[Update] ทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยการหยั่งรู้ หลักการเรียนรู้ของกลุ่มเกสตัลท์ | ภาพ จิตวิทยา – PINKAGETHAILAND

ภาพ จิตวิทยา: คุณกำลังดูกระทู้

ทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยการหยั่งรู้ (Insight Learning)

ทฤษฎีการหยั่งรู้นี้เป็นการศึกษาทดลองของนักจิตวิทยาชาวเยอรมันซึ่งเรียกว่า กลุ่มเกสตัลท์ ซึ่งประกอบด้วยนักจิตวิทยาที่สำคัญ 3 คน คือ เวอร์ไทเมอร์ คอฟฟ์ก้า และ โคห์เลอร์ คำว่า เกสตัลท์ หมายถึง แบบแผนหรือภาพรวม โดยนักจิตวิทยากลุ่มนี้ได้ให้ความสำคัญกับส่วนรวมหรือผลรวมมากกว่าส่วนย่อย ในการศึกษาวิจัย เขาได้พบว่าการรับรู้ข้อมูลของคนเรามักจะรับรู้ส่วนรวมมากกว่ารายละเอียด ปลีกย่อย ในการเรียนรู้และการแก้ปัญหาก็เช่นเดียวกัน คนเรามักจะเรียนอะไรได้ก็ต้องศึกษาภาพรวมก่อน หลังจากนั้นจึงมาพิจารณารายละเอียดปลีกย่อย จะทำให้เกิดความเข้าใจในเรื่องนั้นได้ชัดเจนขึ้น

 

นักจิตวิทยากลุ่มเกสตัลท์ (Gestalt Psychology) ชาวเยอรมัน ประกอบด้วย Max Wertheimer, Wolfgang Kohler และ Kurt Koftka ซึ่งมีความสนใจเกี่ยวกับการรับรู้ (Perception ) การเชื่อมโยงระหว่างประสบการณ์เก่าและใหม่ นำไปสู่กระบวนการคิดเพื่อการแก้ปัญหา (Insight)

องค์ประกอบของการเรียนรู้ มี 2 ส่วน คือ

1. การรับรู้ (Perception) เป็นกระบวนการแปลความหมายของสิ่งเร้าที่มากระทบประสาทสัมผัส ซึ่งจะเน้นความสำคัญของการรับรู้เป็นส่วนรวมที่สมบูรณ์มากกว่าการรับรู้ส่วน ย่อยทีละส่วน
2. การหยั่งเห็น (Insight) เป็นการรู้แจ้ง เกิดความคิดความเข้าใจแวบเข้ามาทันทีทันใด ขณะที่บุคคลกำลังเผชิญปัญหา และจัดระบบการรับรู้ ซึ่งเดวิส (Davis, 1965) ใช้คำว่า Aha ‘ experience

 

ทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยการหยั่งรู้ (Insight Learning)

ทฤษฎีการหยั่งรู้นี้เป็นการศึกษาทดลองของนักจิตวิทยาชาวเยอรมันซึ่งเย กว่ากลุ่มเกสตอล (Gestalt) ซึ่งประกอบด้วย นักจิตวิทยาที่สำคัญ 3 คน คือ เวอร์ไทเมอร์ คอฟฟ์ก้าและเคอเลอร์ คำว่า เกสตอล (Gestalt) หมายถึง แบบแผนหรือภาพรวม โดยนักจิตวิทยากลุ่มนี้ ได้ให้ความสำคัญกับส่วนรวม หรือผลรวมมากว่า ส่วนย่อย ในการศึกษาวิจัยพบว่าการรับรู้ของคนเรามักจะรับรู้ส่วนรวมมากกว่า รายละเอียดปลีกย่อย ในการเรียนรู้ และการแก้ปัญหา ก็เช่นเดียวกัน คนเรามักจะเรียนอะไรได้เข้าใจก็ต้องศึกษาภาพรวมก่อน หลังจาก นั้นจึง พิจารณา รายละเอียดปลีกย่อย จะทำให้เกิดความเข้าใจ ในเรื่องนั้นได้ชัดเจนขึ้น

 

หลักการเรียนรู้ของกลุ่มเกสตัลท์

กลุ่มเกสตัลท์กล่าวว่า การเรียนรู้ที่เห็นส่วนรวมมากกว่าส่วนย่อยนั้นจะต้องเกิด จากประสบการณ์เดิม และการเรียนรู้ย่อมเกิดขึ้น 2 ลักษณะคือ
การรับรู้ (Perception)
การรับรู้หมายถึงการแปลความหมายหรือการตีความต่อสิ่งเร้าของ อวัยวะรับสัมผัสส่วน ใดส่วนหนึ่งหรือทั้งห้าส่วน ได้แก่ หู ตา จมูก ลิ้น และผิวหนัง และการตีความนี้ มักอาศัย ประสบการณ์เดิมดังนั้น แต่ละคน อาจรับรู้ในสิ่งเร้าเดียวกันแตกต่างกันได้ แล้วแต่ประสบการณ์ เช่น นางสาว ก. เห็นสีแดง แล้วนึกถึงเลือดแต่นางสาว ข. เห็นสีแดงอาจนึกถึงดอกกุหลาบสีแดงก็ได้
การเรียนรู้ของกลุ่มเกสตัลท์ ที่เน้น”การรับรู้เป็นส่วนรวมมากกว่าส่วนย่อย” นั้น ได้สรุปเป็นกฎการเรียนรู้ของ ทั้งกลุ่ม ออกเป็น 4 กฎ เรียกว่ากฎการจัดระเบียบเข้าด้วยกัน (The Laws of Organization) ดังนี้
1. กฏแห่งความแน่นอนหรือชัดเจน (Law of Pragnanz)
2. กฏแห่งความคล้ายคลึง (Law of Similarity)
3. กฏแห่งความใกล้ชิด (Law of Proximity)
4. กฏแห่งการสิ้นสุด(Law of Closure)
5. กฎแห่งความต่อเนื่อง (Law of Continuity) สิ่งเร้าที่มีทิศทางในแนวเดียวกัน ซึ่งผู้เรียนจะรับรู้ว่าเป็นพวกเดียวกัน
6. กฎแห่งความสมบูรณ์ (Law of Closer) สิ่งเร้าที่ขาดหายไปผู้เรียนสามารถรับรู้ให้เป็นภาพสมบูรณ์ได้โดยอาศัยประสบการณ์เดิม

  1. กฏแห่งความแน่นอนหรือชัดเจน (Law of Pragnanz)

    ซึ่งกล่าวว่าเมื่อต้องการให้มนุษย์เกิดการรับรู้ ในสิ่งเดียวกัน ต้องกำหนดองค์ประกอบขึ้น 2 ส่วน คือ
    ก. ภาพหรือข้อมูลที่ต้องการให้สนใจ เพื่อเกิดการเรียนรู้ในขณะนั้น (Figure)
    ข. ส่วนประกอบหรือพื้นฐานของการรับรู้ (Background or Ground) เป็นสิ่งแวดล้อมที่ประกอบอยู่ในการเรียนรู้ นั้น ๆ แต่ผู้สอนยังมิต้องการให้ผู้เรียนสนใจในขณะนั้น ปรากฏว่า วิธีการแก้ปัญหา โดยกำหนด Figure และ Background ของเกสตัลท์ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เพราะสามารถทำ ให้มนุษย์เกิดการเรียนรู้ด้วยการรับรู้อย่างเดียวกันได้ ซึ่งนักศึกษาจะได้ ทราบรายละเอียดในเรื่องทฤษฎีการเรียน รู้ของกลุ่มเกสตัลท์ในโอกาสต่อไป แต่ในที่นี้ขอเสนอพอสังเขป ดังนี้
    บางครั้ง Figure อาจเปลี่ยนเป็น Ground และ Ground อาจเปลี่ยนเป็น Figure ก็ได้ ถ้าผู้สอนหรือผู้นำเสนอ เปลี่ยนสิ่งที่ต้องการให้ผู้เรียน หรือกลุ่มเป้าหมายเบนความสนใจไปตามที่ตนต้องการ
    คนบางคนยังเห็นไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับประสบการณ์เดิมของแต่ละคน อิทธิพลของประสบการณ์ที่มีต่อการรับรู้ภาพและพื้น การมองเห็นรูป เป็นภาพ (Figure) และพื้น (Ground) สลับกันนั้นตามทฤษฎี ของกลุ่ม เกสตัลท์ เชื่อว่า การรับรู้ในลักษณะเช่นนี้ ขึ้นยู่กับประสบการณ์ ของบุคคลเป็นสำคัญ หรือ ประสบการณ์เดิมของบุคคล มีผลต่อการรับรู้ ภาพและพื้น หรือภาพสองนัย

  2. กฏแห่งความคล้ายคลึง (Law of Similarity)

    กฎนี้เป็นกฎที่ Max Wertheimer ตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1923 โดยใช้เป็นหลักการในการวางรูปกลุ่ม ของการรับรู้ เช่น กลุ่มของ เส้น หรือสี ที่คล้ายคลึงกัน หมายถึงสิ่งเร้าใด ๆ ก็ตาม ที่มีรูปร่าง ขนาด หรือสี ที่คล้ายกัน คนเราจะรับรู้ว่า เป็นสิ่งเดียวกัน หรือพวกเดียวกัน

  3. กฏแห่งความใกล้ชิด (Law of Proximity)

    สาระสำคัญของกฎนี้ มีอยู่ว่า ถ้าสิ่งใด หรือสถานการณ์ใดที่เกิดขึ้นในเวลาต่อเนื่องกัน หรือในเวลาเดียวกัน อินทรีย์จะเรียนรู้ ว่า เป็นเหตุและผลกัน หรือ สิ่งเร้าใดๆ ที่อยู่ใกล้ชิดกัน มนุษย์มีแนวโน้มที่จะรับรู้ สิ่งต่างๆ ที่อยู่ใกล้ชิดกันเป็นพวกเดียวกัน หมวดหมู่เดียวกัน

  4. กฏแห่งการสิ้นสุด (Law of Closure)

    สาระสำคัญของกฎนี้มีอยู่ว่า “แม้ว่าสถานการณ์หรือปัญหายังไม่สมบูรณ์ อินทรีย์ก็จะเกิดการเรียนรู้ ได้จากประสบการณ์เดิมต่อสถานการณ์นั้น”

  5. กฎแห่งความต่อเนื่อง (Law of Continuity)

    สิ่งเร้าที่มีทิศทางในแนวเดียวกัน ซึ่งผู้เรียนจะรับรู้ว่าเป็นพวกเดียวกัน

  6. กฎแห่งความสมบูรณ์ (Law of Closer)

    สิ่งเร้าที่ขาดหายไปผู้เรียนสามารถรับรู้ให้เป็นภาพสมบูรณ์ได้โดยอาศัยประสบการณ์เดิม

การหยั่งเห็น (Insight) หมายถึง การเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยจะเกิดแนวความคิดในการ เรียนรู้หรือการแก้ปัญหา ขึ้นอย่างฉับพลันทันทีทันใด (เกิดความคิดแวบขึ้นมาในสมองทันที) มองเห็นแนวทาง การแก้ปัญหาตั้งแต่จุดเริ่มต้นเป็น ขั้นตอนจนถึงจุดสุดท้ายที่สามารถจะแก้ปัญหาได้ เช่น การร้องออกมาว่า ยูเรก้า ของอาร์คีเมดิส เพราะเกิดการหยั่งเห็น (Insight) ในการแก้ปัญหาการหาปริมาตรของมงกุฎทองคำด้วย วิธีการแทนที่น้ำว่าปริมาตรของมงกุฎที่จมอยู่ในน้ำ จะ เท่ากับริมาตรของน้ำที่ล้นออกมา ดังที่เราเคยเรียนกันมาแล้ว แล้วใช้วิธีการนี้หาปริมาตรของวัตถุที่มีรูปทรงไม่เป็น เรขาคณิตมาจนถึงบัดนี้
มองเห็นสถานการณ์ในแนวทางใหม่ ๆ ขึ้น โดยเกิดจากความเข้าใจและความรู้สึกที่มีต่อสถานการณ์ว่าได้ยินได้ค้นพบแล้ว ผู้เรียนจะมองเห็นช่องทางการแก้ปัญหาขึ้นได้ในทันทีทันใด

การทดลองกลุ่มเกสตัลท์ เพื่อที่จะได้เข้าใจวิธีการแนวคิดของนักจิตวิทยากลุ่มนี้เกี่ยวกับการเรียนรู้ด้วยการหยั่งเห็น ซึ่งจะยกตัวอย่างการทดลองของโคล์เลอร์ ระหว่างปี ค.ศ. 1913-1917 ซึ่งทดลองกับลิงชิมแปนซี ซึ่งการทดลองครั้งแรกเป็นการทดลองในเยอรมัน แต่ต่อมาเข้าได้ย้ายมาตั้งถิ่นฐานที่อเมริกา
การทดลองส่วนใหญ่ระยะหลังจึงเกิดขึ้นในห้องปฏิบัติการในประเทศอเมริกา
ขึ้นตอนการทดลอง การทดลองของเขาครั้งแรกมีจุดประสงค์เพราะไม่เห็นด้วยกับทฤษฎีการเรียนรู้ของธอร์นไดค์ที่กล่าว สัตว์โลกทั่วไปทำอะไรไม่มีแบบแผนหรือระเบียบวิธีใด ๆ การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นเป็นการเดาสุ่มหรือการลองถูกลองผิด โดยมีการเสริมกำลังเป็นรางวัล เช่น อาหารเป็นแรงจูงใจที่ผลักดันให้เกิดการเรียนรู้ โดยไม่มีกระบวนการแก้ปัญหาโดยใช้ปัญญา
โคลเลอร์ได้สังเกตและศึกษาเกี่ยวกับปัญหาเหล่านี้ เพราะมีความเชื่อว่าในสถานการณ์หนึ่ง ถ้ามีเครื่องมือเครื่องใช้อุปกรณ์ในการแก้ปัญหาและปฏิบัติการพร้อม สัตว์และคนสามารถแก้ปัญหาได้โดยการหยั่งเห็นโดยการมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่าง ๆ ที่มีอยู่ เมือสัตว์ได้เรียนรู้การแก้ปัญหาโดยการหยั่งเห็นและเห็นช่องทางในสิ่งนั้นได้แล้ว การกระทำครั้งต่อไปจะสามารถแก้ปัญหาพฤติกรรมที่ยากขึ้นไปเรื่อย ๆ และสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

โคลเลอร์ได้ทดลองโดยการขังลิงชิมแปนซี ตัวหนึ่งไว้ในกรงที่ใหญ่พอที่ลิงจะอยู่ได้ภายในกรงมีไม้หลายท่อน มีลักษณะสั้นยาวต่างกันวางอยู่ นอกกรมเขาได้แขวนกล้วยไว้หวีหนึ่งเกินกว่าที่ลิงจะเอื้อมหยิบได้การใช้ท่อนไม้เหล่านั้น บางท่อนก็สั้นเกินไปสอยกล้วยไม่ถึงเหมือนกัน มีบางท่อนยาวพอที่จะสอยได้

 

ในขั้นแรกลิงขิมแพนซีพยายามใช้มือเอื้อมหยิบกล้วยแต่ไม่สำเร็จ แม้ว่าจะได้ลองทำหลายครั้งเป็นเวลานาน มันก็หันไปมองรอบรอบกรง เขย่ากรง ส่งเสียงร้อง ปีนป่ายและทำทุกอย่างที่จะช่วยให้ได้กินกล้วย แต่เมื่อไม่ได้ผลไม่สามารถแก้ปัญหาได้มันหันมาลองจับไม้เล่นแบะใช้ไม้นั้นสอยกล้วยแต่เมื่อไม่ได้ผล ไมสามารถจะแก้ปัญหาได้ มันหันมาลองจับไม้อันอื่นเล่น และใช้ไม้นั้นสอยกล้วย การกระทำเกิดขึ้นเร็วและสมบูรณ์ ไม่ได้ค่อยเป็นค่อยไปอย่างช้า ๆ เลยในที่สุดมันก็สามารถใช้ไม้สอยกล้วยมากินได้
วิธีการที่ลิงใช้แก้ปัญหานี้ โคล์เลอร์เรียกพฤติกรรมนี้ว่าเป็นการหยั่งเห็น เป็นการมองเห็นช่องทางในการแก้ปัญหาโดยลิงชิมแพนซีได้มีการรับรู้ในความสัมพันธ์ระหว่างไม้สอย กล้วยที่แขวนอยู่ข้างนอกกรงและสามารถใช้ไม้นั้นสอยกล้วยได้เป็นการนำไปสู่เป้าหมาย

กระบวนการแก้ปัญหาของลิงชิมแพนซีมีดังนี้

ก. วิธีการแก้ปัญหาโดยการหลั่งเห็นจะเกิดขึ้นทันทีทันใดเหมือนความกระจ่างแจ้งในใจ
ข. การเรียนรู้การหยั่งเห็นเป็นการที่ผู้เรียนมองเห็นรับรู้ความสัมพันธ์ของเหตุการณ์ ไม่ใช่เป็นการตอบสนองของสิ่งเร้าเพียงอย่างเดียว
ค. ความรู้เดิมของผู้เรียน ประสบการณ์ของผู้เรียนมีส่วนที่จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการหยั่งเห็นในเหตุการณ์ที่ประกอบขึ้นเป็นปัญหาและช่วยให้ การหยั่งเห็นเกิดขึ้นเร็ว

 

ทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยการหยั่งเห็น

หลักของการหยั่งเห็นสรุปได้ดังนี้

  1. การหยั่งเห็นขึ้นอยู่กับสภาพปัญหา การหยั่งเห็นจะเกิดขึ้นได้ง่ายถ้ามีการรับรู้องค์ประกอบของปัญหาที่สัมพันธ์ กัน บุคคลสามารถสร้างภาพในใจเกี่ยวกับขั้นตอนเหตุการณ์ หรือสภาพการณ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อพยายามหาคำตอบ
  2. คำตอบที่เกิดขึ้นในใจถือว่าเป็นการหยั่งเห็น ถ้าสามารถแก้ปัญหาได้บุคคลจะนำมาใช้ในโอกาสต่อไปอีก
  3. คำตอบหรือการหยั่งเห็นที่เกิดขึ้นสามารถนำไปประยุกต์ ใช้ในสถานการณ์ใหม่ได้

 

การทดลองของกลุ่มการเรียนรู้ด้วยการหยั่งรู้ ผลการทดลอง สรุปได้ว่า โดยปกติแล้วคนเราจะมีวิธีการเรียนรู้แลการแก้ปัญหา โดยอาศัยความ คิดและประสบการณ์ เดิมมากว่ากาลองผิดลองถูก เมื่อสามารถแก้ปัญหาในลักษณะนั้นได้แล้ว เมื่อเผชิญกับปัญหาที่คล้ายคลึง กันก็สามารถแก้ปัญหาได้ทันที ลักษณะดังกล่าวนี้เกิดขึ้นได้ เพราะมนุษย์สามารถจัดแบบ (Pattern) ของความคิดใหม่เพื่อใช้ใน การแก้ปัญหาที่ตนเผชิญอยู่ได้อย่างเหมาะสม หลักการรับรู้ของมนุษย์ เป็นพื้นฐานที่สำคัญในการเรียนรู้มีผลให้นักการศึกษานำมาใช้ประโยชน์ได้ อย่างมาก ทั้งนี้เพราะการรับรู้เป็นปัจจัยสำคัญของการเรียนรู้

[NEW] ทายนิสัยจาก 12 ภาพสัตว์ สิ่งแรกที่เห็นบ่งบอกถึงบุคลิกที่คุณซ่อนไว้ | ภาพ จิตวิทยา – PINKAGETHAILAND

คนทุกคนย่อมมีลักษณะนิสัยซ่อนอยู่ในตัว โดยเฉพาะจุดแข็งจุดอ่อนและบุคลิกที่คุณซ่อนไว้ลึกๆ ในจิตใจ วันนี้เราจะพาคุณไปลองทายนิสัยจากภาพสัตว์ชนิดแรกที่คุณเห็น แล้วมาดูกันว่า จุดแข็งจุดอ่อนในส่วนลึกของจิตใจ คุณซ่อนอะไรไว้อยู่

 

 

อันดับแรกให้คุณลองมองภาพด้านบนนี้ก่อนค่ะ ดูว่าคุณเห็นสัตว์ชนิดไหนเป็นอย่างแรก หลังจากนั้นก็ไปดูคำทำนายจากเราได้เลย

 

 

สุนัข

หากคุณเห็นภาพสุนัขเป็นอย่างแรก คุณเป็นคนที่มีน้ำใจอย่างเหลือเชื่อเลยล่ะค่ะ บ่อยครั้งที่คุณให้โดยที่ไม่ได้คำนึงถึงความลำบากของตัวเอง อีกทั้งคุณยังเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี สดใสร่าเริงอยู่เสมอ คุณมักพยายามทำให้คนรอบข้างยิ้มได้ถึงแม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดก็ตาม

 

 

ตั๊กแตน

คุณเป็นคนขี้เกรงใจและมักจะประหม่าทุกครั้งเวลาต้องคุยกับคนแปลกหน้าค่ะ นั่นเป็นเพราะว่าคุณไม่รู้ว่าจะวางตัวอย่างไรกับคนเหล่านั้นดี คุณระแวงว่าการกระทำบางอย่างของคุณอาจทำให้คนแปลกหน้าที่เพิ่งเจอรู้สึกไม่สบายใจและอาจคิดว่าคุณเป็นคนที่นิสัยไม่ดี และนั่นทำให้คุณพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์เหล่านี้ค่ะ

 

 

ม้า

คุณคือคนที่รักความอิสระอย่างที่สุดและไม่ค่อยชอบให้ใครมาผูกมัดค่ะ คุณมักจะมีพลังเสมอหากได้ทำในสิ่งที่คุณอยากทำ และในขณะเดียวกันคุณมักจะตั้งใจทำสิ่งนั้นๆ จนสำเร็จด้วยความรับผิดชอบทั้งหมดที่คุณมี

 

 

ปู

ใครที่มองเห็นปูเป็นรูปแรก คงต้องบอกว่าคุณคือคนที่แอบหัวรั้นอยู่ซักนิดนะคะ แต่ในขณะเดียวกันข้อดีของคุณก็คือเป็นคนที่แนวแน่และมั่นคงต่อความคิดของตัวเอง คุณเชื่อมั่นในความคิดของตัวเองและไม่ชอบให้ใครมาเปลี่ยนแปลงสิ่งที่คุณเคยคิดหรือเคยเชื่อค่ะ

 

 

โลมา

ถ้าภาพโลมาคือภาพแรกที่คุณเห็น หมายความว่าคุณคือคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ คุณชอบทำอะไรที่แปลกแหวกแนวและมีความเป็นศิลปินสูง คุณเป็นคนที่มีจินตนาการกว้างไกล คุณมีบุคลิกที่เป็นกันเองและเข้ากันได้ดีกับทุกๆ คนค่ะ

 

 

ไก่

คุณค่อนข้างเป็นคนเรียบง่ายค่ะ คุณมักจะชอบอยู่บ้านเพราะรู้สึกว่าเป็นสถานที่ที่คุณผ่อนคลายมากที่สุด ถึงแม้ว่าการอยู่บ้านของคุณนั้น จะแค่นอนเฉยๆ ก็ตามที และคุณมักจะแอบหงุดหงิดอยู่เสมอๆ เวลาที่เพื่อนๆ ของคุณพยายามลากคุณออกไปไหนมาไหน เพราะคุณไม่อยากออกไปจากพื้นที่สบายๆ ของคุณนั่นเองค่ะ

 

 

เป็ด

หากเป็ดคือสัตว์ชนิดแรกที่คุณเห็นในภาพนี้ หมายความว่าช่วงนี้คุณอาจมีเหตุการณ์หลายอย่างให้ต้องทำหรือมีงานหลายๆ ประเภทให้คุณต้องทำค่ะ ซึ่งถ้าต้องทำจริงๆ คุณเองก็ถนัดในงานหลายๆ ประเภทเพียงแต่อาจต้องใช้ความพยายามมากเสียหน่อยให้แต่ละงานลุล่วงไปค่ะ

 

 

ผีเสื้อ

ใครที่เห็นผีเสื้อเป็นอย่างแรก มักจะเป็นคนที่มีสุนทรียะในชีวิต คุณเป็นคนมีรสนิยมที่ดี และชอบหาความสุขใส่ตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันคุณก็เป็นคนจริงจังและมีเป้าหมายในชีวิต คุณไม่เสียเวลามานั่งคุยเจาะแจ๊ะ แต่จะลงมือทำเพื่อให้ประสบความสำเร็จเสียมากกว่า

 

 

พิราบ

คุณเกลียดการโต้แย้งและชอบเห็นความรักความสามัคคีกันมากกว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดเหตุการณ์ต้องขัดแย้ง คุณจะเป็นฝ่ายเดินหนีไปเพื่อลดการปะทะ หรือไม่ก็เลือกเป็นฝ่ายไกล่เกลี่ยเพื่อให้ความขัดแย้งนี้หมดไป

 

 

หมาป่า

ใครที่เห็นหมาป่าเป็นอย่างแรก มักเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงค่ะ คุณพอใจที่จะอยู่คนเดียวและคิดอะไรเงียบๆ ในแบบของคุณ หรือแค่มีเพื่อนสนิท 2 – 3 คนในชีวิต แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่คุณต้องการ คุณไม่ชอบเปิดเผยตัวเองกับเพื่อนใหม่และจะรู้สึกไม่ปลอดภัยทุกครั้งเวลาที่เพื่อนใหม่ของคุณถามอะไรที่ดูรุกล้ำเกินไป

 

 

หมี

คุณมีบุคลิกของความเป็นผู้นำ คุณมีจิตใจที่แข็งแกร่งและพร้อมจะปกป้องผู้ที่อ่อนแอกว่า คุณมักตัดสินใจได้อย่างแน่วแน่และมีเหตุผลรองรับทุกครั้ง ยิ่งในกลุ่มเพื่อนๆ คุณมักคอยเป็นที่ปรึกษาและคอยแก้ปัญหาให้กับเพื่อนของคุณเสมอๆ ค่ะ

 

 

นกอินทรีย์

คุณรักอิสระและชอบผจญภัย แต่ในขณะเดียวกัน คุณก็ไม่ได้ปล่อยให้ชีวิตไร้จุดหมาย เพราะคุณได้วางกฏเกณฑ์ในชีวิตไว้และเลือกที่เดินตามทางนั้น คุณมีเป้าหมายที่แน่วแน่ และเมื่อคุณตั้งใจแล้ว คุณก็จะพยายามหาทางไปให้ถึงเป้าหมายนั้น

 

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

ริมฝีปากบอกนิสัย คุณเป็นคนยังไงรู้ได้ด้วยลักษณะปากคุณ!

 

ทายนิสัย รู้ใจคนใน 1 วินาที! ด้วยวิธีสุดง่าย แค่กำมือเท่านั้น

 

 

ติดตามไลฟ์สไตล์สำหรับผู้หญิง แต่งหน้า ทรงผม แฟชั่น

ได้ที่ women.trueid.net

 

และ แอปพลิเคชัน

We are women’s best friend.


แบบทดสอบจิตวิทยา เกมอ่านใจคนด้วยภาพวาด


มารู้จัก www.habitscode.com
ในการเข้าทำแบบทดสอบออนไลน์
และเกมวาดภาพกระจกส่องความคิด 6 รูป
ที่จะช่วยทำให้เราเข้าใจมุมมองของตนเองหรือเจ้าของรูปวาดได้ง่ายขึ้น

วาดภาพเสร็จ อย่าลืมตั้งชื่อความหมายนิยามของรูปภาพก่อนเฉลยนะครับ
นำหน้าอะไรก็ได้ ที่เห็นแล้วนึกถึงสิ่งนั้น โดยนำหน้าด้วยคำว่า การ… หรือ ความ…

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

แบบทดสอบจิตวิทยา เกมอ่านใจคนด้วยภาพวาด

แบบทดสอบจิตวิทยาทายนิสัย ภาพที่คุณเลือก สามารเปิดเผยความจริงบางอย่างในตัวคุณ | Siam Quiz


แบบทดสอบจิตวิทยาทายนิสัย ภาพที่คุณเลือก สามารเปิดเผยความจริงบางอย่างในตัวคุณ | Siam Quiz

8 คำถามจิตวิทยา สามารถบอกสิ่งที่คุณกำลังนึกคิดอยู่ได้ | Siam Quiz


8 คำถามจิตวิทยา สามารถบอกสิ่งที่คุณกำลังนึกคิดอยู่ได้ | Siam Quiz

การทดสอบบุคลิกภาพด้วยภาพลวงตา แสดงให้เห็นว่าคุณโดดเด่นแค่ไหน


💡 ซื้อสินค้าของชีวิตสดใสได้ที่นี่ (จัดส่งทั่วโลก!) http://bit.ly/2OJubyA
คุณรู้สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของการทดสอบบุคลิกภาพภาพลวงตาหรือเปล่า 🧐มันเข้าถึงส่วนที่ลึกที่สุดของสมองซึ่งคุณควบคุมไม่ได้ คุณเห็นภาพและจิตใต้สำนึกของคุณจะเน้นรายละเอียดหรือรูปแบบที่เกี่ยวข้องมากที่สุดทันที หากคุณเห็นสิ่งหนึ่งในขณะที่คนอื่นเห็นสิ่งที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงในภาพเดียวกัน มันแสดงให้เห็นว่าสมองของคุณทำงานยังไงและบุคลิกภาพที่แท้จริงของคุณเป็นยังไง คุณจะพบว่าคุณมีตรรกะหรืออารมณ์อ่อนไหว เป็นนักคิดเชิงวิเคราะห์หรือพึ่งสัญชาตญาณมากกว่า เป็นอินโทรเวิร์ตหรือเอ็กซ์โทรเวิร์ด งั้นก็เตรียมตัวเปิดเผยตัวจริงของคุณกันเลย! 😲
ชีวิตสดใส ทดสอบบุคลิคภาพ
อนิเมชั่นจัดทำโดยชีวิตสดใส
กดติดตามช่องชีวิตสดใส http://bit.do/brightside_thai

เพลงของ Epidemic Sound https://www.epidemicsound.com/
ของในสต๊อก (รูปภาพ, วิดีโอ และอื่นๆ):
https://www.depositphotos.com
https://www.shutterstock.com
https://www.eastnews.ru

การทดสอบบุคลิกภาพด้วยภาพลวงตา แสดงให้เห็นว่าคุณโดดเด่นแค่ไหน

แบบทดสอบจิตวิทยา! เลือกต้นไม้ในภาพ แล้วดูว่า ความเปลี่ยนแปลงอะไรที่รอคุณอยู่ในปีหน้า!


แบบทดสอบจิตวิทยา! เลือกต้นไม้ในภาพ แล้วดูว่า ความเปลี่ยนแปลงอะไรที่รอคุณอยู่ในปีหน้า!

แบบทดสอบจิตวิทยา! เลือกต้นไม้ในภาพ แล้วดูว่า ความเปลี่ยนแปลงอะไรที่รอคุณอยู่ในปีหน้า!

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆMAKEUP

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ ภาพ จิตวิทยา

See also  [NEW] 50+ ไอเดีย เลือกซื้อของขวัญให้เพื่อน ให้ทุกคนที่คุณรัก ฉบับคนรักบ้าน – Saraphi.co | ทํา ของขวัญ ให้ คน ที่ แอบ ชอบ - PINKAGETHAILAND
See also  มาเห็นค่ากันในวันที่ต้องจากลา | รูป แฟน จับ มือ กัน

Leave a Comment