลุ่มไปส่จู ดุ ม่งุ หมายทต่ี ้องการ
ศุภวดีบุญญวงศ์ (2527) กล่าวว่า กิจกรรมกลุ่มหมายถึงการร่วมกันวางแผนการแลกเปลี่ยน
ประสบการณร์ ะหวา่ งสมาชกิ ต่อสมาชกิ ภายในกล่มุ หรอื สมาชิกตอ่ กลุ่มหรอื กลุ่มต่อสมาชิกซ่ึงมีผู้นากลุ่มซึ่ง
ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้สมาชิกมีการปฏิสัมพันธ์ (Interaction) โดยมี
จุดมุ่งหมายเพื่อให้สมาชิกได้พัฒนาบุคลิกภาพที่เป็นประโยชน์ต่อการทางานกลุ่มได้เรียนรู้ เกี่ยวกับการ
ทางานกล่มุ และกล่มุ ใดประสบผลสาเรจ็ ในการทางาน
นพนธ์ จิตต์ภักดี (2528 : 3) ให้ความหมายของการทางานร่วมกันเป็นกลุ่มไว้ว่า หมายถึง การท่ี
หลายคนมาทางานด้วยกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเดียวกัน ทุกคนในกลุ่มจึงมีใจตรงกัน ทางานร่วมกันให้
เตม็ ทส่ี ดุ ฝีมือและประสานงานกนั อยา่ งดี เพือ่ แกป้ ญั หาต่าง ๆ ให้สาเรจ็ ตามวตั ถุประสงค์
ณัฐดนัย อินทรสุขศรี (2526 : 4-5) ได้กล่าวถึงกระบวนการทางานเป็นกลุ่มอย่างมีระเบียบแบบ
แผนในลักษณะต่อเนื่อง ที่เรียกว่ากระบวนการพัฒนาและเสริมสร้างทีมงาน ซึ่งก็คือกระบวนการและ
ขั้นตอนในการทางานกล่มุ นัน่ เอง
เบญจวรรณ ศรีสุริยกานนท์ (2534 : 6) ได้ให้ความหมายของการทางานกลุ่มว่าการกระทา
กจิ กรรมรว่ มกันของบคุ คลอย่างมขี ้ันตอน เพื่อให้การดาเนินงานบรรลุจุดมงุ่ หมายท่ีต้งั ไว้
ทศวร มณีศรีขา (2539 : 21) ได้กล่าวว่า กิจกรรมกลุ่มหรือกระบวนการในการทางานกลุ่ม คือ
วิธีการศึกษาจะมีลักษณะเป็นการศึกษาจากประสบการณ์และการปฏิบัติจริง โดยผู้ศึกษาจะเข้าไปมีส่วน
ร่วมในประสบการณ์การเรียนรู้และปฏิบัติจริงตามที่จัดขึ้น ซึ่งลักษณะดังกล่าวทาให้ผู้ศึกษาได้ศึกษาด้วย
ความสนุกสนานมีชีวิตชีวาและท้าทายความคิด ความสามารถของแต่ละคนรวมทั้งสมาชิกแต่ละคนยังได้
ประสบการณก์ ารเรียนร้อู ย่างกวา้ งขวางจากสมาชิกคนอื่นๆดว้ ย
จากการศึกษาความหมายกระบวนการในการทางานกลุ่ม สามารถสรุปได้ว่า กระบวนการในการ
ทางานกลุ่มหมายถึง กระบวนการที่ทาให้ผู้เรียนเกิดการทางานร่วมกันอย่างมีระบบแบบแผน มีเป้าหมาย
เดียวกัน ซึ่งกระบวนการในการทางานกลุ่มเป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดประสบการณ์และการปฏิบัติจริง
เข้าใจถึงหลักการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น รู้จักปรับตัวในการทางาน ทาให้ผู้เรียนสามารถทางานร่วมกับผู้อื่นได้
อยา่ งมคี วามสขุ

36

3.2 ความสาคญั ของกระบวนการในการทางานกล่มุ
สุคนธ์ สินธพานนท์ และคณะ (2554 : 121-112) ได้กล่าวไว้ว่า กระบวนการในการ

ทางานกลุ่มมีความสาคญั คือ ให้ผู้เรียนได้ฝกึ ปฏิบตั ริ ่วมกนั และมีระบบ ดังนี้
การทางานเป็นกลุ่มเป็นกระบวนการฝึกทากิจกรรมที่มีผู้นาและการแบ่งหน้าที่ความ

รับผดิ ชอบ โดยกระบวนการในการทางานกลุม่ มีต้ังแต่ 2 คนขึน้ ไป คนขน้ึ ไป แตล่ ะคนมีบทบาททแ่ี ตกต่าง
กันตามหน้าที่ คือมี ผู้นากลุ่มและสมาชิกในกลุ่ม ผู้นากลุ่มมีการเสนอความเห็นพร้อมกับรับฟังความเห็น
ของสมาชิกอย่างมีเหตุผล และสมาชิกในกลุ่มวางแผนเกิดการปฏิบัติงานตามแผนเป็นกลุ่ม และเกิดการ
กาหนดภาระหนา้ ท่ที ี่ชดั เจน โดยกระบวนการทางานเป็นกลมุ่ ม่งุ เน้นให้ผ้เู รียนรู้จกั การทางานรว่ มกนั

1. การวางแผนมีการระดมพลังสมอง วางแผนการทางาน กาหนดจุดประสงค์และขั้นตอนหรือ
วธิ กี ารดาเนนิ การ

2. ปฏิบัติตามแผน เมื่อวางแผนงานด้วยการพิจารณาไตร่ตรองจากกลุ่มอย่างดีแล้ว สมาชิกใน
กลุม่ จะปฏบิ ัตติ ามแผนด้วยความรบั ผิดชอบ

3. ประเมินผลการปฏิบัติระหว่างการดาเนินงานตามแผน ผู้นากลุ่มและสมาชิกจะต้องมีการ
ตดิ ตามผลการปฏบิ ัตงิ านเป็นระยะๆ เพื่อแกไ้ ขปรับปรุงงานให้ดีข้ึน

4. ปรับปรุงและพัฒนา มีการประเมินผลรวมและชื่นชมในผลงานกลุ่ม หากยังไม่เป็นที่น่าพอใจ
หรอื ไดแ้ นวทางทเ่ี หมาะสมจะต้องมกี ารปรบั ปรงุ เพ่ือพฒั นาตอ่ ไป

ทิศนา แขมมณี (2548 : 127) กระบวนการในการทางานกลุ่มมุ่งให้ผู้เรียนทางานร่วมกันโดยเนน้
กจิ กรรมดงั น้ี

1. วางแผนกาหนดวัตถปุ ระสงค์และวธิ กี าร
2. รับฟังความเห็นจากสมาชกิ ทกุ คนบนพนื้ ฐานของเหตุผล
3. แบ่งหนา้ ที่รับผิดชอบเมื่อมกี ารปฏิบตั ิ
4. ติดตามผลการปฏิบตั แิ ละปรับปรงุ
5. ประเมินผลรวมและชื่นชมในผลงานของคณะ
จากการศึกษากระบวนการทางานกลมุ่ สรุปไดว้ ่าเปน็ กระบวนการฝกึ การปฏิบัติท่มี ผี ูน้ า มีสมาชิก
ในกลุ่ม และแต่ละบุคคลมีหน้าที่หรือมีบทบาทที่แตกต่างกัน โดยกระบวนการทางานเป็นกลุ่ม มุ่งเน้นให้
ผู้เรียนเกิดการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบมีการวางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินผลการปฏิบัติงาน
ปรับปรุงและพัฒนา โดยกระบวนการในการทางานกลุ่มมุ่งเน้นให้ผู้เรียน รับฟังความคิดเห็นจากสมาชิก
ทกุ คน เกดิ การปรับตัวและแบง่ หนา้ ทีอ่ ย่างมีแบบแผน

37

3.3 องคป์ ระกอบของกระบวนการในการทางานกลุ่ม
องค์ประกอบของกระบวนการในการทางานกลุ่มประกอบไปด้วยหลายองค์ประกอบ ดังที่
ประทีป แสงเปี่ยมสุข (2546 : 15) กล่าวว่า องค์ประกอบของกระบวนการในการทางานกลุ่มประกอบไป
ดว้ ย
การทางานกลุ่มจะไดผ้ ลดีหรอื ไม่ มากน้อยเพียงใดขนึ้ อยูก่ ับ

1. หวั หนา้ กลุ่ม
2. สมาชิกในกล่มุ
3. วธิ ีทางานกลมุ่
ดวงเดือน อ่อนน่วม; และทิศนา แขมมณี (2548 : 82-85) กล่าวว่าองค์ประกอบของการทางาน
กลุ่มมี 3 องคป์ ระกอบดว้ ยกันคอื
1. ผู้นากลุม่
2. สมาชิกของกลมุ่
3. กระบวนการทางาน
การทางานกลุ่มจะมีประสิทธิภาพได้จะต้องอาศัยองค์ประกอบทั้ง 3 ที่ดี คือมีความเข้าใจใน
บทบาทหนา้ ทีข่ องตนและมที ักษะกระบวนการดาเนนิ ทดี่ ี ดังต่อไปน้ี
1. บทบาทและทกั ษะทจี่ าเปน็ สาหรับผู้นากลมุ่ คอื
ก.บทบาทเก่ยี วกบั งาน

• การวางแผน
• การแบง่ งานและมอบหมายงาน
• การรเิ ร่ิมความคดิ
• การกระตนุ้ ให้สมาชกิ กลมุ่ มสี ่วนรว่ มอยา่ งท่วั ถงึ
• การประสานความคดิ
• การตดิ ตามงาน
• การแก้ปญั หา
• การให้คาแนะนาและความช่วยเหลอื
• การสรปุ งาน ประเมินผลและปรับปรุงงาน
ข. บทบาทเกีย่ วกับการรวมกลุ่ม
• การสร้างบรรยากาศการทางาน

[NEW] ต่าย ชัชฎาภรณ์ ชี้ชัดบท “สุรีย์” เป็นลูกผู้หญิงนั้นแสนยาก ตัดสินใจผิดชีวิตเปลี่ยน | ต่า ย อรทัย ประวัติ – PINKAGETHAILAND

Author Details

Templatesyard is a blogger resources site is a provider of high quality blogger template with premium looking layout and robust design. The main mission of templatesyard is to provide the best quality blogger templates which are professionally designed and perfectlly seo optimized to deliver best result for your blog.


คุยแซ่บShow : เส้นทางชีวิตสาวดอกหญ้า \”ต่าย อรทัย\” จากสาวโรงงาน สู่ ราชินีลูกทุ่ง!!


ติดตามทุกความแซ่บได้ที่ช่องทางตามนี้
รายการคุยแซ่บShow ทาง ช่องone31 ทุกวันจันทร์ศุกร์14:00 15:00 น.
Facebook: https://www.facebook.com/KUIZAPSHOW/
instagram: https://www.instagram.com/kuizapshow/
อย่าลืมกด Subscribe และกดกระดิ่งด้วยนะจ๊า
คุยแซ่บShow FBคุยแซ่บshow one31

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

คุยแซ่บShow : เส้นทางชีวิตสาวดอกหญ้า \

ที่นี่หมอชิต | ตอน ย้อนตัวตน..หวนคืนอดีต ไมค์-ต่าย-มนต์สิทธิ์ | 24 ก.ค. 59 | (5/5)


ที่นี่หมอชิต พิธีกร ดู๋ สัญญา คุณากร พา 3 แขกรับเชิญ ต่าย อรทัย, ไมค์ ภิรมย์พร, มนสิทธิ์ คำสร้อย ไปย้อนอาชีพสู้ชีวิตในอดีตก่อนที่จะมาเป็นนักร้องดังมีชื่อเสียงมีชีวิตที่ดีอย่างทุกวันนี้
เริ่มตั้งแต่ทั้งสามเล่าชีวิตในอดีตให้ฟัง 2 หนุ่ม มนสิทธิ์ กับ ไมค์ ที่ในอดีตเคยทำงานอยู่ในคาเฟ่เหมือนกัน มนสิทธิ์เคยเป็นเด็กรับรถและพนักงานเสิร์ฟอยู่ที่คาเฟ่ ส่วนไมค์ทำหน้าที่ยามรักษาความปลอดภัย ส่วน ต่าย อรทัย อดีตเคยรับจ้างซักผ้าก่อนที่จะมาเป็นสาวโรงงาน เมื่อทั้งสามถูกถามว่าถ้าวันนึงชีวิตพลิกผันต้องกลับไปทำงานอย่างที่เคยทำ จะทำกันได้หรือไม่ ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าได้ ไม่มีปัญหา
ภารกิจพิสูจน์ว่าถึงแม้ตอนนี้จะเป็นนักร้องแล้ว พี่ก็ยังไม่ลืมตัวตนของตัวเอง ภารกิจจึงเริ่มขึ้น โดยให้ ”มนสิทธิ์” ได้ลองเสิร์ฟ , “ไมค์” ถูกพาไปที่บริษัทรักษาความปลอดภัย ใส่ชุดยามเข้าฝึกเป็นยามอีกครั้งโดยมี มนสิทธิ์ขอทำหน้าที่ครูฝึกไมค์ด้วยตัวเอง และ “ต่าย อรทัย” ถูกพาขึ้นรถซาเล้ง เข้าไปในหมู่บ้าน และประกาศตามบ้านเลยว่า ต่าย อรทัยรับซักผ้า แม่บ้านท่านไหนสนใจให้ต่ายมาซักได้เลย ซึ่งต่ายทำได้แบบสบายมาก
เมื่อผ่านภารกิจพิสูจน์ตัวตนกันแล้ว พี่ดู๋พาทุกคนไปกราบสวัสดี “ครูสลา คุณวุฒิ” ที่บ้านย่านรามอินทรา ที่นอกจากบ้านแล้ว ครูสลายังมีห้องอัดเสียงอยู่ข้างในบ้านด้วย เป็นบ้านเป็นห้องอัดห้องซ้อมที่ลูกศิษย์ลูกหาแวะเวียนมาไม่ขาดสาย ครูสลาพาทุกคนชมบ้านพร้อมพูดถึงโปรเจคคอนเสิร์ต “เพลงสร้างคน คนสร้างเพลง” ที่จะมีเร็วๆนี้ ที่จะมีลูกศิษย์มารวมตัวบนเวทีนี้อย่างมากมาย

ที่นี่หมอชิต | ตอน ย้อนตัวตน..หวนคืนอดีต ไมค์-ต่าย-มนต์สิทธิ์ | 24 ก.ค. 59 | (5/5)

ลม – ต่าย อรทัย 【COVER VERSION】


เพลง : ลม
ศิลปิน : ต่าย อรทัย
ศิลปินต้นฉบับ : NUM KALA
คำร้อง : ณพสิน แสงสุวรรณ
เรียบเรียงใหม่ : เอ สะหลาตัน
คุมร้อง : ปิยะวุฒิ ณ บางช้าง
ต่ายอรทัย ลม

☺ ช่องทางการติดตาม ต่าย อรทัย
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCaY27Xti8owLO6ySjTipOg
Facebook : https://www.facebook.com/Taiorathai27
Instagram : https://www.instagram.com/tai_orathai27

ลม - ต่าย อรทัย 【COVER VERSION】

รวมเพลง ต่าย อรทัย เพราะๆ ฟังต่อเนื่อง NEW PLAYLIST 2021 EP 2


รวมเพลง ต่าย อรทัย เพราะๆ ฟังต่อเนื่อง NEW PLAYLIST 2021 EP 2

รวมเพลง ต่าย อรทัย เพราะๆ ฟังต่อเนื่อง  NEW PLAYLIST 2021  EP 2

รวมทุกเพลงแจ้งเกิด ต่าย อรทัย โทรหาแหน่เด๊อ กินข้าวหรือยัง ดอกหญ้าในป่าปูน


รวมทุกเพลงแจ้งเกิดต่ายอรทัย โทรหาแหน่เด๊อ กินข้าวหรือยัง ดอกหญ้าในป่าปูน

รวมทุกเพลงแจ้งเกิด ต่าย อรทัย โทรหาแหน่เด๊อ กินข้าวหรือยัง ดอกหญ้าในป่าปูน

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆBEAUTIFUL HAIR

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ ต่า ย อรทัย ประวัติ

Leave a Comment