[NEW] 7 นิยามความรักจากนักปรัชญา เพื่ออธิบายถึงความปรารถนาที่สุดแสนจะนามธรรมของมนุษย์ | คําถามเกี่ยวกับความรัก – PINKAGETHAILAND

คําถามเกี่ยวกับความรัก: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

– Advertisement –

Contents

‘ความรัก’ คืออะไร? – เป็นคำถามที่ดูเผินๆ ก็ดูไม่รู้จะถามไปทำไม แต่นี่คือคำถามที่ผู้คนมากมายตั้งขึ้นเพื่อหาความหมายของคำนี้ จากอดีตมาถึงปัจจุบันก็กว่า 2,500 ปีแล้ว เช่น ‘ความรักคือการอยากเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน’ ‘ความรักคือความห่วงใยอย่างสุดซึ้ง’ ‘ความรักคือการแบ่งปันตัวตน’ เป็นต้น แต่คำๆ นี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนนัก เพราะหลายคนก็หลายความหมาย
เพื่อจะตามหานิยามและแง่มุมที่น่าสนใจ ของความรักและความสัมพันธ์ของมนุษย์ นี่คือ ‘What is Love?’ – กับ 7 นิยามของความรักจากนักปรัชญา ที่จะพาเราไปตามหาว่า เหล่านักปรัชญานั้นนิยามความหมายของความรักว่าอะไร
“ความรักเกิดขึ้นมาพร้อมกับมนุษย์ทุกคน และเป็นสิ่งที่เรียกให้สองครึ่งที่เคยเป็นธรรมชาติดั้งเดิมของเรา กลับคืนมาอยู่ด้วยกัน” – Aristophanes

‘อริสโตฟาเนส’ คือนักเขียนเสียดสีชาวกรีก เขาให้ความหมายของความรักเอาไว้ใน Symposium งานเขียนของ Plato ที่ถ่ายทอดบทสนทนาเกี่ยวกับความรักระหว่างกลุ่มนักเขียนและนักปรัชญา โดยอริสโตฟาเนสเชื่อว่าความรักโรแมนติกคือ ‘ความปรารถนาของคนสองคนที่จะรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว’ (Union)

– Advertisement –

เพราะเราคือหนึ่งเดียวกันมาก่อน – อริสโตฟาเนส เล่าว่าในยุคเริ่มแรกก่อนที่มนุษย์จะมาเป็นคนที่หน้าตารูปร่างเหมือนที่เราเห็นกันทุกวันนี้ มนุษย์มีรูปร่างกลม มีสี่มือ สี่ขา สองหน้า หันออกจากกัน มีอวัยวะสืบพันธุ์สองชุด ทั้งแบบของผู้ชายกับผู้ชาย ของผู้หญิงกับผู้หญิง ของผู้หญิงกับผู้ชาย แต่อยู่มาวันหนึ่ง เทพเจ้าซุสรู้สึกว่ามนุษย์เริ่มมีอำนาจและทะเยอทะยานมากเกินไป จึงแยกมนุษย์รุ่นแรกออกเป็นสองครึ่ง ให้อะพอลโลช่วยหั่นหัวออก และซ่อมรายละเอียดจนมนุษย์ดูเหมือนรุ่นปัจจุบันนี้ การถูกแยกนี้เองที่อริสโตฟาเนสเชื่อ คือที่มาของ ‘ความรักโรแมนติก’ ความรักเหมือนกับการกลับคืนสู่ธรรมชาติแรกเริ่ม การตามหาและเจอกับอีกครึ่งหนึ่งของเรา ‘ความต้องการที่จะรู้สึกสมบูรณ์และเติมเต็ม’

‘เธอเป็นมากกว่ารัก เพราะเธอนั้นคือครึ่งชีวิต’ – หากตำนานที่อริสโตฟาเนสเล่ามีเค้าโครงความจริง จะเป็นสิ่งที่อธิบายว่าทำไมคนส่วนมากถึงเชื่อว่า “มีคนพิเศษที่รอคู่กับเราอยู่ที่ไหนสักแห่ง” “ทำไมคนสองคนถึงสามารถเป็นคู่รักที่สมบูรณ์แบบ” และ “มีความสัมพันธ์ที่ราบรื่นยาวนานได้” ความเชื่อนี้ยังอธิบายว่า “ความรักทำให้คนมีความสุขได้” เพราะสองคนที่เคยถูกแยกออกจากกัน มารวมตัวกันและสมบูรณ์อีกครั้ง ความรักจึงเป็นสิ่งที่ดึงดูดคนสองคนเข้าหากัน เพราะเราเห็น ‘ตัวเอง’ ในอีกคนหนึ่ง

“ความรักโรแมนติก คือ ความต้องการที่จะสร้างความเป็น ‘เรา’” – Robert Nozick

‘โรเบิร์ต โนซิก’ คือ นักปรัชญาการเมืองชาวอเมริกัน ผู้ที่ให้นิยามความรักโรแมนติกคือความต้องการที่จะ “สร้างเรา” (We) หรือ ‘การเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับใครสักคนหนึ่ง’ นั่นคือหา ‘คนที่ใช่’ สำหรับเรานั่นเอง (The right one to form a we with)

การเป็น ‘เรา’ = ความรู้สึกถูกผูกโยงไว้ด้วยกัน และสารทุกข์สุกดิบของคนสองคนจะกลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันด้วยนะ เพราะฉะนั้นไม่ว่าฝ่ายหนึ่งจะเจอเรื่องเลวร้ายหรือเรื่องดี ก็จะเหมือนกันว่าอีกฝ่ายหนึ่งเจอเรื่องเลวร้ายหรือเรื่องดีนั้นๆ ด้วย เขาทุกข์เราทุกข์ เขาสุขเราสุขด้วย

คุณสมบัติอีกอย่างของการเป็น “เรา” คือยังต้องมีการ ‘ตัดสินใจร่วมกัน’ ด้วย มีการ ‘ประนีประนอม’ กันและกัน อาจพูดได้ว่าความรักทำให้เราเสียอิสรภาพบางส่วน หรือแม้แต่สิทธิเหนือตัวเองแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ไปด้วยนะ ยกตัวอย่างเช่น หากคนหนึ่งอยากกินข้าวร้านไหนก็ต้องถามว่าอีกคนอยากจะกินร้านนั้นด้วยไหม แล้วอยากจะกินเมื่อไหร่ แม้กระทั่งหากจะเลิกกันก็ต้องมาจากการตัดสินใจร่วมกันด้วย

“ความรักโรแมนติก คือ ความเป็นห่วงเป็นใยอย่างสุดซึ้งที่คู่รักมีให้แก่กันและกัน”

‘Alan Soble’ (อลัน โซเบิล) คือ นักปรัชญาชาวอเมริกันผู้นิยามความรักไว้ว่าเป็นการที่คนสองคนมีความ ‘เป็นห่วงเป็นใยกันอย่างลึกซึ้ง’ หรือที่เขาใช้คำว่า ‘Robust concern’

‘เพราะความรักคือประโยชน์ของอีกฝ่าย หาใช่ใส่ใจตัวเอง’ – อลัน โซเบิล ได้นิยามองค์ประกอบของรักโรแมนติกว่า หากรักแล้วเราต้องหวังให้อีกฝ่ายได้รับสิ่งดีๆ เป็นการกระทำที่ ‘ไม่เห็นแก่ตัว’ และไม่แม้แต่จะคิดถึง ‘ประโยชน์ของตัวเอง’ ในการกระทำเหล่านั้น โดยสิ่งที่มากำหนดในความรู้สึกที่มีต่อกันและกัน คือ ‘ความเป็นห่วง’

หากความรู้สึกของ ก จะขึ้นหรือลงตาม ข ก็เป็นเพราะ ก เป็นห่วง ข มาก ไม่ใช่เพราะทั้งสองคนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเลยต้องรู้สึกเหมือนกัน ในแบบปรัชญาความรักแบบ We ของโนซิก หากอธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ เมื่อ ก รู้สึกแย่จากการตกงาน ข อาจไม่ได้รู้สึกแย่ตามไปด้วย ถ้า ก เชื่อว่างานนั้นไม่ใช่งานที่ดีที่สุดสำหรับ ข และหวังให้ ข ได้งานที่ดีกว่า

“ความรักโรแมนติกต้องเข้าใจในฐานะการกำหนดตัวตนร่วมกัน” – Robert Solomon

‘โรเบิร์ต โซโลมอน’ นักปรัชญาชาวอเมริกันเสนอว่า ความรักไม่ใช่การรวมตัวตนเป็นหนึ่งเดียวของคนสองคนที่มีความเป็นปัจเจก แต่คือการที่คนสองคนมี ‘ตัวตนร่วมกัน’ (Shared identity) หรือมี ‘การกำหนดตัวตนร่วมกัน’ (Shared determination of self)

See also  [Update] 30 แคปชั่นภาษาอังกฤษ 'เพ้อนิดๆ ตัดพ้อหน่อยๆ' ความหมายดี วลีโดน ครบทุกฟีลลิ่งในการเพ้อ 🤗 | ฉันคิดถึงคุณมาก ภาษาอังกฤษ - PINKAGETHAILAND

คำว่า ‘ตัวตน’ ที่โซโลมอนหมายถึง คือความสัมพันธ์ที่ถูกสร้างขึ้นระหว่างกันและกัน เป็นความสัมพันธ์ที่ถูก ‘กำหนด’ หรือถูก ‘สร้าง’ ขึ้นผ่านความสัมพันธ์นั้น นั่นก็คือเราคำนึงถึงความคิดเห็นที่อีกฝ่ายมีเกี่ยวกับความเป็นเรา ไม่ใช่แค่ว่าเราคิดว่าตัวเองเป็นคนอย่างไร

เช่น หากคุณมีความเป็นคนตรงไปตรงมา ใจร้อน ในการสร้างตัวตนผ่านความสัมพันธ์แบบปรัชญาความรักของโซโลมอน คุณสามารถเลือกได้ว่าจะทำอะไรกับความคิดเห็นของอีกฝ่าย จะรับมาปรับแก้ หรือจะตัดสินใจว่าเราไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นนั้นก็ได้ เป็นความสัมพันธ์ในแบบสร้างตัวตนที่ประนีประนอมระหว่างกันและกันขึ้นมาใหม่ ซึ่งตัวตนนี้อาจแตกต่างกันออกไปกับตัวตนที่คุณใช้กับเพื่อนหรือครอบครัวก็ได้

“ความรัก คือ ความปรารถนาที่จะครอบครองสิ่งดีอย่างไม่มีที่สิ้นสุด” – Socrates

ความหมายของความรักในความคิดของโสเครติสนั้นก็ถูกถ่ายทอดไว้ในงาน Symposium ของเพลโตเช่นกัน โดยปรัชญาความรักของโสเครติสคือ ‘ความปรารถนาที่จะครอบครองสิ่งดีอย่างไม่มีที่สิ้นสุด’ กล่าวคือ ‘สิ่งที่เราอยากได้นี้จะต้องเป็นสิ่งที่ดีเสมอโดยปริยาย’ เพราะเขาแสดงความคิดเห็นว่าธรรมชาติของมนุษย์ต่างล้วนต้องการสิ่งดีๆ เราอยากครอบครองสิ่งหนึ่ง (ความรักด้วย) ก็เพราะเราอยากครอบครอง ‘ความดีที่อยู่ในสิ่งนั้น’

ความรักของโสเครดีตทำให้โลกหมุน – ความปรารถนาในสิ่งที่ไม่มีและดีขึ้นนี้ สะท้อนความต้องการของมนุษย์ที่ไม่เคยพึงพอใจกับสภาพที่เราเป็นอยู่ หากเราไม่ต้องการอะไรเลยและพอใจแล้ว เราจะไม่ตามหาความรัก ไม่ตามหาสิ่งที่เราอยากได้ และไม่ลงมือทำอะไรเลย ความรักจึงเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนประสบการณ์ของมนุษย์ เหมือนไฟที่เติมพลังให้เราทำให้มนุษย์ไม่หยุดนิ่ง เพื่อตามหา ‘ความรัก’ หรือ ‘สิ่งที่ดีขึ้น’ ในชีวิต

“สิ่งที่ความรักปรารถนานั้น คือ การสืบพันธุ์ และ การให้กำเนิดความงาม” – Diotima

ใน Symposium นักปรัชญาอีกหนึ่งคนที่มีบทบาทในการนิยามความรักคือ ‘ไดโอติมา’ เธอคือนักคิดหญิงยุคกรีกโบราณอีกคนหนึ่ง ความคิดของไดโอติมาถูกถ่ายทอดผ่านคำพูดของโสเครติส ผู้ซึ่งให้เครดิตเธอว่าเป็นผู้สอนให้ตนแจ่มแจ้งเรื่องความรัก ไดโอติมากล่าวว่าความรักโรแมนติกไม่ใช่แค่ความปรารถนา “สิ่งที่ดี” หรือ “สิ่งที่สวย” แต่คือการปรารถนาที่จะ “ครอบครองสิ่งที่ดีนั้นตลอดไป” ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนถึงความต้องการของบุคคลที่อยากจะเป็นอมตะด้วย แล้วทำไงจะเป็นอมตะ?

1) ความอมตะโดยการสืบพันธ์ุ – ในความเป็นจริงมนุษย์จะบรรลุความอมตะได้ คือ ผ่านการสืบทอดเผ่าพันธุ์และมอบชีวิตที่คล้ายคลึงกันไว้เบื้องหลัง การสร้างสิ่งที่ดีไว้ให้กับโลกนี้เองที่จะทำให้จิตวิญญาณของคนๆ หนึ่งคงอยู่ตลอดไป ถึงแม้ว่าเขาจะจากโลกนี้ไปแล้ว แนวคิดนี้ตอบคำถามว่าทำไมความรักถึงเกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์

2) ความอมตะโดยการผลิตความรู้ – สำหรับไดโอติมา (และเพลโต ผู้ถ่ายทอดแนวคิดของเธอ) ความรักไม่ใช่แค่ผลิตความงามผ่านการมีทายาท แต่ความรักยังนำไปสู่การสร้างสรรค์ทางจิตวิญญาณ เพราะคู่รักจะต้องมีการถ่ายทอดความรู้ให้กันและกัน และนำพากันแสวงหาความหมายของคุณธรรม และความรู้ศาสตร์อื่นๆ ความรักจึงไม่ใช่แค่เรื่องการสืบพันธุ์ของชายและหญิง ความรักจึงสามารถทำให้เกิดความเข้าใจในแขนงต่างๆ การกระทำดี หรือแม้แต่ผลงานของกวี ที่จะทำให้ชื่อเสียงและคุณธรรมของคนหนึ่งเป็นอมตะและเป็นที่จดจำตลอดไป ความรักแบบนี้เองที่กลายมาเป็นแก่นแท้ของความรักแบบเพลโต หรือที่รู้จักกันในภาษาอังกฤษว่า ‘Platonic Love’

แล้ว Platonic Love แท้จริงแล้วคืออะไร? – เวลาเราเสิร์ชหาความหมายของ Platonic Love มักจะแปลว่า “เป็นความรักบริสุทธิ์ระหว่างเพื่อนที่จิตวิญญาณเชื่อมต่อกัน และไม่มีความปรารถนาทางเพศมาเกี่ยวข้อง” แต่นั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะแท้จริงแล้วความรักแบบเพลโตจุดที่สมบูรณ์คือ ‘การได้มาซึ่งความจริงเกี่ยวกับความงามสูงสุด’ (Absolute beauty) ซึ่งความรักแบบเพลโตลคืออะไร? ความรักเริ่มจากขั้นแรกคือความหลงใหลในรูปลักษณ์ภายนอก > เลื่อนขั้นไปสู่ความเข้าใจว่าความงามในจิตใจนั้นสูงส่งกว่ารูปลักษณ์ภายนอก > ไปสู่การเรียนรู้ว่าความงามของสิ่งทั้งปวงในธรรมชาติเป็นสิ่งเดียวกัน และความงามเฉพาะตัวบุคคลไม่ใช่สิ่งสำคัญ > และในที่สุดคือเขาจะได้มาซึ่งความจริงเกี่ยวกับความงาม คือความงามปรากฏอยู่ในทุกหนแห่ง ความงามที่แท้จะสมบูรณ์แบบ เรียบง่าย เป็นนิรันดร์ และไม่แปรเปลี่ยน

“สิ่งใดๆ ก็ย่อมเป็นไปได้ในความรัก เช่นเดียวกับในสงคราม”

ปรัชญาความรักสุดท้ายที่นำมาให้อ่านวันนี้ คือแนวคิดที่เชื่อว่า ‘ความรักคือพลัง’ โดยพลังนี้อาจนำมาซึ่งเรื่องดีๆ (ที่นำเสนอไป) หรือพลังนั้นสามารถนำไปสู่หายนะก็ได้ ตามทรรศนะของนักปรัชญาชาวอังกฤษ ‘Thomas Hobbes’

ความรัก ความไว้ใจ ความอันตราย – เรามั่นใจแค่ไหนว่าความรักจะไม่ทำให้เราเจ็บปวด อกหัก หรือ อันตรายถึงชีวิต ตามทรรศนะของฮอบส์นั้นมองว่า ‘ความเห็นแก่ตัว’ เป็นลักษณะที่เด่นที่สุดของธรรมชาติของมนุษย์ ซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยความกลัวและความต้องการ เด่นชัดในยุคไม่มีกฎหมาย สงครามการห้ำหั่นเกิดเป็นปกติ ไม่ว่าคนหนึ่งจะอ่อนแอขนาดไหน ก็สามารถฆ่าอีกคนหนึ่งได้ถ้าพยายามมากพอ เมื่อมองตามทรรศนะของฮอบส์ ความรักความสัมพันธ์นั้นจึงเปิดโอกาสให้เราได้พบกับอันตรายได้ เนื่องจากความรักนั้นก็เป็นหนึ่งในความต้องการของมนุษย์ และหลายครั้งทำให้คนมองข้ามศีลธรรมได้

“ความรักในฐานะสงครามของความสัมพันธ์” – เพราะเราต้องอยู่ในจุดเสี่ยง ทั้งทางร่างกายและจิตใจอยู่ตลอดเวลากับการที่อีกฝ่ายเชื่อใจ ไว้ใจ ให้กับใครสักคน ซึ่งเมื่อมองในแบบฮอบส์นั้นมันอันตรายมาก แต่การที่เราเชื่อในปรัชญาความรักในแง่ดีแบบอื่นร่วมด้วย อาจจะเป็นความรักแบบตามหาอีกครึ่งหนึ่งของเรา ความรักคือการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ความรักคือความห่วงใยอย่างสุดซึ้ง ความรักคือการสร้างตัวตนร่วมกัน และมันก็อาจทำให้หลายๆ คนคิดว่า “อยากรักก็ต้องเสี่ยง”

อ้างอิง
  • หนังสือ: Philosophy of Love, Sex and Marriage: An Introduction โดย Raja Halwani และ Philosophy of Sex and Love: An Opinionated Introduction โดย Patricia Marino

– Advertisement –

[NEW] 7 นิยามความรักจากนักปรัชญา เพื่ออธิบายถึงความปรารถนาที่สุดแสนจะนามธรรมของมนุษย์ | คําถามเกี่ยวกับความรัก – PINKAGETHAILAND

– Advertisement –

‘ความรัก’ คืออะไร? – เป็นคำถามที่ดูเผินๆ ก็ดูไม่รู้จะถามไปทำไม แต่นี่คือคำถามที่ผู้คนมากมายตั้งขึ้นเพื่อหาความหมายของคำนี้ จากอดีตมาถึงปัจจุบันก็กว่า 2,500 ปีแล้ว เช่น ‘ความรักคือการอยากเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน’ ‘ความรักคือความห่วงใยอย่างสุดซึ้ง’ ‘ความรักคือการแบ่งปันตัวตน’ เป็นต้น แต่คำๆ นี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนนัก เพราะหลายคนก็หลายความหมาย
เพื่อจะตามหานิยามและแง่มุมที่น่าสนใจ ของความรักและความสัมพันธ์ของมนุษย์ นี่คือ ‘What is Love?’ – กับ 7 นิยามของความรักจากนักปรัชญา ที่จะพาเราไปตามหาว่า เหล่านักปรัชญานั้นนิยามความหมายของความรักว่าอะไร
“ความรักเกิดขึ้นมาพร้อมกับมนุษย์ทุกคน และเป็นสิ่งที่เรียกให้สองครึ่งที่เคยเป็นธรรมชาติดั้งเดิมของเรา กลับคืนมาอยู่ด้วยกัน” – Aristophanes

‘อริสโตฟาเนส’ คือนักเขียนเสียดสีชาวกรีก เขาให้ความหมายของความรักเอาไว้ใน Symposium งานเขียนของ Plato ที่ถ่ายทอดบทสนทนาเกี่ยวกับความรักระหว่างกลุ่มนักเขียนและนักปรัชญา โดยอริสโตฟาเนสเชื่อว่าความรักโรแมนติกคือ ‘ความปรารถนาของคนสองคนที่จะรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว’ (Union)

– Advertisement –

เพราะเราคือหนึ่งเดียวกันมาก่อน – อริสโตฟาเนส เล่าว่าในยุคเริ่มแรกก่อนที่มนุษย์จะมาเป็นคนที่หน้าตารูปร่างเหมือนที่เราเห็นกันทุกวันนี้ มนุษย์มีรูปร่างกลม มีสี่มือ สี่ขา สองหน้า หันออกจากกัน มีอวัยวะสืบพันธุ์สองชุด ทั้งแบบของผู้ชายกับผู้ชาย ของผู้หญิงกับผู้หญิง ของผู้หญิงกับผู้ชาย แต่อยู่มาวันหนึ่ง เทพเจ้าซุสรู้สึกว่ามนุษย์เริ่มมีอำนาจและทะเยอทะยานมากเกินไป จึงแยกมนุษย์รุ่นแรกออกเป็นสองครึ่ง ให้อะพอลโลช่วยหั่นหัวออก และซ่อมรายละเอียดจนมนุษย์ดูเหมือนรุ่นปัจจุบันนี้ การถูกแยกนี้เองที่อริสโตฟาเนสเชื่อ คือที่มาของ ‘ความรักโรแมนติก’ ความรักเหมือนกับการกลับคืนสู่ธรรมชาติแรกเริ่ม การตามหาและเจอกับอีกครึ่งหนึ่งของเรา ‘ความต้องการที่จะรู้สึกสมบูรณ์และเติมเต็ม’

‘เธอเป็นมากกว่ารัก เพราะเธอนั้นคือครึ่งชีวิต’ – หากตำนานที่อริสโตฟาเนสเล่ามีเค้าโครงความจริง จะเป็นสิ่งที่อธิบายว่าทำไมคนส่วนมากถึงเชื่อว่า “มีคนพิเศษที่รอคู่กับเราอยู่ที่ไหนสักแห่ง” “ทำไมคนสองคนถึงสามารถเป็นคู่รักที่สมบูรณ์แบบ” และ “มีความสัมพันธ์ที่ราบรื่นยาวนานได้” ความเชื่อนี้ยังอธิบายว่า “ความรักทำให้คนมีความสุขได้” เพราะสองคนที่เคยถูกแยกออกจากกัน มารวมตัวกันและสมบูรณ์อีกครั้ง ความรักจึงเป็นสิ่งที่ดึงดูดคนสองคนเข้าหากัน เพราะเราเห็น ‘ตัวเอง’ ในอีกคนหนึ่ง

See also  [NEW] รวม 6 เพลงรัก ฝึกภาษาอังกฤษผ่านเพลงสากลยอดนิยม ที่ใครก็ร้องตามได้อย่างรื่นรมย์ใจ พร้อมคำแปลมาให้อ่านกันจ้า | เพลงที่เกี่ยวกับความรัก - PINKAGETHAILAND

“ความรักโรแมนติก คือ ความต้องการที่จะสร้างความเป็น ‘เรา’” – Robert Nozick

‘โรเบิร์ต โนซิก’ คือ นักปรัชญาการเมืองชาวอเมริกัน ผู้ที่ให้นิยามความรักโรแมนติกคือความต้องการที่จะ “สร้างเรา” (We) หรือ ‘การเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับใครสักคนหนึ่ง’ นั่นคือหา ‘คนที่ใช่’ สำหรับเรานั่นเอง (The right one to form a we with)

การเป็น ‘เรา’ = ความรู้สึกถูกผูกโยงไว้ด้วยกัน และสารทุกข์สุกดิบของคนสองคนจะกลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันด้วยนะ เพราะฉะนั้นไม่ว่าฝ่ายหนึ่งจะเจอเรื่องเลวร้ายหรือเรื่องดี ก็จะเหมือนกันว่าอีกฝ่ายหนึ่งเจอเรื่องเลวร้ายหรือเรื่องดีนั้นๆ ด้วย เขาทุกข์เราทุกข์ เขาสุขเราสุขด้วย

คุณสมบัติอีกอย่างของการเป็น “เรา” คือยังต้องมีการ ‘ตัดสินใจร่วมกัน’ ด้วย มีการ ‘ประนีประนอม’ กันและกัน อาจพูดได้ว่าความรักทำให้เราเสียอิสรภาพบางส่วน หรือแม้แต่สิทธิเหนือตัวเองแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ไปด้วยนะ ยกตัวอย่างเช่น หากคนหนึ่งอยากกินข้าวร้านไหนก็ต้องถามว่าอีกคนอยากจะกินร้านนั้นด้วยไหม แล้วอยากจะกินเมื่อไหร่ แม้กระทั่งหากจะเลิกกันก็ต้องมาจากการตัดสินใจร่วมกันด้วย

“ความรักโรแมนติก คือ ความเป็นห่วงเป็นใยอย่างสุดซึ้งที่คู่รักมีให้แก่กันและกัน”

‘Alan Soble’ (อลัน โซเบิล) คือ นักปรัชญาชาวอเมริกันผู้นิยามความรักไว้ว่าเป็นการที่คนสองคนมีความ ‘เป็นห่วงเป็นใยกันอย่างลึกซึ้ง’ หรือที่เขาใช้คำว่า ‘Robust concern’

‘เพราะความรักคือประโยชน์ของอีกฝ่าย หาใช่ใส่ใจตัวเอง’ – อลัน โซเบิล ได้นิยามองค์ประกอบของรักโรแมนติกว่า หากรักแล้วเราต้องหวังให้อีกฝ่ายได้รับสิ่งดีๆ เป็นการกระทำที่ ‘ไม่เห็นแก่ตัว’ และไม่แม้แต่จะคิดถึง ‘ประโยชน์ของตัวเอง’ ในการกระทำเหล่านั้น โดยสิ่งที่มากำหนดในความรู้สึกที่มีต่อกันและกัน คือ ‘ความเป็นห่วง’

หากความรู้สึกของ ก จะขึ้นหรือลงตาม ข ก็เป็นเพราะ ก เป็นห่วง ข มาก ไม่ใช่เพราะทั้งสองคนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเลยต้องรู้สึกเหมือนกัน ในแบบปรัชญาความรักแบบ We ของโนซิก หากอธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ เมื่อ ก รู้สึกแย่จากการตกงาน ข อาจไม่ได้รู้สึกแย่ตามไปด้วย ถ้า ก เชื่อว่างานนั้นไม่ใช่งานที่ดีที่สุดสำหรับ ข และหวังให้ ข ได้งานที่ดีกว่า

“ความรักโรแมนติกต้องเข้าใจในฐานะการกำหนดตัวตนร่วมกัน” – Robert Solomon

‘โรเบิร์ต โซโลมอน’ นักปรัชญาชาวอเมริกันเสนอว่า ความรักไม่ใช่การรวมตัวตนเป็นหนึ่งเดียวของคนสองคนที่มีความเป็นปัจเจก แต่คือการที่คนสองคนมี ‘ตัวตนร่วมกัน’ (Shared identity) หรือมี ‘การกำหนดตัวตนร่วมกัน’ (Shared determination of self)

คำว่า ‘ตัวตน’ ที่โซโลมอนหมายถึง คือความสัมพันธ์ที่ถูกสร้างขึ้นระหว่างกันและกัน เป็นความสัมพันธ์ที่ถูก ‘กำหนด’ หรือถูก ‘สร้าง’ ขึ้นผ่านความสัมพันธ์นั้น นั่นก็คือเราคำนึงถึงความคิดเห็นที่อีกฝ่ายมีเกี่ยวกับความเป็นเรา ไม่ใช่แค่ว่าเราคิดว่าตัวเองเป็นคนอย่างไร

เช่น หากคุณมีความเป็นคนตรงไปตรงมา ใจร้อน ในการสร้างตัวตนผ่านความสัมพันธ์แบบปรัชญาความรักของโซโลมอน คุณสามารถเลือกได้ว่าจะทำอะไรกับความคิดเห็นของอีกฝ่าย จะรับมาปรับแก้ หรือจะตัดสินใจว่าเราไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นนั้นก็ได้ เป็นความสัมพันธ์ในแบบสร้างตัวตนที่ประนีประนอมระหว่างกันและกันขึ้นมาใหม่ ซึ่งตัวตนนี้อาจแตกต่างกันออกไปกับตัวตนที่คุณใช้กับเพื่อนหรือครอบครัวก็ได้

“ความรัก คือ ความปรารถนาที่จะครอบครองสิ่งดีอย่างไม่มีที่สิ้นสุด” – Socrates

ความหมายของความรักในความคิดของโสเครติสนั้นก็ถูกถ่ายทอดไว้ในงาน Symposium ของเพลโตเช่นกัน โดยปรัชญาความรักของโสเครติสคือ ‘ความปรารถนาที่จะครอบครองสิ่งดีอย่างไม่มีที่สิ้นสุด’ กล่าวคือ ‘สิ่งที่เราอยากได้นี้จะต้องเป็นสิ่งที่ดีเสมอโดยปริยาย’ เพราะเขาแสดงความคิดเห็นว่าธรรมชาติของมนุษย์ต่างล้วนต้องการสิ่งดีๆ เราอยากครอบครองสิ่งหนึ่ง (ความรักด้วย) ก็เพราะเราอยากครอบครอง ‘ความดีที่อยู่ในสิ่งนั้น’

ความรักของโสเครดีตทำให้โลกหมุน – ความปรารถนาในสิ่งที่ไม่มีและดีขึ้นนี้ สะท้อนความต้องการของมนุษย์ที่ไม่เคยพึงพอใจกับสภาพที่เราเป็นอยู่ หากเราไม่ต้องการอะไรเลยและพอใจแล้ว เราจะไม่ตามหาความรัก ไม่ตามหาสิ่งที่เราอยากได้ และไม่ลงมือทำอะไรเลย ความรักจึงเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนประสบการณ์ของมนุษย์ เหมือนไฟที่เติมพลังให้เราทำให้มนุษย์ไม่หยุดนิ่ง เพื่อตามหา ‘ความรัก’ หรือ ‘สิ่งที่ดีขึ้น’ ในชีวิต

“สิ่งที่ความรักปรารถนานั้น คือ การสืบพันธุ์ และ การให้กำเนิดความงาม” – Diotima

ใน Symposium นักปรัชญาอีกหนึ่งคนที่มีบทบาทในการนิยามความรักคือ ‘ไดโอติมา’ เธอคือนักคิดหญิงยุคกรีกโบราณอีกคนหนึ่ง ความคิดของไดโอติมาถูกถ่ายทอดผ่านคำพูดของโสเครติส ผู้ซึ่งให้เครดิตเธอว่าเป็นผู้สอนให้ตนแจ่มแจ้งเรื่องความรัก ไดโอติมากล่าวว่าความรักโรแมนติกไม่ใช่แค่ความปรารถนา “สิ่งที่ดี” หรือ “สิ่งที่สวย” แต่คือการปรารถนาที่จะ “ครอบครองสิ่งที่ดีนั้นตลอดไป” ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนถึงความต้องการของบุคคลที่อยากจะเป็นอมตะด้วย แล้วทำไงจะเป็นอมตะ?

1) ความอมตะโดยการสืบพันธ์ุ – ในความเป็นจริงมนุษย์จะบรรลุความอมตะได้ คือ ผ่านการสืบทอดเผ่าพันธุ์และมอบชีวิตที่คล้ายคลึงกันไว้เบื้องหลัง การสร้างสิ่งที่ดีไว้ให้กับโลกนี้เองที่จะทำให้จิตวิญญาณของคนๆ หนึ่งคงอยู่ตลอดไป ถึงแม้ว่าเขาจะจากโลกนี้ไปแล้ว แนวคิดนี้ตอบคำถามว่าทำไมความรักถึงเกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์

2) ความอมตะโดยการผลิตความรู้ – สำหรับไดโอติมา (และเพลโต ผู้ถ่ายทอดแนวคิดของเธอ) ความรักไม่ใช่แค่ผลิตความงามผ่านการมีทายาท แต่ความรักยังนำไปสู่การสร้างสรรค์ทางจิตวิญญาณ เพราะคู่รักจะต้องมีการถ่ายทอดความรู้ให้กันและกัน และนำพากันแสวงหาความหมายของคุณธรรม และความรู้ศาสตร์อื่นๆ ความรักจึงไม่ใช่แค่เรื่องการสืบพันธุ์ของชายและหญิง ความรักจึงสามารถทำให้เกิดความเข้าใจในแขนงต่างๆ การกระทำดี หรือแม้แต่ผลงานของกวี ที่จะทำให้ชื่อเสียงและคุณธรรมของคนหนึ่งเป็นอมตะและเป็นที่จดจำตลอดไป ความรักแบบนี้เองที่กลายมาเป็นแก่นแท้ของความรักแบบเพลโต หรือที่รู้จักกันในภาษาอังกฤษว่า ‘Platonic Love’

แล้ว Platonic Love แท้จริงแล้วคืออะไร? – เวลาเราเสิร์ชหาความหมายของ Platonic Love มักจะแปลว่า “เป็นความรักบริสุทธิ์ระหว่างเพื่อนที่จิตวิญญาณเชื่อมต่อกัน และไม่มีความปรารถนาทางเพศมาเกี่ยวข้อง” แต่นั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะแท้จริงแล้วความรักแบบเพลโตจุดที่สมบูรณ์คือ ‘การได้มาซึ่งความจริงเกี่ยวกับความงามสูงสุด’ (Absolute beauty) ซึ่งความรักแบบเพลโตลคืออะไร? ความรักเริ่มจากขั้นแรกคือความหลงใหลในรูปลักษณ์ภายนอก > เลื่อนขั้นไปสู่ความเข้าใจว่าความงามในจิตใจนั้นสูงส่งกว่ารูปลักษณ์ภายนอก > ไปสู่การเรียนรู้ว่าความงามของสิ่งทั้งปวงในธรรมชาติเป็นสิ่งเดียวกัน และความงามเฉพาะตัวบุคคลไม่ใช่สิ่งสำคัญ > และในที่สุดคือเขาจะได้มาซึ่งความจริงเกี่ยวกับความงาม คือความงามปรากฏอยู่ในทุกหนแห่ง ความงามที่แท้จะสมบูรณ์แบบ เรียบง่าย เป็นนิรันดร์ และไม่แปรเปลี่ยน

“สิ่งใดๆ ก็ย่อมเป็นไปได้ในความรัก เช่นเดียวกับในสงคราม”

ปรัชญาความรักสุดท้ายที่นำมาให้อ่านวันนี้ คือแนวคิดที่เชื่อว่า ‘ความรักคือพลัง’ โดยพลังนี้อาจนำมาซึ่งเรื่องดีๆ (ที่นำเสนอไป) หรือพลังนั้นสามารถนำไปสู่หายนะก็ได้ ตามทรรศนะของนักปรัชญาชาวอังกฤษ ‘Thomas Hobbes’

ความรัก ความไว้ใจ ความอันตราย – เรามั่นใจแค่ไหนว่าความรักจะไม่ทำให้เราเจ็บปวด อกหัก หรือ อันตรายถึงชีวิต ตามทรรศนะของฮอบส์นั้นมองว่า ‘ความเห็นแก่ตัว’ เป็นลักษณะที่เด่นที่สุดของธรรมชาติของมนุษย์ ซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยความกลัวและความต้องการ เด่นชัดในยุคไม่มีกฎหมาย สงครามการห้ำหั่นเกิดเป็นปกติ ไม่ว่าคนหนึ่งจะอ่อนแอขนาดไหน ก็สามารถฆ่าอีกคนหนึ่งได้ถ้าพยายามมากพอ เมื่อมองตามทรรศนะของฮอบส์ ความรักความสัมพันธ์นั้นจึงเปิดโอกาสให้เราได้พบกับอันตรายได้ เนื่องจากความรักนั้นก็เป็นหนึ่งในความต้องการของมนุษย์ และหลายครั้งทำให้คนมองข้ามศีลธรรมได้

“ความรักในฐานะสงครามของความสัมพันธ์” – เพราะเราต้องอยู่ในจุดเสี่ยง ทั้งทางร่างกายและจิตใจอยู่ตลอดเวลากับการที่อีกฝ่ายเชื่อใจ ไว้ใจ ให้กับใครสักคน ซึ่งเมื่อมองในแบบฮอบส์นั้นมันอันตรายมาก แต่การที่เราเชื่อในปรัชญาความรักในแง่ดีแบบอื่นร่วมด้วย อาจจะเป็นความรักแบบตามหาอีกครึ่งหนึ่งของเรา ความรักคือการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ความรักคือความห่วงใยอย่างสุดซึ้ง ความรักคือการสร้างตัวตนร่วมกัน และมันก็อาจทำให้หลายๆ คนคิดว่า “อยากรักก็ต้องเสี่ยง”

อ้างอิง
  • หนังสือ: Philosophy of Love, Sex and Marriage: An Introduction โดย Raja Halwani และ Philosophy of Sex and Love: An Opinionated Introduction โดย Patricia Marino
See also  [Update] 10 วิธีถักเปียผมยาวน่ารักๆ หลายแบบ | ถัก ผม สั้น - PINKAGETHAILAND

– Advertisement –


พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ – สุดใจ【Official Audio】


\”สุดใจ\” หนึ่งในบทเพลงดังของเจ้าพ่อเพลงรักเพื่อชีวิต ขวัญใจชาวไทย พี่ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์
【เนื้อเพลง สุดใจ】
เพราะอยากมาหา มาเพื่อจะถามไถ่
ว่าเป็นยังไง รู้สึกดีไหม บอกกันบ้างสิเธอ
เพราะว่าคิดถึง มาพบมาคุยมายิ้มให้
แล้วจะไป เพื่อวันหลังจะมาใหม่
จึงมาตามห้วงอารมณ์ ผสมกับความคิดถึงกัน
อย่ารำคาญกันเลยนะเธอจ๋า
เพราะอยากจะร้อง คร่ำครวญให้ปานจะเหมือนว่า
เจ็บปวดนักหนา รันทดนักหนา หัวใจแปดเปื้อนเลื่อนลอย
เพราะเศร้าใจนัก อ้างว้างชีวิตดังล่องลอย
ไม่มีใครคอย ไม่ให้ใจหงอย สงสารตัวเองเสมอ
()
ใช่รักไหมรัก ใช่หลงไหมหลง ซ่อนในอารมณ์ในซอกหลืบ
ในจิตในฝัน อยากอยู่อย่างนั้น ไม่แตะไม่ต้องสัมผัสเธอ
ขอเพียงเท่านี้ให้คงอยู่อย่างนี้ สิ่งดีก็ล้นจนเกินสุข
อารมณ์นั้นลึก จะเก็บเธอไว้ ให้ลึก สุดใจ
(,)
【 ช่องทางติดตามข่าวสาร ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ 】
Facebook ► http://www.facebook.com/pupongsitofficial
Instagram ► http://instagram.com/pupongsitofficial
LINE ► @PuPongsitOfficial หรือ http://line.me/ti/p/%40pupongsitofficial
TikTok ► https://vt.tiktok.com/ZSJBeAeu5/

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ - สุดใจ【Official Audio】

LOVE QUIZ!! แบบทดสอบความรัก คุณเป็นแบบไหนเมื่อมีความรัก? มาดูกัน~


วิดิโอสั้นๆแต่วาดภาพประกอบนาน 5555
แบบทดสอบนี้จะพามาดูมุมมองความรักของทุกคนกันค่ะ
เพียงแค่ คำถาม 6 ข้อ อาจทำให้เข้าใจตัวเองมากขึ้นว่า
คุณเป็นแบบไหนในความสัมพันธ์
แบบทดสอบนี้อาจจะไม่ได้ใช้ได้กับทุกคนนะคะ
จัดทำขึ้นเพื่อความสนุกสนานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เท่านั้น

กด Subscribe กดกระดิ่ง ช่อง และ มาเป็นเพื่อน เม้ามอยกันได้ที่ :
Facebook : www.facebook.com/AWKJourney
Instagram : www.instagram.com/met_ta_da

LOVE QUIZ!! แบบทดสอบความรัก คุณเป็นแบบไหนเมื่อมีความรัก? มาดูกัน~

Q\u0026A ชวนเพื่อนมาตอบคำถามเรื่องความรัก แต่ละคำถามนั้น😨+สุ่มโทรหาแฟนคลับ💖 | Brinkkty (Pocky)


ฮัลโหลลล เนื่องในโอกาสวันวาเลนไทน์ปีนี้ บริ้งเลยชวนเพื่อนเลิฟมาแชร์เรื่องรักๆ และบริ้งขอมอบ Pocky Valentine package limited edition ให้เพื่อนรักที่อยู่ข้างเราเสมอ เพื่อนๆ อย่าลืมมอบความรักให้คนที่คุณรักกันนะคะ ให้ Pokky เป็นสื่อกลางในการบอกรักกัน ❤️
Follow me \r
Facebook : https://www.facebook.com/brinkktyy/\r
Instagram : https://www.instagram.com/brinkkty/?hl=en

Q\u0026A ชวนเพื่อนมาตอบคำถามเรื่องความรัก แต่ละคำถามนั้น😨+สุ่มโทรหาแฟนคลับ💖 | Brinkkty (Pocky)

ฝากคำถามไว้กับดาว – รัชนก [Official MV]


เพลง : ฝากคำถามไว้กับดาว / รัชนก ศรีโลพันธุ์\r
อัลบั้ม : ชุดที่ 3 ฝากคำถามไว้กับดาว \r
ดาวน์โหลดเพลงรอสาย เพลงเต็ม ริงโทน และ MV 123 1032490 3 \r
iTunes download :: https://itunes.apple.com/th/album/fakkhathamwikabdaw/id568603263\r
\r
รัชนก ศรีโลพันธุ์ ฝากคำถามไว้กับดาว\r
คำร้อง/ทำนอง พงษ์ศักดิ์ ถนอมใจ\r
เรียบเรียง ปาริวัฒน์ สุวรรณชัย\r
\r
\r
ค่ำคืนนี้ดาวยังสวย ยังส่องแสงประดับฟ้า\r
แต่คืนนี้ใจดวงล้า กลับอ่อนไหวและมืดมน\r
จะเอาความเข้มแข็งมาจากไหน มาใช้ในการอดทน\r
เมื่อบางคน เขามาทิ้งไป\r
\r
หากไม่รัก ไม่ทุ่มเท คงไม่เสียใจอย่างนี้\r
เกลียดความจริง ทุกนาที ที่ชีวิตไม่เหลือใคร\r
ผ่านไปจากคืนนี้ ก็อีกเช้า อีกเช้าที่ไร้ความหมาย\r
ถูกขังไว้ ในโลกที่ว่างเปล่า\r
\r
อยากจะถามดาวนั้นเคยรักใครบ้างไหม อยู่ยังไงเมื่อต้องผิดหวัง\r
หลบตรงไหน เมื่อทุกเส้นทาง มีแต่ความปวดร้าว\r
ดาวนั้นเป็นเหมือนฉันบ้างไหม เจ็บแค่ไหนก็ไม่ลืมเขา\r
ช่วยตอบคำถามฉันได้ไหมดาว ฉันต้องทำยังไง\r
\r
หนักแค่ไหน ใจก็รู้ ที่แบกรักไปอย่างนี้\r
ทำไมใจ ไร้ศักดิ์ศรี ยังคิดถึงคนใจร้าย\r
ได้แต่ฝากคำถาม ไว้กับดาว จากนี้จะเป็นอย่างไร\r
เหนื่อยเกินไป อยากลืมทุกเรื่องราว\r
\r
อยากจะถามดาวนั้นเคยรักใครบ้างไหม อยู่ยังไงเมื่อต้องผิดหวัง\r
หลบตรงไหน เมื่อทุกเส้นทาง มีแต่ความปวดร้าว\r
ดาวนั้นเป็นเหมือนฉันบ้างไหม เจ็บแค่ไหนก็ไม่ลืมเขา\r
ช่วยตอบคำถามฉันได้ไหมดาว ฉันต้องทำยังไง\r
\r
อยากจะถามดาวนั้นเคยรักใครบ้างไหม อยู่ยังไงเมื่อต้องผิดหวัง\r
หลบตรงไหน เมื่อทุกเส้นทาง มีแต่ความปวดร้าว\r
ดาวนั้นเป็นเหมือนฉันบ้างไหม เจ็บแค่ไหนก็ไม่ลืมเขา\r
ช่วยตอบคำถามฉันได้ไหมดาว ฉันต้องทำยังไง

ฝากคำถามไว้กับดาว - รัชนก [Official MV]

ก้อนหินสิ้นใจ : แคท รัตกาล [Official MV]


ก้อนหินสิ้นใจ\r
คำร้อง : สุทธิพงษ์ สมบัติจินดา ทำนอง : ต้องกับป๋อม คาราเมล เรียบเรียง : สิทธิพร สิงห์ไทยสงค์\r
\r
ดีกับเธอมาแสนนาน คิดว่าสักวันฉันคงจะเปลี่ยน เปลี่ยนให้ใจเธอยอมเห็นใจฉัน\r
เหมือนก้อนหินที่แสนทน ถึงเจอกับลมและฝนไม่หวั่น เธอเย็นชากันเพียงนั้น ไม่เป็นไร\r
\r
แต่แล้วทุกสิ่งก็ฟ้องทุกอย่าง ว่าเกินกำลังสู้ไหว ก้อนหินอย่างฉัน ถึงวันต้องแตกสลาย\r
เปลี่ยนใจคนไม่รักกัน เป็นแค่ฝันที่เลือนราง ฉันทุ่มเททุกอย่าง เธอก็ทิ้งขว้างไป\r
\r
แค่เศษคำว่ารักกัน คงอีกนานและแสนไกล ให้ก้อนหินสิ้นใจ ฉันก็คงไม่ได้ยิน\r
\r
ทนจนใครก็ข้องใจ ว่าเพราะอะไรถึงทนเธออยู่ มีคนเดียวที่รับรู้คือฉัน\r
ยอมเอาใจไปซื้อใจ คิดว่าอะไรต้องดีสักวัน ทนจะทนเพื่อวันนั้น ไม่เป็นไร\r
\r
(ซ้ำ / / / )
โตมากับอาร์เอส แคทรัตกาล บ่าววี อาร์สยาม

ก้อนหินสิ้นใจ : แคท รัตกาล [Official MV]

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆMAKEUP

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ คําถามเกี่ยวกับความรัก

Leave a Comment