[NEW] เจาะเคล็ดลับ! เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ไม่ต้องใช้ร่างกายเปลือง | เจาะ ร่างกาย – PINKAGETHAILAND

เจาะ ร่างกาย: คุณกำลังดูกระทู้

รู้สึกไหมโลกเปลี่ยนไป เราทำงานได้ง่ายและสบายกว่าแต่ก่อนมาก แต่ทำไมประสิทธิภาพการทำงานถึงลดลง?

การเข้ามาของ Messenger, LINE, อีเมล หรือการประชุมออนไลน์ อย่าง Zoom, Google Meet, etc. ทำให้โลกการทำงานกลายมาเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ตลอด 24  ชม. แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ได้เปลี่ยนตามเทคโนโลยี คือ สภาวะร่างกายและสมองของมนุษย์

แม้ว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาทำให้การทำงานสะดวกสบายขึ้น Work from Anywhere Any time แต่ไม่ได้แปลว่าร่างกายของเราจะพร้อมทำงาน Anywhere Any time ได้เสมอไป เราจึงต้องรู้จักบริหารการใช้งานร่างกายอย่างเหมาะสม เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและเหนื่อยน้อยลง

บทความนี้จะมาเล่าถึงวิธีการเพิ่มการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ง่าย ๆ เพียง 10 วิธี ที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วจาก UC Berkeley ว่าได้ผลจริง

Contents

1. ต่อสู้กับ distraction หรือสิ่งที่ทำให้เสียสมาธิ

ปี 2008 งานวิจัยได้มีการค้นพบว่า มักมีสิ่งที่เข้ามาทำให้เสียสมาธิในการทำงานทุก ๆ 11 นาที

ปี 2011 งานวิจัยได้มีการค้นพบว่า มักมีสิ่งที่เข้ามาทำให้เสียสมาธิในการทำงานทุก ๆ 3 นาที

ปี 2018 งานวิจัยได้มีการค้นพบว่า มักมีสิ่งที่เข้ามาทำให้เสียสมาธิในการทำงานทุก ๆ 90 วินาที

งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า เวลาที่เราสามารถโฟกัสกับการทำงานลดลงอย่างต่อเนื่องทุก ๆ ปี! ดังนั้นเราจึงต้องพยายามปรับสภาพแวดล้อมการทำงานของตัวเองให้มีสิ่งที่ก่อกวนสมาธิของเราให้น้อยลง

ทำไมจึงเกิดปัญหานี้ขึ้น? 

  • การใช้โทรศัพท์ขณะทำงาน, การเปิด notifications ต่าง ๆ ตลอดเวลา

ต่อสู้กับ distraction ได้อย่างไร?

  • ปิด notifications การแจ้งเตือนในอุปกรณ์อิเล็กโทรนิคขณะโฟกัสกับงาน โดยเชคโทรศัพท์ อีเมลล์ หรือข้อความ เป็นช่วง ๆ ตามเวลาที่กำหนดไว้เท่านั้น

2. Focus Sprint: ทำงานทีละอย่าง อย่า multitask

“Multitasking is physically impossible”

Massachusetts Institute of Technology ได้มีการวิจัยมาแล้วว่า ยิ่งเราใช้เวลาในการอ่านและตอบอีเมลมากขึ้นหรือถี่ขึ้นเท่าไหร่ ประสิทธิภาพการทำงานยิ่งลดลง และความเครียดเพิ่มมากขึ้น การสลับไปมาระหว่างการตอบอีเมลและการทำงานอื่น ๆ นั้น ทำให้เราเสียประสิทธิภาพมหาศาล เพราะสมองของเราจะต้องปรับตัวหรือ reset ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยน task การทำงาน เนื่องจาก “Multitasking” เท่ากับ “Context Switching”

จากภาพ จะเห็นได้ว่า การที่เราทำ Task A สลับกับ Task B จะใช้เวลานานกว่าการทำ Task A Task B แยกกัน

ตัวอย่างเช่น หากคุณลองเขียนเส้นสลับกับตัวอักษรในเวลาเดียวกัน จะใช้เวลานานกว่าการเขียนเพียงแค่เส้น หรือเพียงตัวอักษรอย่างเดียว เวลาที่เสียไป เรียกว่า “switch cost” ในการเปลี่ยนสิ่งที่กำลังทำอยู่เป็นอีกสิ่งหนึ่ง หรือ multitasking นั่นเอง ดังนั้นเราจึงไม่ควรทำงานอะไรหลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกัน

See also  ปล่อยวาง2+1ธรรมะก่อนนอน ธรรมะสอนใจ ธรรมะเตือนสติ ได้ข้อคิดดีมากๆฟังแล้วสุขใจคลายกังวลคลายเครียดได้ดี | เหนื่อย ใจ กับ แฟน

TIPS: เราจะแบ่งเวลาทำงานแต่ละอย่างได้อย่างไร ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด?

สร้างตารางงานให้ตัวเอง แบ่งเวลาในแต่ละวันสำหรับ task ที่ต้องการจะทำ เทคนิคนี้มีชือเรียกว่า focus sprint ซึ่งทำได้ดังนี้:

  1. แบ่งเวลามาระยะหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น 15, 20 หรือ 40 นาที
  2. เขียน list สิ่งที่ต้องการจะทำให้สำเร็จในระยะเวลานั้น ๆ 
  3. ปิด notification การแจ้งเตือน และเริ่มจับเวลาทำงานตามที่ตั้งเป้าหมายไว้

3. รู้จัก Peak Performance Hours

เวลา 24 ชม. ในแต่ละวันนั้น มีค่าไม่เท่ากัน จากภาพที่เห็น จะมีบางช่วงที่สมองทำงานได้ดีมาก และบางช่วงที่ร่างกายต้องการการพักผ่อน โดยวิจัยจาก McKinsey & Company ได้พิสูจน์มาแล้วว่า ผู้ที่ทำงานในช่วง Peak Performance Hours สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมถึง 5 เท่า! และเราต้องรู้จักตัวเองด้วยว่า ช่วงเวลาไหนที่เราทำงานได้ดี คิดงานออกตลอดเวลา ซึ่งคนส่วนใหญ่จะมีช่วงเวลา Peak อยู่ที่ 7.00 – 9.00 น. แล้วเราล่ะ Peak ช่วงไหน

เทคนิคที่สามารถนำไปใช้ได้คือ ทำงานที่เป็นงาน administrative work เช่น การตอบข้อความ ในช่วงที่ไม่ใช่ peak performance hours และเก็บเวลาที่เป็น peak performance hours นั้นไว้สำหรับงานที่ต้องคิดไอเดียอะไรใหม่ ๆ

4. แบ่งพลังงานของคุณให้เหมาะสม

จากภาพจะเห็นได้ว่าการที่เราแบ่งเวลาพัก ระหว่างที่ทำงาน จะทำให้เราสามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในระดับ peak performance ได้ถี่มากขึ้น มนุษย์เราไม่เหมือนหุ่นยนต์หรือเครื่องจักร ดังนั้นเราต้องรู้จักการพักเป็นระยะ เพื่อให้เราสามารถกลับมาโฟกัสได้อีกครั้ง หากคุณสามารถเปลี่ยนและปรับเวลาการทำ task ต่าง ๆ ได้ตามนี้ คุณจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

5. กินอาหารที่มีโภชนาการ

Calendar-Based Nutrition and Performanced-Based Nutrition ต่างกันอย่างไร?

Calendar-Based Nutrition คือการกินอาการมื้อใหญ่ตามเวลาอาหารหลัก ๆ เช่น เช้า กลางวัน และเย็น 

Performanced-Based Nutrition คือการกินอาหารและขนมย่อย ๆ ระหว่างวันเพื่อทำให้ร่างกายได้รับ glucose ที่เพียงพอและสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างที่เห็นได้จากภาพแสดงระดับน้ำตาลในเลือดที่ดีต่อการทำงาน

6. แบ่งเวลาพัก จะทำให้งานคุณดีขึ้น

Zeigarnik Effect เป็นหลักการที่ได้ถูกพิสูจน์แล้วทางจิตวิทยาว่า หากเราพักจากการทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งในขณะที่ยังทำสิ่ง ๆ นั้นไม่เสร็จ และแบ่งเวลาให้สมองได้คิดเรื่องอื่น จะทำให้เราสามารถจำสิ่งที่ยังทำไม่เสร็จได้ดีขึ้น ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องรู้จักการแบ่งเวลาพักขณะทำงาน เพื่อเพิ่มเวลาให้กับสมองได้ process ข้อมูล อย่าหักโหมจนเกินไป หรือฝึกทักษะการทำ focus sprint ให้ดี

7. ตัดสินใจให้ถูกต้อง

เวลาที่เราเลือกตัดสินใจอะไรนั้น มีหลายปัจจัยที่สามารถส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของเราได้ ดังนั้น เราจึงจะต้องตระหนักถึงสภาพแวดล้อมและสิ่งที่สามารถส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของเรา ก่อนที่จะเลือกพูดหรือทำอะไรก็ตาม 

มีวิจัยหนึ่งได้ศึกษาการตัดสินการปล่อยตัวนักโทษ กับเวลาการตัดสินใจของผู้พิพากษา โดยวิจัยได้มีการค้นพบว่า เวลาหลังจากที่ผู้พิพากษารับประทานอาหารเสร็จ นักโทษที่เคยได้รับการปล่อยตัวนั้นมีมากกว่าช่วงเวลาอื่น ๆ หลายเท่า วิจัยนี้จึงแสดงให้เห็นว่า ช่วงเวลาในการตัดสินใจส่งผลกระทบต่อการทำงาน

ดังนั้นการตัดสินใจในการทำงานอะไรในช่วงเวลาไหน ควรคิดให้ถี่ถ้วน เพราะอาจส่งผลกระทบต่องานที่เราทำได้ โดยเฉพาะอาชีพที่ต้องตัดสินใจอะไรใหญ่ ๆ

8. ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญต่อร่างกาย และประสิทธิภาพการทำงานเป็นอย่างมาก ซึ่งการออกกำลังกายที่มีผลดีที่สุดต่อร่างกายเป็นดังนี้ 

  • 20+ นาที ของการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ 3 ครั้งต่อสัปดาห์
  • การออกกำลังกายแบบใช้กล้ามเนื้อ 1 ครั้งต่อสัปดาห์

ถึงแม้ว่าเราจะสามารถทำงานได้จากบ้าน ไม่ได้แปลว่าเราจะต้องทำงานตลอดเวลา การแบ่งเวลาพักมาออกกำลังกาย จะช่วยให้คุณสามารถกลับไปทำงานต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

9. นอนและพักผ่อนให้เพียงพอ

แน่นอนว่าการนอนพักผ่อนถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นเราจึงควรพักผ่อนให้เพียงพอ โดยกำหนดเวลาตัวเองที่จะหยุดทำงานแล้วเข้านอน และควรนอนอย่างน้อย 6 ชม. ตัวอย่าง จำนวนชั่วโมงการนอนของ CEO ชื่อดังหลายท่านเป็นดังนี้: 

Elon Musk, CEO of Tesla and SpaceX: 6 ชม.

Tim Cook, CEO of Apple: 7 ชม.

Bill Gates, Co-Founder of Microsoft: 7 ชม.

เรียนรู้การนอนระยะสั้นระหว่างวัน หรือ nap เพื่อทำให้ร่างการสามารถทำงานต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็สามารถเป็นสิ่งที่ดีต่อการส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานเช่นกัน

10. ควบคุมความเครียดของตนเองให้ดี

จากกราฟด้านบน จะเห็นว่าเราสามารถทำงานได้ดีที่สุดในช่วงที่เรามีความเครียดระดับปานกลาง ซึ่งความเครียดนั้นมีทั้งผลดีและผลเสีย หากไม่เครียดเลย เราอาจไม่มีแรงผลักดันในการทำงานให้เสร็จ แต่ถ้าเครียดเกิน เราก็จะไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน

ดังนั้นเราควรควบคุมระดับความเครียดของตนเองให้ดี ให้อยู่ในระดับปานกลางเพื่อป้องกันไม่ให้การทำงานของเราเสียประสิทธิภาพ 

จะเห็นได้ว่า 10 วิธีที่ได้กล่าวไปข้างต้นนั้น ไม่ใช่อะไรที่ทำได้ยากเลย เป็นกิจวัตรประจำวันที่ต้องเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ก็จะสามารถทำให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

See also  [Update] 10 ซีรีย์เกาหลีในตำนาน ที่ต้องขอแนะนำ สนุกมากต้องดูให้ครบ | ซีรีย์ไต้หวัน ฟินๆ - PINKAGETHAILAND

Small changes, combined, can make a big difference – เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงตัวคุณ และการทำงานของคุณได้ตั้งแต่วันนี้ เพียง 10 วิธีง่าย ๆ

Reference: “The Science of Productivity and Sustainable Peak Performance” by Dr. Sahar Yousef, Cognitive Neuroscientist and Lecturer, UC Berkeley


ห้ามพลาด! โปรแกรม CXO – Chief Exponential Officer หลักสูตรสร้างผู้นำแห่งอนาคต ที่ต้องการ Scale และ Transform ธุรกิจแบบ Exponential ซึ่งมี “คุณกระทิง” เป็นผู้อำนวยการและผู้สอนหลักตลอดหลักสูตร พร้อม speakers ชั้นนำอีกมากมาย โปรแกรมเดียวในไทยที่จะมาเผยกระบวนการสร้าง New business ต่อยอดธุรกิจเดิม และ Transform องค์กรในยุคดิจิทัล สร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด ตามแบบฉบับของคุณกระทิง พูนผล รายละเอียดเพิ่มเติม >> disruptignite.com

[NEW] อาการท้องมาน ( Ascites ) | เจาะ ร่างกาย – PINKAGETHAILAND

2.การตรวจร่างกาย
ขนาดของท้องจะมีความใหญ่ของมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณของน้ำในช่องท้อง ผู้ป่วยบางรายอาจพบอาการไส้เลื่อนที่บริเวณสะดือ แผลผ่าตัดหรือขาหนีบ เนื่องจากความดันในช่องท้องมีการเพิ่มขึ้น ซึ่งการตรวจร่างการสามารถทำได้ดังนั้น
1.การเคาะ เมื่อทำการตรวจด้วยการเคาะจะให้ความรู้สึกเหมือนเคาะของทึบและ
2.การตรวจการกระเพื่อมของน้ำในช่องท้อง ( Fluid thrill ) สามารถตรวจเมื่อน้ำในช่องท้องมากกว่า 1,500 มล.
3.การเคาะเพื่อหานํ้าในช่องท้อง ( Shifting dullness ) ที่สามารถตรวจเมื่อมีน้ำในช่องท้องมากกว่า 1,500 มล.
4.การตรวจร่างกายด้วยท่า puddle sign จะสามารถการตรวจน้ำในช่องท้องที่มีปริมาณเพียงแค่ 120 มล.
5.การตรวจความดันโลหิต จะพบความดันโลหิตดำพอร์ทัลสูง เช่น collateral vessel ที่ผนังหน้าท้องซึ่งถ้าอยู่ที่บริเวณกลางสะดือและมีทิศการไหลของเลือดออกจากสะดือเรียกว่า caput medusa สำหรับผู้ป่วยที่มีน้ำในช่องท้องจากสาเหตุที่ไม่เกี่ยวข้องกับความดันเลือดดำพอร์ทัลสูง อาจจะตรวจพบหลอดเลือดดำขนาดใหญ่ที่บริเวณด้านข้างของลำตัวหรือหลังบ่งบอกว่าน่าจะมีการอุดตันของหลอดเลือดดำ inferior vena cava 
6.การตรวจพบม้ามโต
7.สังเกตอาการตับแข็ง เช่น spider nevi, palmar erythema, gynecomastia, testicular atrophy หรือ asterixis เป็นต้น
8.การตรวจพบก้อนแข็งที่อยู่ภายใต้ชั้นผิวหนังบริเวณสะดือหรือมะเร็งภายในที่แพร่กระจายสู่ผิวหนังที่เรียกว่า “ตุ่มของแม่ชีแมรี่ โจเซฟ” ( Sister Mary Joseph nodule ) แสดงว่า อาการท้องมานเกิดจากมะเร็งจากอวัยวะอื่นและมีการแพร่กระจายมาที่ช่องท้อง
9.การตรวจโรคระบบเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ( Connective tissue diseases ) ถ้ามีอาการแสดงออกมาก็อาจจะเป็นสาเหตุทำให้เกิด serositis จนเกิดน้ำในช่องท้อง
10.ถ้ามีอาการบวมที่แขนหรือมือ ที่ไม่ค่อยพบในผู้ป่วยตับแข็ง แสดงว่าผู้ป่วยมีความเสี่ยงภาวะหัวใจวายเรื้อรังหรือ nephrotic syndrome เป็นต้น

3.การตรวจทางรังสีวิทยา
3.1การตรวจเอกซเรย์ช่องท้อง
คือการตรวจที่ไม่มีความจำเป็นเพราะเจาะจง เนื่องจากก้อนหรือเนื้อเยื่ออ่อน ( soft tissue ) เมื่อเอกซเรย์ออกมาจะมีความเข้มในภาพทางรังสีที่ใกล้เคียงกันทำให้แยกได้ยากว่าเป็นอะไร แต่ให้สังเกตลักษณะที่ชี้นำว่ามีน้ำในช่อง เช่น ความสม่ำเสมอของเนื้อเยื่อในช่องท้อง ( uniform grayness to abdomen ), ตำแหน่งกลางของลำไส้ ( central placement of bowel loops ), separation of adjacent loops, loss of definition of the liver and/or spleen edge, bladderears ( fluid collects in pelvis on either side of bladder in peritoneal space ), thickening of peritoneal flank stripe, medial displacement of ascending and descending colon, bulging flanks
3.2 การตรวจด้วยอัลตร้าซาวด์ช่องท้อง
เป็นวิธีที่ปลอดภัย ง่าย ความไวและความจำเจาะสูงจะพบน้ำในช่องท้องได้ ถึงแม้ว่าจะมีน้ำเพียงแค่ 100 มล. และยังบอกตำแหน่งที่มีน้ำในช่องท้องได้อย่างแม่นยำ เพื่อวางแผนเจาะตรวจได้
3.3 การตรวจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
เพื่อหาปริมาณน้ำและอาการข้างเคียงหรือการหาพยาธิสภาพอื่นที่อยู่ภายในช่องท้องด้วย
3.4 การตรวจด้วยเครื่องแม่เหล็กไฟฟ้า   
คือ การใช้คลื่นไฟฟ้าแม่เหล็กและคลื่นวิทยุมาสร้างภาพอวัยวะภายในร่างกาย การตรวจจะช่วยให้สามารถมองเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับส่วนต่างๆ ในร่างกาย และใช้ในการหาตำแหน่งของน้ำในช่องท้องอื่นๆ
การประเมินความรุนแรงของ อาการท้องมาน 
ความรุนแรงของน้ำในช่องท้องสามารถแบ่งออกเป็น 4 ระดับ คือ
ระดับที่ 1 คือ ระดับที่ผู้ป่วยมีน้ำในช่องท้องในปริมาณเพียงเล็กน้อย ต้องทำการตรวจอย่างระเอียดจึงจะพบได้
ระดับที่ 2 คือ ระดับที่ผู้ป่วยมีน้ำในช่องท้องปริมาณน้อยแต่สามารถตรวจร่างกายพบได้ง่าย ตรวจพบได้โดยการตรวจ ultrasound
ระดับที่ 3 คือ ระดับที่ผู้ป่วยมีน้ำในช่องท้องปริมาณน้ำในช่องท้องมีมากขึ้นแต่ท้องยังไม่ตึงแข็ง
ระดับที่ 4 คือ ระดับที่ผู้ป่วยมีน้ำในช่องท้องปริมาณน้ำในช่องท้องสูงมาก จนทำให้ท้องตึงและโตมาก
การเจาะตรวจวิเคราะห์น้ำช่องท้อง

See also  ทำยาแก้ร้อนใน ดับพิษร้อน ปรับความร้อนในร่างกาย คลิป1 | วิธีแก้ร้อนใน

ข้อบ่งชี้ที่จะต้องทำการเจาะน้ำในช่องท้องเพื่อนำมาตรวจวิเคราะห์
1.ผู้ป่วยที่มีน้ำในช่องท้องทุกคน ที่ไม่เคยได้รับการการตรวจวิเคราะห์มาก่อน
2.ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาและจำเป็นต้องนอนพักในโรงพยาบาล จำเป็นจะต้องตรวจพบน้ำในช่องท้อง
3.ผู้ป่วยที่มีอาการหรือแพทย์มีความสงสัยว่าเกิดการติดเชื้อของน้ำที่อยู่ภายในช่องท้อง

ข้อห้ามในการเจาะเพื่อทำการตรวจน้ำในช่องท้อง
1.ผู้ป่วยที่มี hyperfibrinolysis หรือภาวะเลือดแข็งตัวในหลอดเลือดแบบแพร่กระจาย ( disseminated intravascular coagulopathy ( DIC ) )
2.ผู้ป่วยที่เป็นโรคตับแข็งที่มีเกล็ดเลือดต่ำ
วิธีการเจาะกรวดน้ำในช่องท้อง
1.จัดผู้ป่วยให้อยู่ในท่านอนหงาย บริเวณที่ต้องการเจาะมักจะเป็นที่บริเวณด้านข้างของลำตัวข้างซ้าย มากกว่าการเจาะข้างขวาเพราะการเจาะข้างขวาต้องระวังไส้ติ่ง หรือสิ่งต่าง ๆ ในลำไส้บริเวณ cecum จากการรับประทานยาระบาย lactulose
2.ทำการเจาะที่ตำแหน่งที่ต้องการ คือ ตำแหน่ง 3 ซม.เหนือ anterior superior iliac spine และ 3 ซม.ไปทางแนวกลางลำตัว เมื่อทำการเทียบกับ anterior superior iliac spine โดยใช้เข็มที่มีความยาว 1. 5 นิ้ว ขนาด 22 มิลลิลิตร ในกรณีที่ทำการตรวจวิเคราะห์ จะใช้เข็มขนาด 16 – 18 มิลลิลิตร สำหรับการรักษาเจาะระบายน้ำในช่องท้อง ถ้าผู้ป่วยมีหน้าท้องหนามาก สามารถใช้เข็ม spinal needle ยาว 3.5 นิ้ว เทคนิคที่ใช้ในการเจาะจะทำการเจาะเข็มผ่านหนังหน้าท้องเป็น Z tract เพื่อป้องกันการรั่วของน้ำในช่องท้องหลังจากเจาะเสร็จแล้ว 

อาการท้องมาน ( Ascites ) หรือ ท้องบวม คือ ภาวะที่ช่องท้องมีการสะสมของน้ำใสสีหลืองอ่อนหรือไม่มีสีมากผิดปกติ เกิดจากโรคตับแข็งหรือจากสาเหตุอื่นๆ


น้องอิ๋งโดนทิ้งจริงจัง ถึงขั้นเก็บอาการไม่อยู่!! #เปลี่ยนตัวเองใหม่


💚เปลี่ยนแปลงตัวเอง💚 คือผมตรงสวยมาก ชอบที่สุดเลย
ซันซิลให้ผมที่ยาววววสวยเร็ววัดได้
สวยครบทุกมิติยาวหนาสุขภาพดี

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

น้องอิ๋งโดนทิ้งจริงจัง ถึงขั้นเก็บอาการไม่อยู่!! #เปลี่ยนตัวเองใหม่

เจาะสะดือ\u0026กระดูกหู


เจาะสะดือ\u0026กระดูกหู

น้องมายด์ สาวสระบุรี คนสวย เจาะสะดือ น้องเกด เอาจิวฝังโหนกแก้มออก น่ารักทั้งสองคน บอกเลยว่าชิวชิว


@Jack Dorson น้องมายด์ สาวสระบุรี คนสวย เจาะสะดือ น้องเกด เอาจิวฝังโหนกแก้มออก น่ารักทั้งสองคน บอกเลยว่าชิวชิว เป็นการเจาะและการเอาจิวออกที่โหนกแก้ม ได้อย่างสวยงาม น้องมายด์มาจากสระบุรี ส่วนน้องเกด มาจากลาดพร้าว มาดู 2 คนนี้เลยครับว่าน่ารักแค่ไหนครับ
_________________
ร้าน Jack Dorson (รับเจาะ ขยายทุกส่วนในร่างกาย)
สถานที่:
ร้าน Jack Doson ที่122/289 ถ.ประชาอุทิศ ซอย 91/2 เขต ทุ่งครุ กรุงเทพ
เวลาเปิด 13.00 น. ถึง 18.00 น เปิดวันจันทร์ถึงวันพุธ
พฤหัสถึงอาทิตย์ เปิดบ่าย 13.00 น.15.00 น
🐰🐰🐰🐰🐰🐰🐰🐰🐰🐣🐣🐣🐤🐤🐤🐤
สาขา 2 ตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์ ซอย ศรีนครินทร์ 51 กรุงเทพฯ โซน K29k28 เปิดพฤหัสถึงอาทิตย์ เวลา 19.00 น.24.00 น. โทรถามเส้นทางและนัดหมาย เบอร์ 0910540994 0864504771 และไอดีไลน์ 0864504771 นะครับ
เฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/ร้านJackDorson1454085371511163

น้องมายด์ สาวสระบุรี คนสวย เจาะสะดือ น้องเกด เอาจิวฝังโหนกแก้มออก น่ารักทั้งสองคน บอกเลยว่าชิวชิว

เจาะสะดือแบบใกล้ๆ​ Bellybutton​ ​Piercing​


piercing ​bellybutton​ เจาะ​สะดือ​
คลิปนี้เพียงต้องการนำเสนองานเจาะต่างๆของทางช่อง เพียงเพื่อให้เพื่อนๆที่สนใจงานเจาะรับชม หากเพื่อนๆสนใจ สามารถเข้าไปรับชมงานเจาะเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/จิวซื้อขายรับเจาะ207415552923059/นะครับ
และยินดีให้คำปรึกษากับทุกคนครับผม

เจาะสะดือแบบใกล้ๆ​ Bellybutton​ ​Piercing​

โดนจับได้คาตา น้องอิ๋งขโมยทองไปเสียหายเป็นหมื่น!! แจ้งจับแล้ว


โดนจับได้คาตา น้องอิ๋งขโมยทองไปเสียหายเป็นหมื่น!! แจ้งจับแล้ว

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆMAKEUP

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ เจาะ ร่างกาย

Leave a Comment