[NEW] จับจุด 7 ความแตกต่างของ ‘ชาย VS หญิง’ ตอนตกหลุมรักที่ช่วยให้นิยายสมจริงขึ้น! | วิธี ทํา ให้ คน ตกหลุม รัก – PINKAGETHAILAND

วิธี ทํา ให้ คน ตกหลุม รัก: คุณกำลังดูกระทู้

Contents

จับจุด 7 ความแตกต่างของ

“ชาย VS หญิง”
ตอนตกหลุมรัก

ที่ช่วยให้นิยายสมจริงขึ้น

สวัสดีค่ะชาวนักเขียนเด็กดีทุกคน พี่น้ำผึ้งเชื่อว่าในการเขียนนิยายสักเรื่อง “ความรัก” เป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าเรื่องของเราจะเน้นความรักเป็นหลัก หรือความรักเป็นแค่องค์ประกอบเฉยๆ ถึงอย่างนั้น ความรักก็จัดว่าเป็นสิ่งสำคัญในนิยาย และการตกหลุมรักกันของตัวละครเองก็สำคัญไม่แพ้กัน!

แน่นอนว่าในวันนี้พี่น้ำผึ้งมีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับเรื่องของ “การตกหลุมรัก” มาฝากค่ะ น้องๆ รู้มั้ยว่าเวลาที่คนเราตกหลุมรักเนี่ย ผู้ชายและผู้หญิงจะมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันนะ! อาทิเช่น ผู้ชายมักเป็นฝ่ายบอกรักก่อน ส่วนผู้หญิงชอบเป็นฝ่ายฟังคำบอกรัก แถมพฤติกรรมต่างๆ ที่ว่านี้ยังได้รับรองจากงานวิจัยด้วย ซึ่งพี่เชื่อเหลือเกินว่าความแตกต่างจะเป็นประโยชน์ต่อนักเขียนเด็กดีทั้งหลายเพื่อช่วยให้การสร้างลักษณะนิสัยของตัวละครเราสมจริงและแยบยลขึ้นค่ะ จะมีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลยดีกว่าจ้า

 


 

ผู้ชายมักสัมผัสได้ถึงอารมณ์รักเร็วกว่า

แม้ว่าภาพยนตร์หรือนิยายส่วนใหญ่จะทำให้เราเชื่อว่าผู้หญิงเป็นฝ่ายตกหลุมรักก่อนเสมอ แต่ผู้หญิงก็ไม่ได้ตกหลุมรักอย่างรวดเร็วหรอกนะ บอกเลย ซึ่งเรื่องนี้โจนาธาน และเดวิด เบนเน็ต ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดตเปิดเผยกับเว็บไซต์ Bustle ว่า “ผู้ชายมักตกหลุมรักและแสดงความรู้สึกรักเร็วกว่าผู้หญิง แม้จะมีความเชื่อว่าผู้หญิงตกหลุมรักได้เร็วกว่าก็ตาม” 

นี่เป็นเรื่องจริง เนื่องจากมีการทำวิจัยอย่างเป็นจริงเป็นจัง โดยงานวิจัย Women and Men in Love: Who Really Feels It and Says It First? ของแฮร์ริสันและชอร์ทอล์ในปี 2011 ได้สรุปว่า “ผู้ชายมักตกหลุมรักก่อน เนื่องจากผู้หญิงเป็นพวกระมัดระวังตัวเอง พวกเธอจะไม่รีบตกหลุมรักใครบางคนเพราะไม่ต้องการเป็นคนโง่เขลาในเรื่องความรัก”
 

ลองปรับใช้ในนิยายดูหน่อย: เอาล่ะ จากงานวิจัยข้างต้น พี่ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมในนิยายส่วนใหญ่ พระเอกถึงตกหลุมรักนางเอกก่อน ทีนี้เมื่อเรารู้แล้วว่าผู้ชายมักเป็นฝ่ายตกหลุมรักก่อนและผู้หญิงชอบระมัดระวังตัวเองไม่ให้ตกหลุมรักใคร มันจึงเป็นโอกาสดีของเราที่จะลองหยิบความจริงข้อนี้ไปปรับใช้ เช่น พระเอกตกหลุมรักนางเอกทันทีที่พบ แต่นางเอกไม่ได้ตกหลุมรักทันที และในขณะที่พระเอกพยายามตามจีบนางเอก เธอก็เริ่มหวั่นไหว ประมาณว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ค่อยเป็นค่อยไปค่ะ

 


 

ผู้ชายมักเป็นฝ่ายบอกรักก่อน

“ผมรักคุณ” เป็นประโยคที่สาวๆ หลายคนอยากได้ยินมากที่สุดจากคนที่เรารัก โดยงานวิจัยชิ้นเดิมอย่าง Women and Men in Love: Who Really Feels It and Says It First? ของแฮร์ริสันและชอร์ทอล์ในปี 2011 ยืนยันว่า “ผู้ชายมีแนวโน้มที่จะตกหลุมรักเร็วกว่าผู้หญิง” ซึ่งตรงข้ามกับความเชื่อยอดนิยมที่ว่า ผู้หญิงมักเป็นคนแรกที่แสดงออกมากกว่าในความสัมพันธ์เสมอ นอกจากนี้งานวิจัยยังชี้ให้เห็นว่าผู้ชายมักเป็นฝ่ายบอก “รัก” ก่อนด้วย ในทางกลับกัน ผู้หญิงต่างหากที่มักระมัดระวังตัวเองมากกว่าผู้ชาย พวกเธอจะรอจนกว่าจะแน่ใจว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่ใช่จริงๆ ถึงจะได้ฤกษ์ได้ยามพูดคำสำคัญอย่าง “ฉันรักเธอ” ออกไป 
 

ลองปรับใช้ในนิยายดูหน่อย: อันนี้เห็นบ่อยแล้วเรื่องที่ผู้ชายบอกรักผู้หญิงก่อนในนิยาย แต่ถ้าเราลองเปลี่ยนใหม่ให้เป็นผู้หญิงบอกรักผู้ชายก่อนก็ดูเก๋ไก๋ไปอีกแบบนะ! จริงๆ แล้ว ถ้าหากผู้หญิงเป็นพวกระมัดระวังเรื่องความรักมากกว่าผู้ชาย การบอกรักก่อนของผู้หญิงก็เป็นอย่างหนึ่งที่เเสดงให้เห็นว่าเธอจริงจังกับผู้ชายคนนั้น เพราะงั้นลองแสดงความจริงใจของนางเอกที่มีต่อพระเอกด้วยการบอกชอบเขาก่อนสิ

 


 

ผู้หญิงมักบอกรักบ่อยกว่า

ก่อนเป็นแฟนกัน ผู้ชายมักเป็นฝ่ายแรกที่บอกรัก แต่ทันทีที่ผู้ชายและผู้หญิงตัดสินใจคบกัน ผู้หญิงต่างหากที่เป็นฝ่ายพูดคำว่า “ฉันรักคุณ” บ่อยกว่า! การันตีโดยงานวิจัย Emotion expression and the locution “I love you”: A cross-cultural study เลย งานนี้ ดร.ฟอร์ชี ที่ปรึกษาด้านความสัมพันธ์กล่าวว่า “งานวิจัย Cross-cultural ชี้ให้เห็นว่าผู้หญิงเป็นฝ่ายบอกรักบ่อกว่าผู้ชาย” 

ในแง่วิทยาศาสตร์ ประโยคบอกรักมีความหมายต่อผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยผู้หญิงลิสต์เลยว่า 1 ใน 10 สิ่งโรแมนติกที่พวกเธอต้องการคือคู่รักพูดคำว่า “ผมรักคุณ” ตรงข้ามกับผู้ชายมองว่ามันไม่ใช่สิ่งโรแมนติก ดังนั้นหากผู้ชายรู้ว่าผู้หญิงพบว่า “ผมรักคุณ” เป็นสิ่งที่ทำให้พวกเธอรู้สึกโรแมนติก ผู้ชายสามารถใช้มันเพื่อสื่อสารถึงสิ่งที่คนรักต้องการเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ได้

นอกจากนี้ ดร. ฟอร์ชียังเสริมต่ออีกว่า “จากมุมมองของวิวัฒนาการ การที่ผู้หญิงพูดว่า ‘ฉันรักคุณ’ อาจหมายถึงความผูกมัด และพวกเธอจะได้รับประโยชน์จากการพูดแบบนี้เพราะมันทำให้พวกเธอมั่นใจว่าสามารถจับคู่กับผู้ชายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากความจริงที่ว่า พวกเธอสามารถทำแบบนี้ซ้ำๆ กับเขาได้เฉพาะในช่วงที่คบกันเท่านั้น”
 

See also  ทรงผม สำหรับ อายุ 40 ปี !! +อายุเป็นเพียงตัวเลข จริงๆจริงๆ!!! | ทรง ผม คน อ้วน หญิง

ลองปรับใช้ในนิยายดูหน่อย: ในความเห็นของพี่น้ำผึ้ง พี่มองว่าเทคนิคนี้เหมาะกับนิยายที่เป็นภาคต่อและตัวละครตัดสินในตกลงปลงใจเป็นแฟนกันแล้ว หากเราต้องการอยากให้ความสัมพันธ์ของตัวละครดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคง การบอกรักกันสามารถช่วยกระชับความสัมพันธ์ของตัวละครได้ด้วย ในทางกลับกัน หากอยากให้ความสัมพันธ์ร้าวฉาน การบอกรักบ่อยๆ สามารถทำให้ตัวละครรู้สึกรำคาญใจจนนำไปสู่การมีปากเสียงได้ในทีุ่สด 

 


 

ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะตกหลุมรักคนๆ เดียว

ลองมองย้อนกลับไปในช่วงมัธยมและนึกถึงคนที่เราแอบชอบทั้งหลายสิ เรามักให้ความสำคัญกับความรักที่มีต่อใครคนใดคนหนึ่งหรือเปล่า? หรือเรามักจะตกหลุมรักทุกคนที่เข้ามา? น้องๆ คะ มีงานวิจัยหนึ่งที่ชื่อว่า Love and dating experience in early and middle adolescence: grade and gender comparisons กล่าวว่า ผู้ชายวัยรุ่นมักตกหลุมรักผู้หญิงอย่างรวดเร็วและตกหลุมรักบ่อย กล่าวคือ ผู้ชายสามารถตกหลุมรักผู้หญิงได้หลายคนพร้อมกันในเวลาเดียว ขณะที่ผู้หญิงมีแนวโน้มจะตกหลุมรักผู้ชายคนเดียว! แน่นอน ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มันไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงทุกคนจะให้ความสนใจแค่ผู้ชายคนเดียว และผู้ชายก็ไม่ได้ตกหลุมรักทุกคนพร้อมกันด้วย ทั้งนี้มันขึ้นอยู่กับตัวบุคคลมากกว่า
 

ลองปรับใช้ในนิยายดูหน่อย: หากพระเอกของเราเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์ล่ะก็ ลงล็อคเลย เพราะหนุ่มน้อยของเราอาจตกหลุมรักผู้หญิงหลายคนได้ในเวลาเดียวกัน แถมหนึ่งในบรรดาสาวๆของเขานั้นยังมีนางเอกผู้จริงจังที่เดตคนเพียงแค่คนเดียว เมื่อทั้งสองโคจรมาเจอกัน เรื่องราวชุลมุนชวนปวดหัวน่าจะเกิดขึ้น ก็แหม…มายเซ็ตมันไม่ตรงกันตั้งแต่แรกแล้วนี่นา หรือน้องๆ คิดว่ายังไงล่ะ?

 


 

ผู้ชายมักตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ

“ผู้ชายมักตกหลุมรักได้ง่ายๆ จากระยะไกล พวกเขารู้ทันทีเลยว่าตัวเองกำลังตกหลุมรัก” โจนาธาน และเดวิด เบนเน็ตกล่าว “ส่วนผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะประเมินความรู้สึกรักบนพื้นฐานของการดึงดูดทางกายภาพพร้อมกับปัจจัยอื่นๆ ทั้งเรื่องศักยภาพและบุคลิกของอีกฝ่าย ซึ่งนั่นหมายความว่าผู้หญิงอาจใช้เวลานานกว่าหน่อยในการดูใจ เนื่องจากเธอต้องการคู่รักที่มีศักยภาพ และบุคคลนั้นสามารถเติบโตไปพร้อมกับเธอได้เมื่อเวลาผ่านไป” สิ่งนี้จึงสามารถสรุปได้เลยว่า ปรากฏการณ์ “รักแรกพบ” มีอยู่จริง และมันสามารถเกิดขึ้นกับผู้ชายได้บ่อยกว่าผู้หญิง เนื่องจากผู้ชายมักตกหลุมรักจากการมองเห็น เช่น ความสวยหรือบุคลิกของผู้หญิงคนนั้น ตรงข้ามกับที่ผู้หญิงตกหลุมรักเพราะความใกล้ชิดและมีการสัมผัสกันทางกายภาพ
 

ลองปรับใช้ในนิยายดูหน่อย: ในเมื่อมีงานวิจัยรับรองมาซะขนาดนี้ ไม่ต้องห่วงว่าแนวรักแรกพบจะกลายเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ น้องๆ สามารถหยิบคุณสมบัติข้างต้นมาปรับใช้กับพระนางของเราได้ตามสะดวกเลย (แต่อย่าลืม ผู้หญิงตกหลุมรักจากความใกล้ชิด ส่วนผู้ชายตกหลุมรักจากการมองเห็น)  

 


 

ผู้ชายและผู้หญิงมองหาคนที่มีนิสัยคล้ายๆ กัน

แม้คนที่แตกต่างจากเราสุดขั้วจะทำให้เรารู้สึกท้าทายและสนใจ แต่เมื่อมันเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ที่จริงจัง ทั้งเพศชายและหญิงกลับต้องการคนที่มีความสนใจและความชอบเหมือนกัน รวมทั้งต้องการคนที่มีลักษณะนิสัยคล้ายๆ กัน  สำหรับเรื่องนี้ ดร.ฟอร์ชีกล่าวว่า “โดยรวมแล้ว ผู้ชายและผู้หญิงมองหาคนที่มีความชอบเหมือนกันเพื่อสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาว รวมทั้งต้องเป็นคนที่มีลักษณะคล้ายๆ กันด้วย เช่น มีความเมตตา มีสติปัญญา มีความเข้าใจ และเหนือสิ่งอื่นใด ต้องเป็นคนที่รักพวกเขาเช่นเดียวกับที่พวกเขารัก” 

ลองปรับใช้ในนิยายดูหน่อย: สร้างตัวละครที่มีลักษณะนิสัยคล้ายๆ กัน หรือมีความชอบคล้ายคลึงกันสิ จากนั้นจับพวกเขามาเจอกัน รับรองว่าเคมีตรงกันแน่นอน เผลอๆ คู่รักคู่นี้อาจกลายเป็นคู่รักขวัญใจของนักอ่านก็ไดนะ หากไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้เคมีของทั้งคู่ตรงกัน ลองอ่านบทความ Chemistry: หัวใจสำคัญในการสร้างนิยายรัก ดูสิ 

 


 

ผู้ชายมีความไม่มั่นคงทางอารมณ์ในเรื่องความรัก

ความไม่มั่นคง (insecure) ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเอะอะผู้ชายจะนอกใจ แต่หมายความว่าผู้ชายมักกลัวว่าความสัมพันธ์นี้จะไปไม่รอดต่างหาก! จึงทำให้มีพฤติกรรมต่างๆ เช่น ติดแฟน ชอบถูกเอาใจ ชอบคุมความสัมพันธ์ งอนเก่ง หรือแม้กระทั่งห่างกันไม่ได้ อ่านดูแล้วเหมือนเป็นอาการของผู้หญิงส่วนใหญ่เลย แต่ใครจะรู้ ผู้ชายต่างหากที่มีความ insecure สูงกว่าผู้หญิง!

ตรงกันข้ามกับความเชื่อที่เป็นที่นิยม เมื่อมันเป็นเรื่องของความรักและความสัมพันธ์ ผู้ชายมีแนวโน้มจะแสวงหาสิ่งที่สร้างความมั่นใจให้ตัวเอง ความมั่นคงและการตอบสนองจากคนรัก เมื่อใดก็ตามที่ผู้ชายเริ่มต้นความสัมพันธ์กับผู้หญิงที่พวกเขามีความมั่นใจจริงๆ ด้วยว่าจะลงหลักปักฐาน พวกเขาจะทุ่มเทให้กับความสัมพันธ์นั้น และเมื่อความพยายามของพวกเขาไม่ได้รับการตอบสนอง หรืออีกฝ่ายเมินเฉย ผู้ชายจะเริ่มรู้สึกว่านั่นไม่ถูกต้องและรู้สึกเหมือนกับว่าความรักของพวกเขานั้นไร้ประโยชน์ ราวกับว่าผู้หญิงคบกับเขาเพื่อหวังผลประโยชน์เท่านั้น โอ้ แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ!?

ลองปรับใช้ในนิยายดูหน่อย: หากน้องๆ คิดไม่ออกว่าจะสร้างปมความขัดแย้งระหว่างตัวละครยังไง การให้ตัวละครของเรามีความ insecure จัดว่ามีเสน่ห์ไปอีกแบบ และในตอนท้ายของเรื่อง อย่าลืมให้ตัวละครของเราเติบโตและได้เรียนรู้บางอย่างจากความสัมพันธ์ด้วยนะคะ นักอ่านจะได้ข้อคิดบางอย่างกลับไปด้วย

 

เป็นอย่างไรบ้างจ๊ะกับเรื่องที่พี่น้ำผึ้งนำมาฝากในวันนี้ พี่หวังเหลือเกินว่ามันจะช่วยจุดประกายไอเดียให้แก่น้องๆ ได้ ลองนำความแตกต่างของผู้ชายและผู้หญิงเวลาตกหลุมรักไปใช้เป็นองค์ประกอบในนิยายของเราดูนะคะ พี่ค่อนข้างมั่นใจว่ามันอาจช่วยให้งานเขียนของเราสมจริงขึ้นได้ ส่วนถ้าใครอยากเสริมความแข็งแกร่งเกี่ยวกับเรื่องการสร้างตัวละครให้ตกหลุมรัก ลองไปอ่านบทความ 7 ข้อง่ายๆ ของคนตกหลุมรักที่ช่วยให้ตัวละครอินเลิฟแบบสมจริงดูนะ เป็นประโยชน์แน่นอนจ้า

 

[NEW] จับจุด 7 ความแตกต่างของ ‘ชาย VS หญิง’ ตอนตกหลุมรักที่ช่วยให้นิยายสมจริงขึ้น! | วิธี ทํา ให้ คน ตกหลุม รัก – PINKAGETHAILAND

จับจุด 7 ความแตกต่างของ

“ชาย VS หญิง”
ตอนตกหลุมรัก

ที่ช่วยให้นิยายสมจริงขึ้น

สวัสดีค่ะชาวนักเขียนเด็กดีทุกคน พี่น้ำผึ้งเชื่อว่าในการเขียนนิยายสักเรื่อง “ความรัก” เป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าเรื่องของเราจะเน้นความรักเป็นหลัก หรือความรักเป็นแค่องค์ประกอบเฉยๆ ถึงอย่างนั้น ความรักก็จัดว่าเป็นสิ่งสำคัญในนิยาย และการตกหลุมรักกันของตัวละครเองก็สำคัญไม่แพ้กัน!

แน่นอนว่าในวันนี้พี่น้ำผึ้งมีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับเรื่องของ “การตกหลุมรัก” มาฝากค่ะ น้องๆ รู้มั้ยว่าเวลาที่คนเราตกหลุมรักเนี่ย ผู้ชายและผู้หญิงจะมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันนะ! อาทิเช่น ผู้ชายมักเป็นฝ่ายบอกรักก่อน ส่วนผู้หญิงชอบเป็นฝ่ายฟังคำบอกรัก แถมพฤติกรรมต่างๆ ที่ว่านี้ยังได้รับรองจากงานวิจัยด้วย ซึ่งพี่เชื่อเหลือเกินว่าความแตกต่างจะเป็นประโยชน์ต่อนักเขียนเด็กดีทั้งหลายเพื่อช่วยให้การสร้างลักษณะนิสัยของตัวละครเราสมจริงและแยบยลขึ้นค่ะ จะมีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลยดีกว่าจ้า

 


 

ผู้ชายมักสัมผัสได้ถึงอารมณ์รักเร็วกว่า

แม้ว่าภาพยนตร์หรือนิยายส่วนใหญ่จะทำให้เราเชื่อว่าผู้หญิงเป็นฝ่ายตกหลุมรักก่อนเสมอ แต่ผู้หญิงก็ไม่ได้ตกหลุมรักอย่างรวดเร็วหรอกนะ บอกเลย ซึ่งเรื่องนี้โจนาธาน และเดวิด เบนเน็ต ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดตเปิดเผยกับเว็บไซต์ Bustle ว่า “ผู้ชายมักตกหลุมรักและแสดงความรู้สึกรักเร็วกว่าผู้หญิง แม้จะมีความเชื่อว่าผู้หญิงตกหลุมรักได้เร็วกว่าก็ตาม” 

นี่เป็นเรื่องจริง เนื่องจากมีการทำวิจัยอย่างเป็นจริงเป็นจัง โดยงานวิจัย Women and Men in Love: Who Really Feels It and Says It First? ของแฮร์ริสันและชอร์ทอล์ในปี 2011 ได้สรุปว่า “ผู้ชายมักตกหลุมรักก่อน เนื่องจากผู้หญิงเป็นพวกระมัดระวังตัวเอง พวกเธอจะไม่รีบตกหลุมรักใครบางคนเพราะไม่ต้องการเป็นคนโง่เขลาในเรื่องความรัก”
 

See also  [Update] สรุปข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อศิลปะการต่อสู้ - Guardian seattle | รอยสักมินิมอล - PINKAGETHAILAND

ลองปรับใช้ในนิยายดูหน่อย: เอาล่ะ จากงานวิจัยข้างต้น พี่ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมในนิยายส่วนใหญ่ พระเอกถึงตกหลุมรักนางเอกก่อน ทีนี้เมื่อเรารู้แล้วว่าผู้ชายมักเป็นฝ่ายตกหลุมรักก่อนและผู้หญิงชอบระมัดระวังตัวเองไม่ให้ตกหลุมรักใคร มันจึงเป็นโอกาสดีของเราที่จะลองหยิบความจริงข้อนี้ไปปรับใช้ เช่น พระเอกตกหลุมรักนางเอกทันทีที่พบ แต่นางเอกไม่ได้ตกหลุมรักทันที และในขณะที่พระเอกพยายามตามจีบนางเอก เธอก็เริ่มหวั่นไหว ประมาณว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ค่อยเป็นค่อยไปค่ะ

 


 

ผู้ชายมักเป็นฝ่ายบอกรักก่อน

“ผมรักคุณ” เป็นประโยคที่สาวๆ หลายคนอยากได้ยินมากที่สุดจากคนที่เรารัก โดยงานวิจัยชิ้นเดิมอย่าง Women and Men in Love: Who Really Feels It and Says It First? ของแฮร์ริสันและชอร์ทอล์ในปี 2011 ยืนยันว่า “ผู้ชายมีแนวโน้มที่จะตกหลุมรักเร็วกว่าผู้หญิง” ซึ่งตรงข้ามกับความเชื่อยอดนิยมที่ว่า ผู้หญิงมักเป็นคนแรกที่แสดงออกมากกว่าในความสัมพันธ์เสมอ นอกจากนี้งานวิจัยยังชี้ให้เห็นว่าผู้ชายมักเป็นฝ่ายบอก “รัก” ก่อนด้วย ในทางกลับกัน ผู้หญิงต่างหากที่มักระมัดระวังตัวเองมากกว่าผู้ชาย พวกเธอจะรอจนกว่าจะแน่ใจว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่ใช่จริงๆ ถึงจะได้ฤกษ์ได้ยามพูดคำสำคัญอย่าง “ฉันรักเธอ” ออกไป 
 

ลองปรับใช้ในนิยายดูหน่อย: อันนี้เห็นบ่อยแล้วเรื่องที่ผู้ชายบอกรักผู้หญิงก่อนในนิยาย แต่ถ้าเราลองเปลี่ยนใหม่ให้เป็นผู้หญิงบอกรักผู้ชายก่อนก็ดูเก๋ไก๋ไปอีกแบบนะ! จริงๆ แล้ว ถ้าหากผู้หญิงเป็นพวกระมัดระวังเรื่องความรักมากกว่าผู้ชาย การบอกรักก่อนของผู้หญิงก็เป็นอย่างหนึ่งที่เเสดงให้เห็นว่าเธอจริงจังกับผู้ชายคนนั้น เพราะงั้นลองแสดงความจริงใจของนางเอกที่มีต่อพระเอกด้วยการบอกชอบเขาก่อนสิ

 


 

ผู้หญิงมักบอกรักบ่อยกว่า

ก่อนเป็นแฟนกัน ผู้ชายมักเป็นฝ่ายแรกที่บอกรัก แต่ทันทีที่ผู้ชายและผู้หญิงตัดสินใจคบกัน ผู้หญิงต่างหากที่เป็นฝ่ายพูดคำว่า “ฉันรักคุณ” บ่อยกว่า! การันตีโดยงานวิจัย Emotion expression and the locution “I love you”: A cross-cultural study เลย งานนี้ ดร.ฟอร์ชี ที่ปรึกษาด้านความสัมพันธ์กล่าวว่า “งานวิจัย Cross-cultural ชี้ให้เห็นว่าผู้หญิงเป็นฝ่ายบอกรักบ่อกว่าผู้ชาย” 

ในแง่วิทยาศาสตร์ ประโยคบอกรักมีความหมายต่อผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยผู้หญิงลิสต์เลยว่า 1 ใน 10 สิ่งโรแมนติกที่พวกเธอต้องการคือคู่รักพูดคำว่า “ผมรักคุณ” ตรงข้ามกับผู้ชายมองว่ามันไม่ใช่สิ่งโรแมนติก ดังนั้นหากผู้ชายรู้ว่าผู้หญิงพบว่า “ผมรักคุณ” เป็นสิ่งที่ทำให้พวกเธอรู้สึกโรแมนติก ผู้ชายสามารถใช้มันเพื่อสื่อสารถึงสิ่งที่คนรักต้องการเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ได้

นอกจากนี้ ดร. ฟอร์ชียังเสริมต่ออีกว่า “จากมุมมองของวิวัฒนาการ การที่ผู้หญิงพูดว่า ‘ฉันรักคุณ’ อาจหมายถึงความผูกมัด และพวกเธอจะได้รับประโยชน์จากการพูดแบบนี้เพราะมันทำให้พวกเธอมั่นใจว่าสามารถจับคู่กับผู้ชายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากความจริงที่ว่า พวกเธอสามารถทำแบบนี้ซ้ำๆ กับเขาได้เฉพาะในช่วงที่คบกันเท่านั้น”
 

ลองปรับใช้ในนิยายดูหน่อย: ในความเห็นของพี่น้ำผึ้ง พี่มองว่าเทคนิคนี้เหมาะกับนิยายที่เป็นภาคต่อและตัวละครตัดสินในตกลงปลงใจเป็นแฟนกันแล้ว หากเราต้องการอยากให้ความสัมพันธ์ของตัวละครดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคง การบอกรักกันสามารถช่วยกระชับความสัมพันธ์ของตัวละครได้ด้วย ในทางกลับกัน หากอยากให้ความสัมพันธ์ร้าวฉาน การบอกรักบ่อยๆ สามารถทำให้ตัวละครรู้สึกรำคาญใจจนนำไปสู่การมีปากเสียงได้ในทีุ่สด 

 


 

ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะตกหลุมรักคนๆ เดียว

ลองมองย้อนกลับไปในช่วงมัธยมและนึกถึงคนที่เราแอบชอบทั้งหลายสิ เรามักให้ความสำคัญกับความรักที่มีต่อใครคนใดคนหนึ่งหรือเปล่า? หรือเรามักจะตกหลุมรักทุกคนที่เข้ามา? น้องๆ คะ มีงานวิจัยหนึ่งที่ชื่อว่า Love and dating experience in early and middle adolescence: grade and gender comparisons กล่าวว่า ผู้ชายวัยรุ่นมักตกหลุมรักผู้หญิงอย่างรวดเร็วและตกหลุมรักบ่อย กล่าวคือ ผู้ชายสามารถตกหลุมรักผู้หญิงได้หลายคนพร้อมกันในเวลาเดียว ขณะที่ผู้หญิงมีแนวโน้มจะตกหลุมรักผู้ชายคนเดียว! แน่นอน ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มันไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงทุกคนจะให้ความสนใจแค่ผู้ชายคนเดียว และผู้ชายก็ไม่ได้ตกหลุมรักทุกคนพร้อมกันด้วย ทั้งนี้มันขึ้นอยู่กับตัวบุคคลมากกว่า
 

ลองปรับใช้ในนิยายดูหน่อย: หากพระเอกของเราเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์ล่ะก็ ลงล็อคเลย เพราะหนุ่มน้อยของเราอาจตกหลุมรักผู้หญิงหลายคนได้ในเวลาเดียวกัน แถมหนึ่งในบรรดาสาวๆของเขานั้นยังมีนางเอกผู้จริงจังที่เดตคนเพียงแค่คนเดียว เมื่อทั้งสองโคจรมาเจอกัน เรื่องราวชุลมุนชวนปวดหัวน่าจะเกิดขึ้น ก็แหม…มายเซ็ตมันไม่ตรงกันตั้งแต่แรกแล้วนี่นา หรือน้องๆ คิดว่ายังไงล่ะ?

 


 

ผู้ชายมักตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ

“ผู้ชายมักตกหลุมรักได้ง่ายๆ จากระยะไกล พวกเขารู้ทันทีเลยว่าตัวเองกำลังตกหลุมรัก” โจนาธาน และเดวิด เบนเน็ตกล่าว “ส่วนผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะประเมินความรู้สึกรักบนพื้นฐานของการดึงดูดทางกายภาพพร้อมกับปัจจัยอื่นๆ ทั้งเรื่องศักยภาพและบุคลิกของอีกฝ่าย ซึ่งนั่นหมายความว่าผู้หญิงอาจใช้เวลานานกว่าหน่อยในการดูใจ เนื่องจากเธอต้องการคู่รักที่มีศักยภาพ และบุคคลนั้นสามารถเติบโตไปพร้อมกับเธอได้เมื่อเวลาผ่านไป” สิ่งนี้จึงสามารถสรุปได้เลยว่า ปรากฏการณ์ “รักแรกพบ” มีอยู่จริง และมันสามารถเกิดขึ้นกับผู้ชายได้บ่อยกว่าผู้หญิง เนื่องจากผู้ชายมักตกหลุมรักจากการมองเห็น เช่น ความสวยหรือบุคลิกของผู้หญิงคนนั้น ตรงข้ามกับที่ผู้หญิงตกหลุมรักเพราะความใกล้ชิดและมีการสัมผัสกันทางกายภาพ
 

ลองปรับใช้ในนิยายดูหน่อย: ในเมื่อมีงานวิจัยรับรองมาซะขนาดนี้ ไม่ต้องห่วงว่าแนวรักแรกพบจะกลายเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ น้องๆ สามารถหยิบคุณสมบัติข้างต้นมาปรับใช้กับพระนางของเราได้ตามสะดวกเลย (แต่อย่าลืม ผู้หญิงตกหลุมรักจากความใกล้ชิด ส่วนผู้ชายตกหลุมรักจากการมองเห็น)  

 


 

ผู้ชายและผู้หญิงมองหาคนที่มีนิสัยคล้ายๆ กัน

แม้คนที่แตกต่างจากเราสุดขั้วจะทำให้เรารู้สึกท้าทายและสนใจ แต่เมื่อมันเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ที่จริงจัง ทั้งเพศชายและหญิงกลับต้องการคนที่มีความสนใจและความชอบเหมือนกัน รวมทั้งต้องการคนที่มีลักษณะนิสัยคล้ายๆ กัน  สำหรับเรื่องนี้ ดร.ฟอร์ชีกล่าวว่า “โดยรวมแล้ว ผู้ชายและผู้หญิงมองหาคนที่มีความชอบเหมือนกันเพื่อสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาว รวมทั้งต้องเป็นคนที่มีลักษณะคล้ายๆ กันด้วย เช่น มีความเมตตา มีสติปัญญา มีความเข้าใจ และเหนือสิ่งอื่นใด ต้องเป็นคนที่รักพวกเขาเช่นเดียวกับที่พวกเขารัก” 

ลองปรับใช้ในนิยายดูหน่อย: สร้างตัวละครที่มีลักษณะนิสัยคล้ายๆ กัน หรือมีความชอบคล้ายคลึงกันสิ จากนั้นจับพวกเขามาเจอกัน รับรองว่าเคมีตรงกันแน่นอน เผลอๆ คู่รักคู่นี้อาจกลายเป็นคู่รักขวัญใจของนักอ่านก็ไดนะ หากไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้เคมีของทั้งคู่ตรงกัน ลองอ่านบทความ Chemistry: หัวใจสำคัญในการสร้างนิยายรัก ดูสิ 

 


 

ผู้ชายมีความไม่มั่นคงทางอารมณ์ในเรื่องความรัก

ความไม่มั่นคง (insecure) ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเอะอะผู้ชายจะนอกใจ แต่หมายความว่าผู้ชายมักกลัวว่าความสัมพันธ์นี้จะไปไม่รอดต่างหาก! จึงทำให้มีพฤติกรรมต่างๆ เช่น ติดแฟน ชอบถูกเอาใจ ชอบคุมความสัมพันธ์ งอนเก่ง หรือแม้กระทั่งห่างกันไม่ได้ อ่านดูแล้วเหมือนเป็นอาการของผู้หญิงส่วนใหญ่เลย แต่ใครจะรู้ ผู้ชายต่างหากที่มีความ insecure สูงกว่าผู้หญิง!

See also  วิ่งแล้วคันยุบยิบๆ เกิดจากอะไร? | คันยุบยิบ

ตรงกันข้ามกับความเชื่อที่เป็นที่นิยม เมื่อมันเป็นเรื่องของความรักและความสัมพันธ์ ผู้ชายมีแนวโน้มจะแสวงหาสิ่งที่สร้างความมั่นใจให้ตัวเอง ความมั่นคงและการตอบสนองจากคนรัก เมื่อใดก็ตามที่ผู้ชายเริ่มต้นความสัมพันธ์กับผู้หญิงที่พวกเขามีความมั่นใจจริงๆ ด้วยว่าจะลงหลักปักฐาน พวกเขาจะทุ่มเทให้กับความสัมพันธ์นั้น และเมื่อความพยายามของพวกเขาไม่ได้รับการตอบสนอง หรืออีกฝ่ายเมินเฉย ผู้ชายจะเริ่มรู้สึกว่านั่นไม่ถูกต้องและรู้สึกเหมือนกับว่าความรักของพวกเขานั้นไร้ประโยชน์ ราวกับว่าผู้หญิงคบกับเขาเพื่อหวังผลประโยชน์เท่านั้น โอ้ แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ!?

ลองปรับใช้ในนิยายดูหน่อย: หากน้องๆ คิดไม่ออกว่าจะสร้างปมความขัดแย้งระหว่างตัวละครยังไง การให้ตัวละครของเรามีความ insecure จัดว่ามีเสน่ห์ไปอีกแบบ และในตอนท้ายของเรื่อง อย่าลืมให้ตัวละครของเราเติบโตและได้เรียนรู้บางอย่างจากความสัมพันธ์ด้วยนะคะ นักอ่านจะได้ข้อคิดบางอย่างกลับไปด้วย

 

เป็นอย่างไรบ้างจ๊ะกับเรื่องที่พี่น้ำผึ้งนำมาฝากในวันนี้ พี่หวังเหลือเกินว่ามันจะช่วยจุดประกายไอเดียให้แก่น้องๆ ได้ ลองนำความแตกต่างของผู้ชายและผู้หญิงเวลาตกหลุมรักไปใช้เป็นองค์ประกอบในนิยายของเราดูนะคะ พี่ค่อนข้างมั่นใจว่ามันอาจช่วยให้งานเขียนของเราสมจริงขึ้นได้ ส่วนถ้าใครอยากเสริมความแข็งแกร่งเกี่ยวกับเรื่องการสร้างตัวละครให้ตกหลุมรัก ลองไปอ่านบทความ 7 ข้อง่ายๆ ของคนตกหลุมรักที่ช่วยให้ตัวละครอินเลิฟแบบสมจริงดูนะ เป็นประโยชน์แน่นอนจ้า

 


ฉันตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเจอ – JAY DADAY ft.MINES ( Official MV )


👉🏽 https://bfan.link/ฉันตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเจอ
Prod.Wavytrbl
Lyrics : JAY DADAY , MINES
Mixing \u0026 Mastering : FUTURE R , JAY DADAY
Film camera 1 : MINES
Film camera 2 : @monnicx
Video edited : JAY DADAY
CNXTOWN STUDIO
🤎🤎🤎🤎🤎🤎🤎🤎🤎🤎🤎🤎🤎
Following us on IG
@ihatejayday
@mild_chonlapat
@cnxtown
JAYDADAY MINES COULDYOUBEMINE

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

ฉันตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเจอ - JAY DADAY ft.MINES ( Official MV )

วิธีทำให้ความรักยืนยาว


หลายคน…
ผ่านความรัก
มามากมาย
.
แต่ไม่เคยอยู่
กับความสัมพันธ์ไหน
ได้นานเลย
.
ถ้าคุณเป็นคนนึงที่เคยเจอ
หรือกำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้
.
ผมหวังว่าคลิปนี้จะช่วยคุณได้ครับ
เชิญรับชมได้เลย
.
.
► สามารถติดตามฌองได้ที่..
• 📷 INSTAGRAM ‣ https://www.instagram.com/chong.napat/?hl=th
• 🔵 FACEBOOK ‣ https://www.facebook.com/chongcharisofficial
• 🔴 YOUTUBE ‣ http://www.youtube.com/c/ChongCharis

วิธีทำให้ความรักยืนยาว

12 วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้ใครๆ ก็คิดถึงคุณ


ไม่มีใครอยากถูกมองว่าเป็นพวกชอบเกาะติดหรือเป็นคนเยอะ เรียกร้องอยู่ตลอดเวลา แต่หากคุณกำลังอยู่ในความสัมพันธ์หรือเพิ่งได้คบกับคนที่ถูกใจ คุณอาจเกิดรู้สึกว่าคุณได้รับความสนใจน้อยกว่าที่คุณควรได้รับ แต่แทนที่จะมัวจิตตกหมกมุ่นอยู่กับมัน มาเปลี่ยนกฎของเกมนี้กันซะ ทำให้พวกเขาต้องเรียกร้องความสนใจจากคุณแทนซะเลย!

Timestamps:
ลดการสื่อสารลง 0:23
อย่ารีบตอบในทันที 1:00 น
เพิ่มความลึกลับน่าค้นหาและน่าประหลาดใจเข้าไป 1:39
ใช้เวลากับเพื่อนๆ ของคุณและทำตัวไม่ว่าง 2:20
อย่ารีบเร่งในสิ่งต่างๆ 2:59
ส่งรูปให้พวกเขา 3:38
ใช้โซเชียลมีเดียให้เป็นประโยชน์ 4:14
ทำงานด้วยความนับถือและเชื่อมั่นในตัวเอง 4:46
เป็นตัวคุณเองในแบบที่ดีที่สุด 5:33
ทิ้งบางสิ่งบางอย่างไว้ที่มันจะทำให้พวกเขานึกถึงคุณ 6:11
สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยกัน 6:39
หากลิ่นประจำตัวของคุณ 7:10

เพลงของ Epidemic Sound https://www.epidemicsound.com/

สรุป:
หากคุณเจอกันทุกวัน ให้เปลี่ยนกิจวัตรเล็กน้อย ตัวอย่างเช่นคุณสามารถยกเลิกแผนของคุณกับพวกเขาเป็นครั้งคราว
เมื่อคุณชอบใครสักคน คุณอยากได้ยินหรือคุยกับพวกเขาอยู่ตลอดเวลา และนั่นเป็นเรื่องธรรมดามาก แต่ให้ลดระดับลงเล็กน้อย และอย่าโทรหรือส่งข้อความตอบกลับในทันที
ในการทำให้ใครบางคนนึกถึงคุณ คุณจะต้องมีความลับซักเล็กน้อย คนส่วนใหญ่หมดความสนใจในตัวของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วถ้าพวกเขาได้รู้ข้อมูลทุกอย่างแล้ว
อย่าหยุดทุกอย่างแล้วเอาแต่เฝ้ารอพวกเขา คุณต้องมีชีวิตที่มีความสุขและน่าพอใจหากคุณต้องการเป็นที่สนใจและดึงดูดพวกเขา
ไม่ว่าความรู้สึกของตัวคุณเองจะบอกว่าต้องการเจอแค่ไหน แต่ให้รักษาระยะห่างและสงวนพื้นที่ส่วนตัวไว้ในช่วงเริ่มต้น
เมื่อคุณอยู่ห่างกัน ให้พวกเขารู้บ้างว่ากำลังทำอะไรอยู่ ด้วยการส่งรูป ตัวอย่างเช่นหากคุณแต่งตัวเรียบร้อยแล้วพร้อมออกเที่ยวยามราตรีกับเพื่อนๆ ขอให้เพื่อนสักคนถ่ายรูปคุณไว้
บางครั้งคุณอยากให้พวกเขารู้เกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ของคุณแบบอ้อมๆ เวลาแบบนี้โซเชียลมีเดียสามารถช่วยได้เป็นอย่างดี
หากคุณคิดซะแล้วว่าตัวเองเป็นคนน่าเบื่อ มันก็มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่คุณอาจทำให้คนอื่นรู้สึกแบบนั้นกับคุณเช่นกัน
ค้นหาสไตล์ของตัวคุณเองที่จะทำให้จุดเด่นของคุณยิ่งโดดเด่นสะดุดตา
ทำเป็นตั้งใจ “ลืม” สิ่งของเล็กๆ เช่นสร้อยข้อมือหรือนาฬิกาของคุณ
เมื่อเราได้ลองทำกิจกรรมใหม่ๆ เราจะรู้สึกตื่นเต้นมาก การได้แบ่งปันความรู้สึกตื่นเต้นแบบนี้กับใครสักคนจะทำให้คนๆ นั้นมีความสำคัญต่อคุณมากขึ้น
คุณเคยได้กลิ่นอะไรบางอย่างแล้วก็เกิดนึกถึงใครบางคนหรือสถานที่บางแห่งขึ้นมาทันทีไหม? นั่นเป็นเหตุผลที่คุณควรลองใช้น้ำหอมชนิดเดียวกันทุกครั้งเมื่อจะได้ไปเจอคนพิเศษของคุณ

12 วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้ใครๆ ก็คิดถึงคุณ

ถ้าอยากครองใจคนหยุดพูด 3 คำนี้ (ยิ่งพูดยิ่งหมดเสน่ห์!) | EP99


แจกฟรี! อีบุ๊ก 18 ความลับ! เปลี่ยนคุณ\rให้เป็น\rคนเจ้าเสน่ห์ [ทำยังไงให้ใครๆก็รักตั้งแต่แรกพบ]
👉https://lin.ee/iwazNnx
ฟังฟรี! จิตวิทยาการพูดชนะใจคน
👉https://www.youtube.com/playlist?list=PLfdtkwJb5cVr68FikXL1rVSYCpCn0vGle
กดเข้ากลุ่มฟรี! พูดพิชิตใจแบบจ้าวเสน่ห์!
👉https://www.facebook.com/groups/astcharismasecrets/
▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃
ติดต่องาน 0621562868
Email : [email protected]
▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃▃
ครองใจคน,วิธีชนะมิตรและจูงใจคน,วิธีการพูดนำเสนอ
,พูดอย่างไรให้น่าฟัง,สร้างเสน่ห์,เทคนิคการพูดโน้มน้าวใจ,การพูดพิธีกร,เทคนิคพูดให้น่าฟัง,พูดอย่างไรให้จับใจคนฟัง,พูดอย่างไรให้คนชอบเรา,วิธีการพูดโน้มน้าวจูงใจ,พูดยังไงให้คนรัก,พูดอย่างไรให้คนเชื่อ,พูดอย่างไรให้คนคล้อยตาม,พูดในที่ชุมชน,พูดอย่างไรให้ชนะใจคนฟัง,พูดอย่างไรให้ผู้ชายหลง,พูดอย่างไรให้มีเสน่ห์,คุยอย่างไรให้ได้คบ,คุยอย่างไรให้ผู้ชายชอบ,คุยอย่างไรให้ผู้หญิงชอบ,คุยอย่างไรให้สนุก,คุยอย่างไรไม่ให้เบื่อ,เทคนิคคุยกับลุกค้า,เทคนิคพูดหน้ากล้อง,เทคนิคพูดขายของ,เทคนิคเล่าเรื่อง,เล่าเรื่องอย่างไรให้สะกดใจคน

ถ้าอยากครองใจคนหยุดพูด 3 คำนี้ (ยิ่งพูดยิ่งหมดเสน่ห์!) | EP99

วิธีการทำให้คนตกหลุมรักคุณ | LOVE 101 EP.103


วิธีการทำให้คนตกหลุมรักคุณ

Facebook : https://www.facebook.com/love101official
LINE : @love101

วิธีการทำให้คนตกหลุมรักคุณ | LOVE 101 EP.103

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่MAKEUP

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ วิธี ทํา ให้ คน ตกหลุม รัก

Leave a Comment