[NEW] การเปลี่ยนรูปแบบ (Formatting) | เปลี่ยนแปลง ตัว เอง ให้ สวย – PINKAGETHAILAND

เปลี่ยนแปลง ตัว เอง ให้ สวย: คุณกำลังดูกระทู้

co-create
บทความนี้คือส่วนหนึ่งของโครงการ ร่วมสร้าง “หนังสือคู่มือ Excel ที่เจ๋งที่สุด” ใครที่มี comment เพื่อแนะนำ ปรับปรุงหนังสือได้ คุณจะได้เครดิตในฐานะผู้ร่วมเขียน ลงในหนังสือที่จะพิมพ์จริงๆ ด้วย! อ่านรายละเอียด และดูสารบัญหนังสือ คลิ๊กที่นี่

บทนี้เป็นเรื่องของรูปแบบ หรือการเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาให้กับข้อมูลของเราที่อยู่ใน Excel … ไม่ว่าจะเป็นการใส่สี, ตีกรอบ, เปลี่ยน Fonts, การจัดชิดซ้ายขวา, รวมถึงเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลตัวเลข เช่น แสดงทศนิยมกี่ตำแหน่ง

ถ้าให้เปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพ ผมขอยกตัวอย่างด้วย Concept ของการเปลี่ยน Theme ของ app แชตสุดฮิตอย่าง Line ครับ (ใครไม่เคยใช้ ลองคิดถึงการเปลี่ยน Theme Widows หรือ เคสมือถือก็ได้)

line-theme-shop

หากคุณลองกดเปลี่ยน Theme ใน Line แล้ว แม้หน้าตาของ app จะเปลี่ยนไป แต่โครงสร้างทุกอย่าง รายชื่อเพื่อนๆ chat ที่มี sticker ต่างๆ และข้อมูลทุกอย่างยังคงอยู่เหมือนเดิมทุกประการ จะเห็นว่า สิ่งที่เปลี่ยนไปก็มีแต่เพียงรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น

พูดมาเนิ่นนาน Concept ของบทนี้จริงๆ คือจะบอกว่า เรื่องของการเปลี่ยน Format เป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงเพียงเปลือกนอก (Format) ที่มองเห็นได้ด้วยตาเท่านั้น ค่าที่แท้จริงที่อยู่ข้างใน (Formula &Value) ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยนั่นเอง

Contents

ประเภทของ Formatting

ผมขอแบ่งประเภทของการเปลี่ยน Format ออกเป็น 2 ประเภท คือ

  1. การเปลี่ยนรูปแบบเพื่อความสวยงาม
  2. การเปลี่ยนรูปแบบตัวเลข (Number Format)

การเปลี่ยนรูปแบบเพื่อความสวยงาม (Appearance Formatting)

การเปลี่ยน Format แบบนี้ เป็นรูปแบบที่คนทั่วไปน่าจะนึกถึงเมื่อพูดเรื่องการเปลี่ยนรูปแบบใน Excel ซึ่งมักจะอยู่ที่ Ribbon [Home] –> Font ไม่ก็คลิ๊กขวาที่ Cell แล้วเลือก Format Cells…

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดๆ ก็คือ

  • การเปลี่ยนสี
    ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนสีได้ทั้ง เปลี่ยนสีตัวอักษร สีพื้นหลัง สีเส้นกรอบของ Cell เป็นต้น แถมยังไล่ Shade สีได้อีกด้วยนะ (ซึ่งผมขอสารภาพว่าไม่เคยใช้ Feature นี้ในชีวิตจริงเลย)
  • การปรับขนาด
    • เปลี่ยนขนาดของ Font ให้ใหญ่ขึ้น หรือเล็กลง
    • เปลี่ยนขนาดของเส้นกรอบของ Cell ให้ หนา หรือ บาง
    • เปลี่ยนขนาดของ Cell ให้ใหญ่ขึ้น โดยเปลี่ยน Column Width และ/หรือ Row Height โดยให้เอา Mouse ลากที่หัวคอลัมน์ตรงเส้นแบ่งคอลัมน์ หรือหัวแถวตรงเส้นแบ่งแถว ได้เลย แต่ถ้าหากไม่อยากลากเอง สามารถเลือก ทั้งแถว หรือ ทั้งคอลัมน์ แล้ว ดับเบิ้ลคลิ๊กที่เส้นแบ่งคอลัมน์หรือแถว เพื่อให้ Excel ปรับขนาดอัตโนมัติได้
      column-width-add
      column-width2
  • การเปลี่ยนหน้าตา
    • เปลี่ยน Fonts ไปใช้รูปแบบตัวอักษรอื่นๆ
    • เปลี่ยน/ใส่ Pattern ให้กับพื้นหลัง
  • หมุน ปรับทิศทาง
    • ปรับทิศทางการวางตัวอักษร ให้แสดงในแนวนอน แนวดิ่ง หรือวางเอียงๆ ก็ยังได้

ผมจะไม่ขอลงรายละเอียดการปรับรูปแบบประเภทนี้ เพราะเป็นเรื่องที่ผมเชื่อว่าผู้อ่านสามารถลองกดเล่นด้วยตัวเองได้ โดยปลดปล่อยอารมณ์ศิลปินได้อย่างเต็มที่ แต่ผมจะขอเน้นถึงบางประเด็นที่เห็นว่าควรรู้ไว้เท่านั้น เช่น

การใส่กรอบ (Border)

เราสามารถใส่กรอบได้หลายรูปแบบ แต่แบบที่ Advance มากหน่อยอยู่ใน  คลิ๊กขวา –> Format Cells… –> แล้วเลือก Border ซึ่งจะมี Diagram ให้เราสามารถกดที่ตำแหน่งต่างๆ โดยเราสามารถกดเพื่อตีกรอบแบบเฉียงๆ ได้ด้วย แถมแต่ละเส้นสามารถใส่รูปแบบเส้น ความหนา และสีแตกต่างกันได้เช่นกัน (ให้เปลี่ยนสี และ ความหนาก่อน แล้วค่อยมากดที่ รูป Border ด้านขวา)

border-formatcell

ในตัวอย่างข้างล่าง ผมนำการตีกรอบแบบเฉียงๆ มาสร้างเป็นหัวตารางด้านบนซ้าย ซึ่งทำให้ดูเหมือนว่า Cell ถูกแบ่งข้อมูลเป็นสองซีก ทั้งที่จริงๆ แล้วข้อความข้างในเป็นการใส่ text 2 บรรทัด โดยที่บรรทัดแรกกด space เพื่อเว้นวรรคให้บรรทัดบนชิดไปทางขวา ส่วนบรรทัดล่างให้ชิดซ้ายตามปกติ

border-line

นอกจากนี้ยังมีวิธีตีกรอบอีกวิธีหนึ่งคือเมนูเพิ่มเติมบน [Home] –> Fonts –> Borders ดังรูป ซึ่งมีรูปแบบให้เลือกมากมาย คล้ายๆ กับใน Format Cells แต่ว่าสิ่งที่เพิ่มมาคือเมนู กลุ่ม Draw Borders บริเวณด้านล่าง ที่ให้เราสามารถลากกรอบในตำแหน่งที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว

การ Wrap Text

การ Wrap Text จะทำให้ข้อมูลที่ยาวเกินความกว้างคอลัมน์ขึ้นบรรทัดใหม่โดยอัตโนมัติ แต่จะไม่บังคับขึ้นคอลัมน์ใหม่เหมือนกับวิธีกด Alt+Enter ดังนั้น หากลองเปลี่ยนความกว้างให้กว้างมาก จะพบว่าข้อมูลที่ Wrap Text จะกลับมาอยู่บรรทัดเดียวกันอีกครั้ง แต่ข้อมูลที่กด Alt+Enter จะขึ้นบรรทัดใหม่เสมอ ซึ่งได้อธิบายความต่างตรงนี้ไปแล้วในบทแรกๆ

การรวม Cell หลายช่องให้เป็นช่องเดียว (Merge Cell)

ให้เลือก Range ที่ต้องการจะ Merge Cell จากนั้นกดปุ่ม [Home] –> Alignment –> Merge & Center เท่านี้เป็นอันจบ

See also  [Update] ข้อมูลทั่วไปของฮ่องกง (HONG KONG) ที่ควรทราบ | แต่งตัว ไป ฮ่องกง เดือน ธันวาคม - PINKAGETHAILAND

ระวัง!  ผลลัพธ์จากการ Merge จะเหลือแค่ ข้อมูล และ Format จากช่องซ้ายบนสุดของ Range ที่ Merge เท่านั้น ไม่ว่าช่องอื่นจะเคยมีข้อมูลมาก่อนหรือไม่ก็ตาม มันไม่ได้เอาข้อมูลจากทุกๆ ช่องมารวมกันให้นะครับ! (ไม่ได้ออกมาเป็น นาย a นาย b นาย c นะ)

merge1

merge2

นอกจากนี้เวลาอ้างอิงไปที่ช่องที่มีการ Merge Cell ก็สามารถอ้างไปที่ช่องซ้ายบนสุดช่องเดียวก็ได้ครับ อย่างเช่น ในรูปข้างบน ให้อ้างอิงที่ช่อง B2 ซึ่งเป็นช่องซ้ายบนสุดของสิ่งที่ Merge กันไว้ครับ

เช่น หากใส่ว่า =B2 จะได้คำว่า นาย a กลับไป

แต่ถ้าหากว่าเราดันไปอ้างอิงที่ช่องอื่น เช่น =C2 จะกลายเป็นว่าไปอ้างอิงช่องที่ว่างเปล่า ซึ่งจะได้เลข 0 กลับไปแทนครับ ตรงนี้ระวังให้ดีล่ะ

การเปลี่ยนรูปแบบตัวเลข (Number Formatting)

อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่า การปรับรูปแบบตัวเลขก็เป็นเพียงแค่การปรับรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น ค่าข้างในทุกอย่างยังเหมือนเดิม เช่น

numformat1

ในช่อง A1 สมมติว่าค่าที่แท้จริง คือ 1.5 ส่วนช่อง A2 เขียนว่า =A1*2 (แปลว่า เอาค่า A1 ไปคูณ 2) เราจะเห็นช่อง A2 มีค่าเท่ากับ 3

แต่หากว่าเราตั้งให้แสดงผลในช่อง A1 เป็นแค่หลักของเลขจำนวนเต็ม โดยกดปุ่ม [Home]–>Number–>Decrease Decimals ตามรูป

decrease-decimal

Excel จะปัดเลขดังกล่าวในช่อง A1 ให้ ”แสดงผล” เป็นเลข 2 แต่ว่าค่าในช่อง A2 จะยังคงเป็นเลข 3 อยู่เหมือนเดิม เพราะว่าค่าที่แท้จริงของ A1 ยังคงเป็น 1.5 นั่นเอง (สังเกตได้ที่เลขใน Formula Bar ยังแสดงเป็น 1.5 อยู่)

numformat2

จากตัวอย่างข้างบนเราจึงสามารถสรุปได้ว่า การเปลี่ยนรูปแบบตัวเลข หรือ Number Format จะไม่มีผลใดๆ ต่อการคำนวณทั้งสิ้น ยกเว้นจะไปตั้งค่า Precision as Displayed แบบในหน้าถัดไป

InwTips : การตั้งค่าให้ Excel คำนวณค่าตามตัวเลขที่มองเห็นจริงๆ

ในกรณีปกติแล้ว Number Format จะไม่มีผลต่อการคำนวณ แต่มีข้อยกเว้นอยู่กรณีเดียว คือ หากเรามีการไปตั้งค่าใน Excel Options –> Advanced –> When calculating this workbook –> แล้ว ติ๊กเลือก Precision as Displayed จะทำให้ Excel คำนวณค่าตามตัวเลขที่เรามองเห็นจริงๆ เท่านั้น

precision

เช่น ถ้าตอนแรกเราใส่เลข 1.5 ลงไปในช่อง A1 แล้วกด Decrease Decimals ให้เหลือจำนวนเต็มแบบเดียวกับตัวอย่างหน้าที่แล้ว Excel จะเปลี่ยนเลข 1.5 ให้กลายเป็นเลข 2 จริงๆ ตามการแสดงผลเลยทันที (และจะไม่กลับมาเป็น 1.5 อีกแล้ว!)

precision2

และหากเราใส่สูตรใน A2 ว่า =A1*2 จะส่งผลให้ช่อง A2 กลายเป็น 4 ไปโดยปริยาย

ซึ่งผมแนะนำอย่างยิ่งว่า อย่าไปติ๊ก Options นี้เล่น หากคุณไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ครับ !! 

วิธีการเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลตัวเลข

วิธีการคือ ให้ไปที่ [Home]–>Number –> แล้วเลือก Dropdown เช่น ให้ลองพิมพ์เลข 1.2345 ลงไปใน Cell จากนั้นลองเปลี่ยนจาก General เป็นตัวเลือกอื่นๆ (สามารถดู Preview ได้ก่อนที่จะกดเลือก)

numformat3

เช่น เลข 1.2345 เหมือนกันสามารถมองเห็นต่างกัน เวลาเปลี่ยน Number Format เช่น

รูปแบบ
สิ่งที่เห็น
หมายเหตุ

General
1.2345
รูปแบบจะเหมือนตอนพิมพ์ลงไป เพราะยังไม่มีการเปลี่ยน Format

Number
ที่มีทศนิยม 2 ตำแหน่ง
1.23
เพราะเลขที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 3 คือ 4 จึงถูกปัดลง

Short Date
1/1/1900 หรือ 1/1/2443
งงล่ะสิ เดี๋ยวจะอธิบายถัดไป

Time
5:37:41
งงล่ะสิ เดี๋ยวจะอธิบายถัดไป

และยังมี Format อื่นๆให้ลองเล่นอีกมากมาย  ในปุ่ม More Number Formats…

นี่คือความสามารถของการเปลี่ยนหรือกำหนด Format ที่ทำให้ค่าเดียวกัน แสดงผลไม่เหมือนกันได้ แต่ที่น่าสนใจก็คือ รูปแบบของวันที่ และ เวลา ซึ่งมีลูกเล่นค่อนข้างมาก เราลองมาทำความเข้าใจกันให้ดียิ่งขึ้นดีกว่าครับ

การทำงานเกี่ยวกับวันและเวลา (Date & Time) ใน Excel

วันที่และเวลาเป็นสิ่งที่เราอาจต้องใช้มันในการทำงานอยู่บ่อยๆ หากเราเข้าใจการทำงานของ Excel เกี่ยวกับวันและเวลาแล้ว เราจะประยุกต์ใช้มันได้หลากหลาย มากมายมหาศาลเลยครับ

จริงๆ แล้ว Excel ทำงานเกี่ยวกับวันเวลาด้วยแนวคิดที่ง่ายมากๆ ครับ นั่นคือ มัน แทนวันที่ 1/1/1900 (1 มกราคม ค.ศ.1900) ด้วยเลข 1 แล้วมันก็แทนวันที่ 2/1/1900 (2 มกราคม ค.ศ.1900) ด้วยเลข 2ไล่ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนถึงวันสุดท้ายที่ Excel รู้จัก คือวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 9999 ซึ่งแทนด้วยเลข 2958465 (เราคงใช้ชีวิตไม่ถึงวันนั้นหรอกครับ)

Excel จะเทียบปฏิทินกับ “ตัวเลขที่เรียงไล่ลำดับ” ซึ่งเรียกว่า Serial Number ตัวอย่างเช่น

วันที่
แทนด้วยเลข Serial Number 

1/1/1900
1

2/1/1900
2

30/1/1900
30

31/1/1900
31

1/2/1900
32 (แม้ข้ามเดือน ก็จะไล่เลขต่อไปเรื่อยๆ…)

2/2/1900
33

23/12/2014
41996

ในทำนองเดียวกัน เวลา จะถูกแทนด้วยทศนิยม โดยเลข 0.5 คือเวลาเที่ยงตรง (เที่ยงวัน 12:00) เพราะจำนวนเต็ม 1 คือเต็มวันนั่นเอง ดังนั้น หากเราเห็น เลข 1.5 มันคือวันที่  1/1/1900 เวลา 12:00:00 ซึ่งเป็นไปด้วยความสัมพันธ์ที่ว่า

ส่วนของวันที่ (Date part) + ส่วนของเวลา (Time part) = จำนวนเต็ม + ทศนิยม

เช่น 1/1/1900 + 12 ชั่วโมง = 1/1/1900 12:00:00 = 1 + 12/24 = 1 + 0.5 = 1.5 นั่นเอง

See also  [Update] 9 เทรนด์กระเป๋าแห่งปี 2021 ส่งตรงจากรันเวย์ | ทรง กระเป๋า - PINKAGETHAILAND

พูดง่ายๆ คือเอาจำนวนชั่วโมงไปหารด้วย 24 ชม./วัน ก็จะได้เลขทศนิยมที่ต้องการ เช่น เวลา 3 ชั่วโมง (03:00 น.) = 3 (ชม.) /  24 (ชม./วัน)  = 0.125 วันนั่นเองครับ

การคำนวณเกี่ยวกับวันที่

ด้วยเหตุนี้เราถึงสามารถเอาวันที่สองวันมาลบกันได้ เพื่อที่จะหาว่าระหว่างสองวันนั้นห่างกันเป็นเวลากี่วัน เช่น A1 = 3/11/2013 è คือเลข 41581, A2 =30/10/2013 –> คือเลข 41577

A1-A2 = 4 (เพราะเปรียบเสมือน =41581-41577 นั่นเอง) เรื่องของวันที่ยังไม่จบแค่นี้ แต่เราต้องเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องของ Formula และ Function ก่อนจึงจะเข้าใจครับ

เทคนิคการวาด Flow Chart ให้สวยงาม โดยไม่ต้องง้อ Visio!

คุณคงพอรู้จัก Flow Chart หรือผังงาน กันมาบ้างใช่มั๊ยครับ โปรแกรมที่วาด Flow Chart ได้ดีที่คนทั่วไปมักนึกถึงคือโปรแกรม Visio แต่รู้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้ว Excel ก็วาด Flow Chart ได้ดีไม่แพ้กันล่ะ แต่จะวาดได้ดีต้องมีเทคนิคเล็กน้อยครับ ถ้าใครอยากรู้ก็มาดูกันได้เลย เทคนิคที่ควรจะทำมีดังนี้ครับ

  1. จัด Grid Line ให้แต่ละ Cell เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสอันเล็กๆ
  2. ตั้งค่าการ Snap to Grid เพื่อให้เวลาวาด/ย้ายรูปทรงต่างๆ สามารถทำลงล๊อคแต่ละช่องได้พอดี
  3. วาดตามใจชอบเลย!

ทำ Excel ให้กลายเป็นกระดาษกราฟ ด้วยการจัด Grid Line

ให้ทำตามวิธีดังนี้ จะช่วยทำให้ Cell เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสพอดีเป๊ะได้ง่ายๆ เลยครับ

  • เลือกทุก Cell โดยกดปุ่มทางซ้ายมือของคอลัมน์ A
    grid-01
  • ปรับความสูงแถว ตามต้องการ แล้วจำค่า Pixel เอาไว้ ความสูงทุกแถวจะถูกปรับตาม
    grid-03(ในรูปนี้ผมตั้งที 20 pixels)
  • ปรับความกว้างคอลัมน์ ให้ใช้ค่า Pixel ในข้อที่แล้ว ความกว้างทุกคอลัมน์จะถูกปรับตาม
    grid-04(ในรูปนี้ผมตั้งที 20 pixels ให้เท่าข้างบน)
  • เพียงเท่านี้ ก็ได้ Grid ที่ขนาดเท่ากันเป๊ะแล้วครับ!
    grid-05

ตั้งค่า Snap to Grid

ให้ไปที่ [Page Layout] –> Arrange –> Align –> Snap to Grid

เพียงเท่านี้เวลาคุณวาดรูปหรือเคลื่อนย้ายรูปทรงต่างๆ มันจะลงล๊อคพอดีเป๊ะเลย ซึ่งจะทำให้วาดรูปได้ง่ายและสวยงามขึ้นมากเลยครับ

มาลองวาดรูปกันเถอะ

เทคนิคการวาดรูปคร่าวๆ

  • เวลาวาดรูป หากกด Shift ค้างไว้ จะเป็นการบังคับรูปให้ออกมาทุกด้านมีขนาดเท่ากันพอดี
    drawing-2
  • หากมีรูปอยู่แล้ว แล้วกด Ctrl ค้างไว้แล้วคลิ๊กลากรูปออกมาจะเป็นการ Copy รูปนั้น
    drawing-0
  • เวลาวาดลูกศรชี้ไปยังรูปต่างๆ ให้ลากจิ้มไปยังข้อต่อ (สี่เหลี่ยมสีแดงๆ) เพื่อที่เวลาย้ายรูปเส้นจะได้ไปด้วยกัน
    drawing-1
  • การเคลื่อนย้ายทีละนิดๆ ให้คลิ๊กที่รูป แล้วกด Ctrl ค้างไว้ แล้วกดปุ่มลูกศรไปทิศที่ต้องการ 

เทคนิคการเลือกรูปทรงต่างๆ

ให้ไปที่ [Home] –> Editing –> Find & Select –> Select Objects เพื่อทำให้ปุ่ม Cursor Mouse หลายเป็นลูกศรสีขาว ซึ่งจะทำให้เลือก Shapes ต่างๆ ได้ง่ายขึ้น แถมยางลากคลุมเลือกทีเดียวหลายๆ อันได้ด้วย

นอกจากนี้ยังสามารถมีเทคนิคในการเลือกรูปทรงที่ถูกบังอยู่ได้ง่ายๆ ด้วยการไปที่

[Home] –> Editing –> Find & Select –> Selection Pane ครับ

selection-pane

เราสามารถกด Ctrl ค้างไว้ แล้วคลิ๊กเลือก Shape ต่างๆ ได้จากเมนูด้านขวามือได้เลย ซึ่งสะดวกมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเรามีการตั้งชื่อให้ Shape ต่างๆ อย่างมีความหมายที่เข้าใจง่ายครับ

[Update] พลังบวกคือตัวตน! คุยกับ “โต๋ ศักดิ์สิทธิ์” เรื่องเพลงใหม่ ภาวะหมดไฟ และคอนเสิร์ตใหญ่ที่กำลังจะมาถึง | เปลี่ยนแปลง ตัว เอง ให้ สวย – PINKAGETHAILAND

ถ้าได้ยินเพลงที่มีเสียงเปียโนใส ๆ เพราะ ๆ นำมาเมื่อไร เราจะเดาออกในทันทีว่าเพลง ๆ นั้นจะต้องเป็นของศิลปินหนุ่มอารมณ์ดีอย่างโต๋ ศักดิ์สิทธิ์ จากหนึ่งในสมาชิกของวง B5 สู่บทบาทศิลปินเดี่ยวที่ทั้งเล่นและร้อง อยู่ในทั้งขั้นตอนเบื้องหน้าและเบื้องหลังของผลงานตัวเอง คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ คือศิลปินคุณภาพของวงการดนตรีบ้านเราคนหนึ่ง

วันนี้ที่ LINE TODAY ได้มาเจอกับโต๋ มันคือการเดินทางบนเส้นทางดนตรีครบรอบ 16 ปีพอดิบพอดี เขากลับมาอีกครั้งพร้อมกับอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 หลังจากที่ห่างหายไปช่วงใหญ่ ๆ และคอนเสิร์ตเดี่ยวอีกหนึ่งรอบการแสดงที่กำลังจะมาถึง เราเลยขออัปเดตชีวิตในหัวข้อที่ทั้งสนุกและลุ่มลึก กลายเป็นบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ที่อยากให้ได้อ่านกัน 

ลองไปรู้จักกับโต๋ ศักดิ์สิทธิ์ในเวอร์ชั่นอัปเดตล่าสุดนี้กันดู และคุณคงจะได้ตกหลุมรักกับผู้ชายคนนี้ในรอบที่ 2,3 และ 4 หรืออาจจะมากกว่านั้นแน่นอน

โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ ในเวอร์ชั่นที่พูดเก่งขึ้น (มาก)

โต๋ : นี่ดีนะที่มาสัมภาษณ์ตอนนี้ ถ้าเป็นแต่ก่อนเราคงตอบแค่ว่า “ครับ ๆ” อย่างเดียวละ (หัวเราะ) เราว่ามันเป็นการเดินทางของศิลปินแต่ละคนแหละ ตอนวันแรกเราเข้ามาในฐานะนักดนตรี ก็ไม่ต้องพูดอะไรมาก โดยเฉพาะที่เราชอบอยู่หลังเปียโนด้วย เพราะรู้สึกว่าที่นี่คือพื้นที่ของเรา อย่างอื่นไม่ต้องมายุ่งเยอะ พูดง่าย ๆ คือไม่ชอบที่จะทำอะไรนอกเหนือไปกว่าการเล่นดนตรีเลย จนเพลง “รักเธอ” ออกมาแล้วดันดัง ก็มาคิดกับตัวเองว่าฉิบหายแล้ว เราต้องมาเป็นนักร้องแล้วหรอวะเนี่ย ตอนนั้นไม่ได้ชอบเลยนะ เพราะเรามีความสุขอยู่ที่หลังเปียโนจริง ๆ แต่พอผ่านมาก็ค่อย ๆ ปรับตัวเอง ต้องลุกออกไปสัมภาษณ์ ไปเจอผู้คนบ้าง ร้องเพลงจริงจังมากขึ้น และหลัง ๆ มานี้ก็มีทั้งงานรายการและการแสดงด้วย มันก็เป็นชาเลนจ์ใหม่ ๆ ดีครับ

เวลาเจอชาเลนจ์ใหม่ ๆ ในชีวิต อย่างเช่นการเปลี่ยนแปลงบทบาทในตอนนั้น หรือการปรับตัวเองเพื่อการเป็นศิลปิน เรารับมือกับมันอย่างไร

โต๋ : เรื่องที่ดีคือเราเป็นคนที่เปิดรับชาเลนจ์ เรารู้สึกว่ามันทำให้เรามีเป้าหมาย ทำให้เราได้ท้าทายตัวเอง จะเป็นคนที่ไม่ชอบวันว่าง ๆ ที่ตื่นมาแล้วเกิดคำถามว่าทำอะไรดีวะ ไม่ชอบการล่องลอย การมีชาเลนจ์มันทำให้เราตื่นเต้น ได้เจออะไรใหม่ และได้ทดสอบตัวเอง พัฒนาทักษะไปด้วย สมมติว่าเล่นเกมมาริโอแล้วเคลียร์ไปแล้ว 10 รอบ เรายังจะเล่นอีกไหม มันก็ต้องปรับให้มันยากขึ้นถูกไหมล่ะ มันเป็นไปไม่ได้ที่คุณจะเล่นวนไปเรื่อย ๆ ชนะแล้วมีความสุขใช่ไหม มันก็ต้องปรับให้ยากขึ้น

ถึงบุคลิกจะเปลี่ยนไปเป็น ‘โต๋’ ที่แอคทีฟมากขึ้นในเบื้องหน้า แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงก็คือตัวตนเชิงบวกในการผลิตเพลงออกมา

โต๋ : เคยลองแล้ว ลองที่จะดรามาแล้วแต่มันไม่ดัง (หัวเราะ) คือเราเป็นคนที่ positive อยู่แล้วและเราเป็นคนที่ทำเพลงจากสิ่งที่ตัวเองอินและรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ ถ้าเราไม่อินกับเพลงอกหักแล้วให้ร้องเพลงดาร์ก ๆ มันก็จะไม่ได้เศร้าเสมือนโดนมีดแทง หรือว่าดรามาหนักมากเท่ากับคนอื่น ๆ มีคนถามอยู่เรื่อย ๆ แหละว่าไม่ลองทำเพลงแนวอกหักบ้างหรอ อกหักมันขายได้นะ แบบเวลาไปผับ คนก็อิน ชูมือแล้วร้องตามกันหมด แต่เราจะเป็นแนวที่ว่าถ้าผิดหวังก็มูฟออนมากกว่า ไม่ได้จมอยู่กับอะไรนาน ๆ ซึ่งมันก็ไม่ได้มีใครถูกใครผิดนะว่าเพลงเชิงบวกดี เพลงอกหักไม่ดี แล้วแต่ว่าใครอินอะไรมากกว่า 

จริง ๆ ถ้าฟังในอัลบั้มที่ผ่านมา มันก็มีเพลงอกหักโผล่เข้ามาบ้างแหละ แต่มันก็จะได้แค่ระดับนึง มันจะไม่ได้ดำมาก แต่จะเป็นเพลงสีเทา ๆ เข้ม ๆ ยกตัวอย่างเช่น “สักวันคงได้เจอ” เพลงนี้ไม่ใช่เพลงรักนะ มันเป็นเพลงเศร้าของคนที่ไม่มีแฟนและยังไม่เจอความรักที่สมหวังสักที เราก็มาคุยกันว่าอยากเล่ายังไงให้สื่อว่าโลกมันก็ไม่ได้สวยงาม แต่ก็ไม่ต้องไปเนกาทีฟกับมันจนเกินไป อยู่ใน area ที่มันเทาแต่ก็ใส่ความบวกให้กับมันเข้าไป สุดท้ายแล้วเราก็รู้สึกว่าแนวนี้มันใช่ตัวเราแล้ว”

รับพลังบวกมาจากไหน 

โต๋ : สิ่งนึงที่เราไม่ชอบเกี่ยวกับตัวเองก็คือเราเป็นคนจริงจังเกินไป ด้วยความที่เป็นเด็กเล่นเปียโน เรียนเปียโนคลาสสิกด้วย เล่นเปียโนไม่พอ เรียนก็เป็นนักเรียนทุน ได้เกียรตินิยม คือชีวิตนี้ซีเรียสมาก ๆ ต้องทำให้ได้ดีและจริงจังกับทุกอย่างมาก ๆ อย่างตอนขึ้นคอนเสิร์ตครั้งแรก ทุกอย่างต้องออกมาดีห้ามผิดพลาด ซึ่งสิ่งนี้จริง ๆ แล้วเป็นสิ่งที่ดีนะ แต่พอเราโตขึ้น เราเพิ่งเข้าใจว่าเสน่ห์ของมันก็คือความไม่เพอร์เฟกต์ ความที่มันไม่เนี้ยบไปอะ 

เมื่อก่อนขึ้นเวทีคิดอย่างเดียวเลยว่าฉันจะต้องเล่นให้ดี เล่นให้เป๊ะแบบที่ซ้อมไว้ ถ้าไม่พลาดอันนั้นคือความสุข เดี๋ยวนี้กลับกัน เราเอาความสุขตั้งไว้ คือแค่ได้เล่นให้คนฟัง เราก็มีความสุขละ ไม่ว่าผู้ชมจะให้เรากลับแบบเต็มร้อยหรือน้อยกว่าเราก็แฮปปี้ละ เพราะความสุขของเราถูกตั้งไว้ตั้งแต่เริ่ม ชิงมีความสุขก่อน อย่าเอาความสุขไปแขวนไว้บนความสำเร็จว่ามันต้อง success ก่อนเราถึงจะมีความสุขได้ พอคิดอย่างนี้ได้ชีวิตมันสุขได้ง่ายเลย มัน let go ปล่อยวางได้ง่ายกว่า เพราะว่าไม่เจอเรื่องที่แย่ แต่ถ้าเราหามุมบวก ชิงมีความสุขก่อนอะ มันจะเจออะไรก็ได้ ฉันโอเค 

สมมติว่าเป็นวันที่แย่มาก ๆ ทำยังไงให้ตัวเองนิ่งได้

โต๋ : เรามีประโยคนึงที่คิดเอาไว้ตลอดเวลาเกิดเรื่องแย่ ๆ หรืออะไรที่ไม่ได้เป็นตามหวัง คิดตลอดว่า เดี๋ยวมันก็ผ่านไป เหมือนประโยคภาษาอังกฤษที่พูดกันว่า “This too shall pass” ซึ่งประโยคนี้เราก็เอามาแต่งเพลงไปแล้ว ชื่อว่า “สักวันแล้วมันก็ผ่านไป” เป็นเพลงที่ไม่ได้ปล่อยเป็นซิงเกิ้ลหรอก แต่ได้รับความนิยมช่วงตอนที่น้ำท่วมกรุงเทพปี 55 สถานีโทรทัศน์หลาย ๆ ที่ก็เอาเพลงนี้มาประกอบ มันพูดว่าสักวันก็ผ่านไป อะไรที่เกิดแล้วเดี๋ยวมันก็จบไป เดี๋ยวก็มีอะไรใหม่เป็นอย่างนี้ทุก ๆ วัน ทุกวันเจอเรื่องแย่ ๆ บางทีก็ทำให้เราหัวร้อนแบบพีกจนแดงจนไม่ไหวละนะ ก็ท่องเอาไว้ว่าสักวันเดี๋ยวมันก็ผ่านไป วันนี้วันที่ 30 พรุ่งนี้ก็วันที่ 31 แล้วอะ ทำให้ดีที่สุดแล้วปล่อยให้มันเป็นไป ไม่ว่าจะดีจะร้าย มันก็ผ่านไปหมดอะ อย่าไปยึดติดกับสักอย่าง

อยู่กับเปียโนมาหลายปี เคยเห็นเปียโนแล้วรู้สึกโกรธบ้างไหม ประมาณว่าวันนี้ไม่อยากจะยุ่งกับแกอีกแล้ว

โต๋ : ไม่เคยโกรธเปียโนหรอกแต่เคยเบื่อบ้าง เป็นช่วงที่เราหายไป 3 ปีเต็ม ๆ ตั้งแต่ปี 2012 ถึง 2015 ไม่แต่งเพลงเลย กลับถึงบ้านก็รู้สึกไม่อยากแตะ ไม่อยากจับ ไม่อยากเล่น มันมีการเปลี่ยนแปลงในตัวแต่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นรูปธรรมได้ เราก็เลยเลิกแต่งเพลง

มันเหมือนภาวะหมดแพสชั่นหรือเปล่า

โต๋ : มันคือช่วงที่เรา burn out เพิ่งอ่านในบทความเองว่าต่างประเทศเขาบัญญัติอาการนี้เป็นโรคแล้ว พอเวลาคุณทำงานเยอะ ๆ คุณจดจ้องกับอะไรอย่างหนึ่งมาก ๆ แล้ววันนึงมันแห้งอะ มันรู้สึกว่าหมดไฟในการทำอะไรเดิม ๆ แล้ว อย่างโต๋คือตั้งแต่เข้าวงการมาปี 2003 จนถึง 2012 เกือบ 10 ปีเราออกอัลบั้มทั้งหมด 10 อัลบั้มนะ ต้นปีท้ายปี ปั่นผลงานออกมาแบบไม่หยุดพักเลยจนพี่บอย โกสิยพงษ์ มาเตือนว่า ‘ระวังหมดไฟนะ’ ตอนนั้นเราก็ไม่เข้าใจคำนี้หรอกเพราะเรายังวัยรุ่นอยู่ อยากทำงานออกมาเยอะ ๆ แต่พอช่วงที่มันหมดแล้ว รู้เลยว่ามันหมดจริง ๆ

เราถอยหลังมาแล้วก็คิดใหม่ คิดว่าอายุของการเป็นศิลปินเบื้องหน้าของเรามันคงหมดแล้ว เพราะก็เข้าใจว่าศิลปินทุกคนมีเวลาของตัวเอง เราก็คิดเตรียมไว้แล้วว่าน่าจะไปเป็นโปรดิวเซอร์อยู่เบื้องหลังดีกว่า คิดอย่างนั้นจริง ๆ ถึงคนรอบข้างจะยังคอยซัพพอร์ต แต่เมื่อคุณหลังชนเชือกแล้วอะ บางทีมันก็ก้าวต่อไปไม่ได้ ต้องดิ้นให้หลุด และพอหลุดออกมาได้แล้ว คุณจะเข้าใจทุกสิ่งเลยและเห็นคุณค่าในทุก ๆ อย่างเลย

เราถอยกลับมาตั้งหลักใหม่เลย เป็นช่วงที่เปลี่ยนความคิดทุกอย่าง เพิ่งมารู้ตัวว่าก่อนหน้านี้เราบ้าทำแต่งาน แต่ไม่เคยได้ใช้ชีวิตจริง ๆ สักครั้งเลย ช่วง 3 ปีที่หายไปก็ใช้เวลาไปเที่ยว อยากเที่ยวคือเที่ยว อยากเจอเพื่อนก็ไปเจอเพื่อน ไม่ได้มีว่าต้องมาพะวงเรื่องงาน คิดอย่างเดียวว่าเราต้อง live a life ต้องใช้ชีวิตอะ มันน่าตลกตรงที่ว่าเราร้องเพลงรักมา 10 ปี แต่ไม่เห็นจะรู้จักเลยว่าความรักจริง ๆ เป็นยังไง ดูแลคน ๆ นึงยังไง ชีวิตเราเลยไม่เคยมีวัตถุกิบที่จะทำให้เราได้อินกับการทำเพลงรักเลย เหมือนเป็นผู้ชายอบอุ่นร้องเพลงรักแต่ยังไม่เคยได้ดูแลใครจริง ๆ พอได้ปรับชีวิตตัวเอง ก็เลยทำให้เข้าใจอะไร ๆ มากขึ้น

“ชีวิตศิลปินมันมีขึ้นมีลงกันหมดแหละ แต่สิ่งที่เราเรียนรู้อย่างหนึ่งช่วงที่เราอยู่ในจุดที่ดาวน์ที่สุดและกลับขึ้นมาใหม่ได้คืออย่า take it for granted อย่าคิดว่าสิ่งที่ได้มาจะอยู่กับเราไปตลอด ทุกอย่างมันมีสิทธิ์ที่จะหมด วันนึงเรามี อีกวันหนึ่งเราก็ไม่มีมันแล้วก็ได้”


See also  [NEW] รวม 20 ลุคแต่งหน้า 'ไปงานแต่งงาน' ฉบับเพื่อนเจ้าสาว สวยน่ารักดูดี เสน่ห์มาเต็ม! | แต่งหน้า ไป งาน แต่งงาน กลางวัน - PINKAGETHAILAND

12 ข้อ เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ ใน 1 เดือน EP240 By K.o.o Jo Channel


คุณเคยคิดอยากเปลี่ยนตัวเองกันบ้างไหมครับ หรือมีอะไรที่อยากทำมานาน แต่ไม่ได้ลงมือทำเสียที กันบ้างหรือเปล่า บางครั้ง ก็อยากเลิกสักทีกับนิสัยแย่ๆ ของตัวเอง ดังนั้นวันนี้ผมจะพาคุณไปดู 12 ข้อ เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ ใน 1 เดือน ลองทำให้ครบทุกข้อ ไม่แน่นะครับว่า ภายใน 1 เดือนนี้ คุณอาจจะกลายเป็นคนใหม่ โดยไม่ทันรู้ตัวเลยก็ได้นะครับ
ฝากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ
กดไลท์
กดแชร์
กดติดตาม
ด้วยครับขอบคุณครับ
และขอขอบคุณ ภาพสวยๆจาก
www.pixabay.com
www.Unsplash.com
รวมถึงข้อมูลดีๆจาก
www.teen.mthai.com
candy magazine
และ pornphanh ด้วยครับ

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

12 ข้อ เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่  ใน 1 เดือน EP240 By K.o.o Jo Channel

♡ Howto I 5 ข้อที่ทำให้คุณเปลี่ยนตัวเองได้ทันที ใครๆก็ทำได้


ขอบคุณน้าาา
ของที่เชอรี่ใช่
1. ดีท็อกซ์ detoxfactory : https://www.instagram.com/detoxfac/?hl=en
2. คอลลาเจน ของ vida : เซเว่น วัตสัน บูท
3. วิตซี จริงๆของอะไรก็ได้: วัตสัน บูท

ติดตามเชอรี่ได้ช่องทางอื่นๆ
➫ Instagram: https://www.instagram.com/cherrychuuuuu/?hl=en
➫ Facebook: http://bit.ly/cherrychuFB

♡ Howto I 5 ข้อที่ทำให้คุณเปลี่ยนตัวเองได้ทันที ใครๆก็ทำได้

แน้มแอบชอบรุ่นพี่ ม.6 เลยเปลี่ยนตัวเองจากอิดำ ให้สวยขึ้น ชาเน่นะนุ่น S2 EP211


เอมิส เปลี่ยนแปลงตัวเอง
ติดตามพวกเราได้ที่\r
เพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/shanenanun\r
เฟสบุ๊ค ชา เน่: https://www.facebook.com/profile.php?…\r
เฟสบุ๊ค นะ นุ่น : https://www.facebook.com/profile.php?…

แน้มแอบชอบรุ่นพี่ ม.6 เลยเปลี่ยนตัวเองจากอิดำ ให้สวยขึ้น ชาเน่นะนุ่น S2 EP211

5 เรื่องที่ควรหยุดสนใจ แล้วชีวิตจะดีขึ้นทันตา


ดาวน์โหลดอีบุ๊คฟรี \”รวม 10 HowTo สู่ชีวิตที่สำเร็จและก้าวไปไกล\” ได้ที่นี่ https://www.bypichawee.co/ebooksuccess
อ่านบทความพัฒนาตัวเอง ที่ https://www.bypichawee.co/blog
ติดตามบนเฟซบุ๊ค www.facebook.com/bypichawee

5 เรื่องที่ควรหยุดสนใจ แล้วชีวิตจะดีขึ้นทันตา

เก่งขึ้นแน่ๆแค่พัฒนาตัวเองแซงหน้าคนอื่น1% | EP155


เก่งขึ้นหลายเท่าตัวแค่เลือกพัฒนาตัวเองในสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้
แจกฟรี! อีบุ๊ก 18 ความลับ!
เปลี่ยนคุณให้เป็นคนเจ้าเสน่ห์
[ทำยังไงให้ใครๆก็รักตั้งแต่แรกพบ]
👉https://lin.ee/iwazNnx
ฟังฟรี! จิตวิทยาการพูดชนะใจคน
👉https://www.youtube.com/playlist?list=PLfdtkwJb5cVr68FikXL1rVSYCpCn0vGle
กดเข้ากลุ่มฟรี! พูดพิชิตใจแบบจ้าวเสน่ห์!
👉https://www.facebook.com/groups/astcharismasecrets/
▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃
ติดต่องาน 0621562868
Email : wow.amazing.stor[email protected]
▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃
ครองใจคน,วิธีชนะมิตรและจูงใจคน,วิธีการพูดนำเสนอ
,พูดอย่างไรให้น่าฟัง,สร้างเสน่ห์,เทคนิคการพูดโน้มน้าวใจ,การพูดพิธีกร,เทคนิคพูดให้น่าฟัง,พูดอย่างไรให้จับใจคนฟัง,พูดอย่างไรให้คนชอบเรา,วิธีการพูดโน้มน้าวจูงใจ,พูดยังไงให้คนรัก,พูดอย่างไรให้คนเชื่อ,พูดอย่างไรให้คนคล้อยตาม,พูดในที่ชุมชน,พูดอย่างไรให้ชนะใจคนฟัง,พูดอย่างไรให้ผู้ชายหลง,พูดอย่างไรให้มีเสน่ห์,คุยอย่างไรให้ได้คบ,คุยอย่างไรให้ผู้ชายชอบ,คุยอย่างไรให้ผู้หญิงชอบ,คุยอย่างไรให้สนุก,คุยอย่างไรไม่ให้เบื่อ,เทคนิคคุยกับลุกค้า,เทคนิคพูดหน้ากล้อง,เทคนิคพูดขายของ,เทคนิคเล่าเรื่อง,เล่าเรื่องอย่างไรให้สะกดใจคน

เก่งขึ้นแน่ๆแค่พัฒนาตัวเองแซงหน้าคนอื่น1% | EP155

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่BEAUTIFUL HAIR

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ เปลี่ยนแปลง ตัว เอง ให้ สวย

Leave a Comment