[NEW] ประโยคสำหรับขอร้อง (Request) คำพูดสำคัญในภาษาอังกฤษ | สัก ภาษา อังกฤษ – PINKAGETHAILAND

สัก ภาษา อังกฤษ: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

การขอร้องให้คนอื่นทำอะไรหรือช่วยอะไรนั้น ควรพูดให้สุภาพเข้าไว้ มิฉะนั้นแล้วอาจจะได้รับการปฏิเสธได้โดยง่าย อย่างไรก็ตามการขอร้องมีหลายระดับ คือ ระดับธรรมดา สุภาพและสุภาพที่สุด หรือในเรื่องที่ยากง่ายต่างกัน ฉะนั้น จะขอร้องให้ทำหรือช่วยอะไรนั้น ควรใช้คำให้เหมาะสมกับระดับเหตุการณ์นั้นๆ ในการขอร้องใช้คำได้หลายวิธี หลายประโยค ในที่นี่อาจจำแนกประโยคต่างๆ ที่ใช้ในการขอร้องได้ดังต่อไปนี้
1. ประโยคคำสั่ง (Command) ประโยคคำสั่งเป็นประโยคที่ขึ้นต้น ด้วยคำกริยาไม่มีประธาน เช่น Sit down. นั่งลง Open the window. เปิดหน้าต่างด้วย Don’t disturb her. อย่ารบกวนเธอ ประโยคชนิดนี้สร้างเป็นการขอร้องโดยการเติม Please (โปรด กรุณา) เข้าไป อาจจะวางต้นประโยค หรือท้ายประโยคก็ได้ การขอร้องด้วยประโยคชนิดนี้ ถือเป็นการขอร้องโดยตรง นิยมใช้โดยทั่วไป โดยมีรูปประโยคดังนี้
Please…………..         กรุณา / โปรด……………..
…………………….please.
ตัวอย่าง
Please sit down.
กรุณานั่งลง
Open the window, please.
กรุณาเปิดหน้าต่างด้วย
Please don’t disturb her.
กรุณาอย่ารบกวนเธอ
Please give me your name.
กรุณาบอกชื่อคุณด้วย
Don’t park in front of the office, please.
กรุณาอย่าจอดรถหน้าสำนักงาน
Please get me a chair.
กรุณาหาเก้าอี้ให้ฉันสักตัวด้วย
2. ประโยคบอกเล่า (Statement) การขอร้องอาจจะใช้เป็นรูปประโยคบอกเล่าธรรมดาก็ได้ แม้จะถือว่าเป็นการแสดงความต้องการของผู้พูดเองขึ้นมาลอยๆ โดยใช้กริยาที่แสดงออกถึงความต้องการ คือ want หรือ would like โดยการเติม Please เข้าท้ายประโยค ใช้ would like เป็นการสุภาพกว่า มีรูปประโยคดังนี้
I want …………, please.
ฉันต้องการ………………..
I would like …………….., please.
ฉันต้องการ……………………………
ตัวอย่าง
I want some water, please.
ฉันต้องการนํ้าบ้าง
I want a pen, please.
ฉันต้องการปากกาด้ามหนึ่ง
I want some drinks, please.
ฉันต้องการเครื่องดื่มสักอย่าง
I would like a cup of coffee, please.
ฉันต้องการกาแฟสักถ้วย
I would like the red one, please.
ฉันต้องการอันสีแดง
เพื่อให้มีความหมายเป็นการขอร้องโดยตรง ในรูปประโยคบอกเล่า ใช้กริยา ask หรือ request (ขอร้อง) ได้เลย หรือแสดงความต้องการจะขอร้อง โดยนำด้วย want หรือ would like และตามด้วย infinitive ดังโครงสร้างต่อไปนี้
I ask you to
ฉันขอร้องคุณให้ช่วย
I request you to
ฉันขอร้องคุณให้ช่วย
I want to ask you to
ฉันต้องการขอร้องคุณช่วย
I want to request you to
ฉันต้องการที่จะขอร้องคุณให้ช่วย
ตัวอย่าง
I ask you to open the window.
ฉันขอร้องให้คุณช่วยเปิดหน้าต่าง
I ask you to help me with this.
ฉันขอร้องคุณช่วยทำสิ่งนี้ด้วย
I request you to post these letters for me.
ฉันขอร้องคุณช่วยส่ง จ.ม.เหล่านี้ให้ด้วย
I would like to ask you to call him for me.
ฉันอยากขอร้องคุณช่วยโทรศัพท์ไปหาเขาให้ด้วย
I want to ask you to find his address.
ฉันต้องการให้คุณหาที่อยู่ของเขาให้ด้วย
I want you to sit down.
ฉันอยากจะให้คุณนั่งลง
I would like you to get me a pen.
ฉันอยากขอร้องให้คุณหาปากกาให้สักด้ามด้วย
3. ประโยคคำถาม (Question) การใช้รูปประโยคคำถามในการ ขอร้องนั้น ถือเป็นการขอร้องโดยอ้อมเป็นการถามกลายๆ ว่า จะทำอย่างนั้น ได้ไหม เป็นการแสดงความเกรงใจในการขอร้องนั้นๆ ซึ่งนิยมใช้กันมาก รูปคำถามที่ใช้มากคือ Yes/No Question แต่อย่างไรก็ตาม คำถามประเภทอื่นก็ใช้ในการขอร้องได้เช่นกัน ประโยคคำถามต่างๆ ที่ใช้ในการขอร้องมีโครงสร้างดังนี้
Yes/No Question :     Can / Will you…….., please?
Could / Would you please……., (please)?
Could / Would you kindly………..?
Would you be so kind as to……..?
Do / Would you mind………?
Tag Question :         ………,will you?
………,won’t you?
Wh- Question :         What……., please?
Who………, please?
(ect.)
Indirect Question :     I wonder if you……
I wonder if you’d mind…….
การใช้ประโยคคำถามชนิดต่างๆ ในการขอร้องนั้น มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
-ประโยค Yes/No Question ใช้มากที่สุด เป็นทั้งการถามและ ขอร้องในตัวเสร็จว่าจะทำได้หรือไม่ จากโครงสร้างข้างบนนั้น มีตัวอย่าง ดังต่อไปนี้
Can you sit down, please?
กรุณานั่งลงได้ไหม
Will you make me a cup of coffee, please?
ชงกาแฟให้ฉันสักถ้วยได้ไหม
Could you please tell me the way to the airport?
คุณจะกรุณาบอกหนทางไปสนามบินให้ฉันหน่อยได้ไหม
Would you kindly lend me the book for two days?
คุณจะกรุณาให้ฉันยืมหนังสือเล่มนี้สักสองวันจะได้ไหม
Would you be so kind as to post these letters for me?
คุณจะกรุณาส่งจดหมายเหล่านี้ให้ฉันด้วยได้ไหม
Do you mind washing this glass?
คุณล้างแก้วนี้ด้วยได้ไหม
Would you mind closing the door?
คุณจะกรุณาปิดประตูหน่อยได้ไหม
Would you please translate this sentence for them?
คุณจะกรุณาแปลประโยคนี้ให้พวกเขาหน่อยได้ไหม
Can you help me with this exercise?
คุณช่วยฉันทำแบบฝึกหัดนี้ได้ไหม
Will you find the meaning of the word for me?
คุณจะหาความหมายคำนี้ให้ฉันหน่อยได้ไหม
Would you mind giving me her name?
คุณจะบอกชื่อเธอให้ฉันหน่อยได้ไหม
-ประโยค Tag Question ตามปกติใช้เฉพาะชนิดที่ท่อนแรกเป็นรูปคำสั่งเท่านั้น บางครั้งอาจจะถือว่ายังเป็นคำสั่งอยู่นั้นเอง แต่ในที่นี่จัดเป็นการขอร้องอีกระดับหนึ่งไม่ค่อยนิยมใช้กันมากนัก จากโครงสร้างข้างบนนั้น มีตัวอย่างดังต่อไปนี้
Come in, will you?
เข้ามาข้างใน ได้ไหม
Close the window, won’t you?
ปิดหน้าต่างด้วย ได้ไหม
Sit down, won’t you?
นั่งลงได้ไหม
Speak slowly, will you?
พูดช้าๆ ได้ไหม
ประโยคเช่นนี้ถือว่าเป็นคำสั่งโดยอ้อม ซึ่งมีความหมายสุภาพกว่า คำสั่งโดยตรง
-ประโยค Wh-Question เป็นรูปคำถามธรรมดา แล้วเติม please เข้าท้ายประโยค ถือว่าเป็นการขอร้องโดยอ้อมอีกแบบหนึ่ง เป็นการขอร้องระดับธรรมดา ดังตัวอย่างต่อไปนี้
What’s your name, please?
คุณชื่ออะไรครับ
Where are you from, please?
คุณมาจากไหนครับ
When were you born, please?
คุณเกิดเมื่อไรครับ
How old are you, please?
คุณอายุเท่าไรครับ
การขอร้องวิธีนี นิยมใช้กับเหตุการณ์หรือสถานการณไม่มากนัก
-ประโยค Indirect Question นิยมใช้ในการขอร้องเช่นกัน เป็น การขอร้องโดยอ้อมเช่นเดียวกับ Yes/No Question ที่จริงแล้วประโยคชนิดนี้ก็คือประโยคบอกเล่านั้นเอง กริยาที่นิยมใช้สำหรับประโยคชนิดนี้ ก็คือกริยาที่แสดงถึงความสงสัย ไม่แน่ใจ ได้แก่ wonder (สงสัย) ดังตัวอย่างประโยคต่อไปนี้
I wonder if you’d lend me the typewriter.
ไม่ทราบว่า คุณจะให้ฉันยืมเครื่องพิมพ์ดีดได้ไหม
I wonder if you could help me with this?
ไม่ทราบว่า คุณจะช่วยฉันทำสิ่งนี้ได้ไหม
I wonder if you would mind checking this work.
ไม่ทราบว่า คุณจะกรุณาตรวจงานนี้หน่อยได้ไหม
I wonder if you would mind explaining this sentence.
ไม่ทราบว่า คุณจะกรุณาอธิบายประโยคนี้หน่อยได้ไหม
ตอบรับ (Accepting) การตอบรับการขอร้อง คือสามารถกระทำได้ตามที่ขอร้องนั้น ใช้คำพูดได้หลายอย่างหลายระดับเช่นเดียวกับการขอร้องดังนี้
Yes, of course
ตกลง, ได้เลย, แน่นอน
Certainly
ตกลง, ได้เลย, แน่นอน
All right ตกลง
Not at all
ได้เลย, ไม่เป็นไร
O.K.
ตกลง, ได้เลย
Sure ได้เลย
With pleasure
ยินดี, ด้วยความยินดี
I’d be glad to
ด้วยความยินดี
No, of course not
ไม่เป็นไร, ไม่รังเกียจ
Certainly not
ไม่เป็นไร ไม่รังเกียจ
ตอบปฏิเสธ (Refusing) อาจใช้ได้หลายคำเช่นกัน ควรปฏิเสธอย่างสุภาพ และให้เหตุผลที่ไม่อาจสนองความต้องการตามที่ขอร้องได้ ดังนี้
I’m sorry…..
ขอโทษ……..
I’m afraid….
ฉันเกรงว่า……
I wish I could but……
ฉันอยากจะทำให้ แต่ว่า….
ตัวอย่าง
I’m sorry I don’t know.
ขอโทษด้วย, ฉันไม่ทราบ
I’m afraid I am not free at that time.
ฉันเข้าใจว่า ฉันคงไม่ว่างในเวลานั้น
I wish I could but I have to hurry back home.
อยากจะทำให้เหมือนกัน แต่ว่าฉันต้องรีบกลับบ้าน
ข้อสังเกต
-การใช้กริยารูปอดีต (past) คือ could, would ไม่มีความหมาย เป็นอดีต แต่แสดงถึงความสุภาพหรือเกรงใจว่า can และ will และใช้ would like สุภาพกว่า want
-การขอร้องรูปคำถาม Yes/No นั้นแตกต่างจากคำถามธรรมดา โดยเติม Please เข้าไปเพื่อแสดงการขอร้อง และตอบแตกต่างกัน โดยคำถามธรรมดาตอบ Yes/No แต่การขอร้องตอบ Yes, of course หรือ I’m sorry … ดังตัวอย่างต่อไปนี้

See also  [Update] เธอมีมากกว่าความสวย! พลอยชมพู อัมพุช ทายาทรุ่นที่ 3 แห่งเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป | สีผมพลอยชมพู - PINKAGETHAILAND

คำถาม

ขอร้อง

Can you open the window?

Yes, I can. / No, I can’t.

คุณสามารถเปิดหน้าต่างได้ไหม

เปิดได้ / เปิดไม่ได้

Can you open the window, please?

Yes, of course. / I’m sorry …

คุณจะกรุณาเปิดหน้าต่างหน่อยได้ไหม      

ได้เลย / ขอโทษ เพราะว่า …

Can you speak Thai?

Yes, I can. / No, I can’t

คุณพูดภาษาไทยได้ไหม

ได้ พูดได้ / เปล่า พูดไม่ได้

Can you speak Thai, please?

All right. / Sorry, I don’t knowThai.

คุณกรุณาพูดภาษาไทยได้ไหม

ตกลง / ขอโทษ ฉันไม่รู้ภาษาไทย

Will you come tomorrow?

Yes, I will. / No, I won’t.

พรุ่งนี้ คุณจะมาใช่ไหม

ใช่, ฉันจะมา / เปล่า, ฉันจะไม่มา

Will you come tomorrow, please?

Sure. / I’m afraid I can’t.

พรุ่งนี้คุณมาได้ไหม

มาได้ / ฉันเกรงว่า คงมาไม่ได้

-การขอร้องที่ใช้ Do / Would you mind + v-ing เมื่อตอบรับ ใช้รูปเป็นปฏิเสธ คือ Of course not / Certainly not ซึ่งความหมายจริงๆ
ของการขอร้องชนิดนี้ ก็คือ คุณจะรังเกียจไหมที่จะ….คำตอบ ก็คือ เปล่า, ไม่รังเกียจ
ตัวอย่าง
Do you mind opening the window?    No, of courses not.
คุณจะรังเกียจไหมที่จะเปิดหน้าต่าง    ไม่เลย ไม่รังเกียจ
Would you mind helping me with this?    Certainly not.
คุณจะรังเกียจไหมที่จะกรุณาช่วยฉันทำสิ่งนี้   ไม่, ไม่รังเกียจ
แบบฝึกหัด
จงสร้างข้อความต่อไปนี้ให้เป็นประโยคขอร้อง
1. Take a seat
2. Turn off the fan
3. Show how to use it
4. Clean the room
5. Tell the way to somewhere
6. Type the letter
7. Not to be late
8. Pronounce this word
9. Send the letter by post
10. Not smoke in the room
ตัวอย่าง
Take a seat, please.
I want you to take a seat.
I would like you to take a seat.
Can you take a seat, please?
Could you please take a seat?
Do you mind taking a seat?
Take a seat, won’t you?
I wonder if you would take a seat.
โครงสร้างประโยคสำหรับขอร้อง มีดังนี้
Please…………….
………………., please.
I want …………., please.
I would like ……………, please.
Can/Could you ………….., please?
Will/Would
Could/Would you kindly ……………?
Would you be so kind as to …………?
Do/Would you mind ……………?
…………, will you?
…………, won’t you?
What/Who/etc…………, please?
I wonder if you…………….
I wonder if you would mind……………..
ที่มา:ดร.สวาสดิ์  พรรณา    

(Visited 257,734 times, 34 visits today)

See also  กฎเหล็ก 5 ข้อสู่ความเก่งวิชาคำนวณ (ฟิสิกส์+คณิต) - Study Secrets Ep.4 | เทคนิค เก่ง คณิต

[Update] 50 แคปชั่นอกหัก ภาษาอังกฤษ พร้อมคำแปล | สัก ภาษา อังกฤษ – PINKAGETHAILAND

หลายๆคนเมื่ออกหักหรือรู้สึกน้อยใจ ก็อยากโพสต์แคปชั่นระบายความรู้สึกแย่ๆออกมา แต่ถ้าหากว่าเราอยากโพสต์แคปชั่นอกหักเป็นภาษาอังกฤษล่ะ เราจะหาประโยคจากไหน หรือจะต้องแต่งประโยคขึ้นมายังไงดีนะ

สำหรับคนที่กำลังมองหาอยู่ ก็ขอให้วางใจได้ เพราะในบทความนี้ ชิววี่ได้รวบรวมแคปชั่นอกหักภาษาอังกฤษมาให้พร้อมกับคำแปลแล้ว เอาล่ะ ถ้าเพื่อนๆพร้อมแล้ว เราไปดูกันเลย

1. The worst feeling isn’t being lonely. It’s being forgotten by someone you could never forget.
ความรู้สึกที่แย่ที่สุดไม่ใช่ความรู้สึกโดดเดี่ยว แต่เป็นความรู้สึกที่เรานั้นถูกลืมโดยคนที่เราไม่สามารถลืมเค้าได้ลง

2. Everybody is going to hurt you. You just got to find the ones worth suffering for.
ทุกคนที่เข้ามาต่างก็จะทำให้เราเจ็บปวดทั้งนั้น เราแค่ต้องหาคนที่คุ้มค่ากับการที่เราจะทน

3. If you leave without a reason, do not come back with an excuse.
ถ้าเธอจะจากไปแบบไม่มีเหตุผล ก็อย่ากลับมาพร้อมกับข้อแก้ตัวเลย

4. When people can walk away from you, let them walk. Your destiny is never tied to anybody who left.
เมื่อใครสักคนทิ้งเราไปได้ก็ปล่อยให้เขาไปเถอะ โชคชะตาของเราไม่ได้ผูกอยู่กับคนที่จากเราไปหรอก

5. I never stopped loving you, I just stopped showing it.
ฉันไม่เคยหยุดรักคุณ ฉันแค่หยุดแสดงมันออกมา

6. Love is the person you think about during the sad song.
ความรักคือคนที่คุณนึกถึงตอนฟังเพลงเศร้า

7. You can never love people as much as you can miss them.
เราไม่สามารถรักใครได้มากเท่ากับการที่เราคิดถึงพวกเขา

8. Trying to forget someone you love is like trying to remember someone you’ve never met.
การพยายามลืมคนที่เรารัก ก็เหมือนกับการพยายามจำคนที่เราไม่เคยเจอนั่นแหละ

9. Love is like magic. Sadly, magic is mostly an illusion.
ความรักก็เหมือนเวทย์มนตร์ น่าเศร้าตรงที่เวทย์มนตร์ส่วนใหญ่นั้นเป็นแค่เพียงภาพลวงตา

10. Never make someone a priority, when all you are to them is an option.
อย่าให้ความสำคัญกับใคร ถ้าเรายังเป็นแค่ตัวเลือกหนึ่งสำหรับเขา

11. I hate myself for still waiting for you.
ฉันเกลียดตัวเองที่ยังรอเธออยู่

12. I never know loving someone could hurt this much.
ฉันไม่เคยรู้เลยว่าการรักใครสักคนจะเจ็บปวดได้มากขนาดนี้

13. Maybe I don’t cry but it hurts. Maybe I won’t say but I feel.
ฉันอาจไม่ร้องไห้ แต่ฉันเจ็บ ฉันอาจจะไม่พูด แต่ฉันรู้สึก

14. You’re not even trying to keep me.
คุยไม่แม้แต่พยายามที่จะรักษาฉันไว้

15. It’s hard asking someone with a broken heart to fall in love again.
มันยากที่จะทำให้คนอกหักได้ตกหลุมรักอีกครั้ง

16. Sometimes I wish I had never met you.
บางครั้งฉันก็คิดนะว่าฉันไม่น่าเจอเธอเลย

17. I hate reading old messages and starting to miss that person again.
ฉันเกลียดการอ่านข้อความเก่าๆ แล้วก็เริ่มคิดถึงเค้าคนนั้นอีกครั้ง

18. Not to be dramatic but my heart hurts.
ไม่ได้อยากจะดราม่านะ แต่ว่าใจฉันมันเจ็บ

19. Is it too late now to say sorry?
มันสายไปมั้ยที่จะพูดคำว่าขอโทษตอนนี้

20. Stop trying so hard for people who don’t care.
เลิกพยายามกับคนที่ไม่แคร์เราสักทีเถอะ

21. You broke my heart. It hurts so much.
คุณหักอกฉัน แล้วมันก็เจ็บมากเหลือเกิน

22. Mistakes are sometimes the best memories.
บางครั้งความผิดพลาดก็เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดในชีวิต

23. Tell me if you don’t love me.
บอกฉันถ้าเธอไม่ได้รักฉัน

24. Maybe our love for each other just isn’t equal.
บางทีความรักของเราสองคนอาจไม่เท่ากัน

25. The past can hurt, but you can either run from it or learn from it.
อดีตอาจทำให้เจ็บปวด แต่เราสามารถเลือกได้ว่าจะวิ่งหนีหรือเรียนรู้จากมัน

26. Forget your past, forgive yourself, and begin again.
ลืมเรื่องอดีต ให้อภัยตัวเอง แล้วเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

27. It’s never too late to start again.
มันไม่เคยสายเกินไปที่จะเริ่มต้นใหม่

28. These times are hurt, but they will pass.
ช่วงเวลานี้มันเจ็บปวด แต่เดี๋ยวมันก็ผ่านไป

29. It’s just a bad day, not a bad life.
มันก็แค่วันแย่ๆวันหนึ่ง ไม่ใช่จะแย่ไปทั้งชีวิต

30. To hope is to risk pain.
การคาดหวังคือการเสี่ยงต่อความเจ็บปวด

31. Relationships are like glass. Sometimes it’s better to leave them broken than try to hurt yourself putting it back together.
ความสัมพันธ์ก็เหมือนกับแก้ว บางครั้งมันอาจจะดีกว่า ถ้าเราปล่อยเศษซากที่แตกหักของมันไป เทียบกับการที่เราต้องเจ็บตัวพยายามต่อมันกลับให้เป็นเหมือนเดิม

32. If they keep hurting you, love them and stay or love yourself and leave.
ถ้าเค้ายังทำร้ายเราอยู่เรื่อยๆ เราสามารถเลือกได้ว่าจะรักเค้าแล้วอยู่ต่อ หรือจะรักตัวเองแล้วเดินออกมา

See also  น้องบีม | กิจกรรมเม็ดแมงลักแช่แข็ง | เม็ด แมงลัก ลด พุง

33. My smiles are as fake as your promises.
รอยยิ้มของฉันก็ปลอมพอๆกับคำสัญญาของคุณนั่นแหละ

34. I’m not supposed to miss you, I’m not supposed to care.
ฉันต้องไม่คิดถึงคุณ ฉันต้องไม่สนใจ

35. No matter how bad your heart is broken, the world doesn’t stop for your grief.
ไม่ว่าเราจะอกหักร้ายแรงขนาดไหน โลกทั้งใบก็ไม่หยุดรอให้กับความเศร้าโศกของเราหรอกนะ

36. The pain of yesterday is the strength of today.
ความเจ็บปวดในวันวาน คือความแข็งแกร่งในวันนี้

37. Words may lie, but actions will always tell the truth.
คำพูดอาจโกหก แต่การกระทำจะบอกความจริงเสมอ

38. Sometimes we waste too much time to think about someone that doesn’t think about us for a second.
บางครั้งเราก็เสียเวลาคิดถึงใครบางคนมากเกินไป โดยที่เค้าไม่ได้แม้แต่จะคิดถึงเราเลยแม้แต่วินาทีเดียว

39. I hope you love yourself the same way I love you.
ฉันหวังว่าคุณจะรักตัวเองแบบเดียวกับที่ฉันรักคุณ

40. I know, but I was not ready to accept the fact.
ฉันรู้ เพียงแต่ว่าฉันยังไม่พร้อมที่จะยอมรับความจริง

41. All we can do is move on and stop wasting time.
สิ่งเดียวที่พวกเราทำได้ก็คือการก้าวไปข้างหน้าและหยุดเสียเวลา

42. People say love is blind, but I guess my eyes are open now because my heart is broken. It appears I was the one who was blind all along.
เค้าว่ากันว่า ความรักทำให้คนตาบอด ฉันเดาว่าฉันคงตาสว่างแล้วแหละ เพราะตอนนี้หัวใจของฉันมันแตกสลายไปแล้ว ดูเหมือนว่าที่ผ่านมา ฉันเป็นคนที่ตาบอดมาตลอดเลย

43. When things break, we call a repair person to fix them. Now that a heart is broken, I honestly don’t know who to call.
เมื่อมีสิ่งของพัง เราก็จะเรียกช่างมาซ่อม แต่ตอนนี้หัวใจของฉันพัง ฉันกลับไม่รู้เลยว่าจะเรียกใครมาซ่อมมันดี

44. Sometimes we don’t need advice. We just need somebody to listen.
บางครั้งเราก็ไม่ได้ต้องการคำแนะนำ เราแค่ต้องการใครสักคนที่คอยรับฟัง

45. Fool yourself that he/she still loves, though he/she will never return.
หลอกตัวเองไปเถอะว่าเค้ายังรักเราอยู่ แม้ว่าเค้าจะไม่กลับมาอีกแล้ว

46. I don’t know why they call it heartbreak. It feels like every other part of my body is broken too.
ฉันไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาถึงเรียกมันว่าอกหัก ทั้งๆที่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นเหมือนกับว่าร่างกายส่วนอื่นๆก็แตกหักด้วย

47. I feel my heart will never be the same but I’m telling myself I’ll be okay.
ฉันรู้สึกว่าหัวใจของฉันจะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิม แต่ฉันก็บอกตัวเองว่าเดี๋ยวฉันก็คงโอเค

48. How can a heart hurt this much and still go on beating?
เป็นไปได้อย่างไรที่หัวใจแม้ว่าจะเจ็บหนักขนาดนี้แต่ก็ยังคงทำงานต่อไปได้

49. The one thing worst than losing you is knowing you did noting to keep me.
สิ่งที่แย่กว่าการเสียคุณไปก็คือการได้รู้ว่าคุณไม่เคยทำอะไรเพื่อรักษาฉันไว้เลย

50. I’ll keep the stories that you inspire in my memories.
ฉันจะเก็บเรื่องราวแรงบันดาลใจจากคุณไว้ในความทรงจำของฉัน

เป็นยังไงบ้างครับกับคำคมแคปชั่นอกหักในภาษาอังกฤษ ทีนี้เพื่อนๆก็คงจะได้แคปชั่นอกหักโดนๆไปใช้กันแล้วนะครับ

ชีวิตเราเศร้าได้ แต่อย่าจมกับมันนาน ยังไงชิววี่ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนๆทุกคนที่กำลังอกหัก ให้สามารถก้าวพ้นเรื่องแย่ๆ ไปเจอกับเรื่องดีๆในอนาคตนะครับ

อย่าลืมนะครับ ภาษาอังกฤษยิ่งเรียนรู้ ยิ่งฝึก ก็ยิ่งเก่ง สำหรับบทความนี้ ชิววี่ต้องขอตัวลาไปก่อน See you next time


[MAD] Move On – ปราโมทย์ วิเลปะนะ (Cover) | Aoy Amornphat


[MAD] Move On ปราโมทย์ วิเลปะนะ (Cover) | Aoy Amornphat
Original By
Move On ปราโมทย์ วิเลปะนะ
Performed by
Vocal Amornphat Sermsap IG : amornppp
Instruments Janpat Montrelerdrasme IG : janpat_
Music Director
Janpat Montrelerdrasme
ติดต่องาน Production, Music หรือ Artist ได้ที่
[email protected]
MadpuppetStudio
http://www.madpuppetstudio.com/
http://www.facebook.com/MadpuppetStudio
http://www.youtube.com/MadpuppetStudio
https://www.instagram.com/madpuppetst…
MadpuppetStudio
ปราโมทย์วิเลปะนะ
MoveOn

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

[MAD] Move On - ปราโมทย์ วิเลปะนะ (Cover) | Aoy Amornphat

สัก Tattoo ครั้งแรก มันก็จะจี๊ดๆหน่อย(Ep.63)gpx demon


ร้านtattoo:https://www.facebook.com/tattoo.new.black/?epa=SEARCH_BOX

ช่องทางการติดต่อ
Facebook:https://www.facebook.com/profile.php?…
FacebookFanpage:https://www.facebook.com/SmurfsRacing276374999942700/
IG:https://www.instagram.com/mawinnie_ny/

สัก Tattoo ครั้งแรก มันก็จะจี๊ดๆหน่อย(Ep.63)gpx demon

Pink Sweat$ – At My Worst [Official Audio]


Pink Sweat$ At My Worst
Subscribe for more Pink Sweat$: https://PinkSweats.lnk.to/YTSubscribe
Follow Pink Sweat$:
https://PinkSweats.lnk.to/Website
https://PinkSweats.lnk.to/Instagram
https://PinkSweats.lnk.to/Twitter
https://PinkSweats.lnk.to/Facebook
https://PinkSweats.lnk.to/Soundcloud
PinkSweats AtMyWorst ThePrelude

Pink Sweat$ - At My Worst [Official Audio]

ฉันไม่ดีพอหรือคุณไม่พอสักที ภาษาอังกฤษว่าอย่างไร


สอบถามเรื่องคอร์ส Line: Aj.Adam, Info.Hollywood, KhunBaiTuey
โทร 02 612 9300, 081 353 7810, 089 422 4546
รายละเอียดคอร์ส http://www.ajarnadam.tv/
เรียนกับอดัม: http://www.facebook.com/hollywoodlearning
สาขาเชียงใหม : http://www.facebook.com/hollywoodlearningcm
เรียนออนไลน์กับอดัม: http://www.ajarnadam.tv
FBของอดัม: http://www.facebook.com/AjarnAdamBradshaw
Twitter: http://twitter.com/AjarnAdam
FBของซู่ชิง: http://www.facebook.com/jitsupachin
YouTube ของซู่ชิง: http://www.youtube.com/user/jitsupachin
Twitter ซูชิง: http://twitter.com/Sue_Ching

ฉันไม่ดีพอหรือคุณไม่พอสักที ภาษาอังกฤษว่าอย่างไร

ลายสักตัวหนังสือ​


สักฟ้อน​ สักลายตัวหนังสือ​โดยช่างโน๊ต
ติดตาม​ผลงาน​สัก​ได้ที่​Facebook​
https://www.facebook.com/kitcha.sukkaeo.5
เพจ​ร้านสักร้อยเอ็ด​ โน๊ต​สัก​สะเด็ด​
https://www.facebook.com/ร้านสักร้อยเอ็ดโน๊ตสักสะเด็ด2028530553882572/

ลายสักตัวหนังสือ​

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆMAKEUP

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ สัก ภาษา อังกฤษ

Leave a Comment