[Update] ทาเคชิ คาเนชิโร: นักแสดงผู้สร้างเสน่ห์ที่ไม่มีวันหมดอายุ | ทาเคชิ คาเนชิโร่ – PINKAGETHAILAND

ทาเคชิ คาเนชิโร่: คุณกำลังดูกระทู้

“ทุก ๆ วันเราเดินผ่านผู้คนมากมาย คนเหล่านั้นอาจผ่านมาแล้วก็ผ่านไป หรือบางคนอาจจะกลายเป็นเพื่อนคุณ”

 

“เราเลิกกันในวันเอพริล ฟูล เดย์ ผมเลยคิดว่าจะลองรับมุกเธอสักเดือน 

ด้วยการซื้อสับปะรดกระป๋องที่หมดอายุวันที่ 1 พฤษภาคม ทุกวัน 

ผมเลยบอกกับตัวเองว่า ถ้าซื้อถึง 30 กระป๋อง แล้วเธอยังไม่กลับมา 

ความรักของเราก็จะหมดอายุตามไปด้วย” 

 

ไดอะล็อกเท่ ๆ ปนขมขื่นของนายตำรวจรหัส 223 ในหนัง ผู้หญิงผมทอง ฟัดหัวใจให้โลกตะลึง (Chungking Express, 1994) ที่ว่ากันว่ามันคือไบเบิ้ลของคนเหงาที่อมตะ จนชื่อผู้กำกับถูกนำไปเปรียบเปรยความโดดเดี่ยวอ้างว้างแต่สุดเท่ว่า ‘กระทำความหว่อง’ แม้ว่าหนังเรื่องนี้จะมีนักแสดงหลายคนร่วมสร้างความเหงาที่แตกต่างไป แต่หนึ่งในนักแสดงที่รับบทบาทจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของคนคลั่งรักสุดเหงา ไม่มีใครเกิน ทาเคชิ คาเนชิโร อย่างแน่นอน เรามาทำความรู้จักชายหนุ่มที่ชื่อญี่ปุ่น โตที่ไต้หวัน โด่งดังในฮ่องกง และเป็นขวัญใจของชาวไทยคนนี้ไปพร้อม ๆ กัน 

 

หนุ่มน้อยผู้ไล่หาความฝันตั้งแต่เยาว์วัย

ทาเคชิ คาเนชิโร เป็นลูกครึ่งที่มีพ่อเป็นนักธุรกิจชาวโอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น พบรักกับแม่ชาวไต้หวัน ก่อนจะมาตั้งรกรากอยู่ประเทศไต้หวัน และได้ให้กำเนิด 3 พี่น้องผู้ถือสัญชาติญี่ปุ่น โดยทาเคชิเป็นคนสุดท้อง ด้วยเพราะพ่อเป็นชาวญี่ปุ่น และแม่เป็นชาวไต้หวัน จึงไม่แปลกเลยที่เขาสามารถสื่อสารได้ทั้งภาษาพ่อและแม่ ก่อนจะค่อย ๆ เรียนรู้ภาษาอื่น ๆ จนทำให้เขาสามารถพูดได้ถึง 5 ภาษา ไม่ว่าจะเป็นภาษาจีนกลาง, จีนฮกเกี้ยน, จีนกวางตุ้ง, ญี่ปุ่น และภาษาอังกฤษ 

แม้จะเป็นครอบครัวฐานะร่ำรวย แต่เพราะความรักในการดูหนังมาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะหนังฮ่องกงที่กำลังเฟื่องฟูในยุค 80s ทาเคชิและพี่ชายจึงชอบหนีพ่อและแม่ไปดูหนังในโรงเสมอ ทำให้ทาเคชิสนใจในวงการบันเทิงมากกว่าธุรกิจที่เขาต้องรับช่วงต่อจากพ่อ 

เขาเริ่มตั้งวงดนตรีกับเพื่อนในช่วงมัธยมฯ ต้น ในตำแหน่งนักร้องนำและมือกีตาร์ จนเมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่นเต็มตัวในช่วงมัธยมฯ ปลาย ความฝันก็เขยิบใกล้เขามากขึ้น เมื่อเขาเข้าไปสมัครเพื่อออดิชันแสดงนำในโฆษณาทีวี จากนั้นก็มีโอกาสได้ร้องเพลงประกอบโฆษณา จนรู้สึกว่าโรงเรียนนั้นคับแคบเกินไป หากเขาจะสานต่อความฝันในวงการบันเทิง เขาต้องทำมันให้เต็มที่ สุดท้ายเขาตัดสินใจเลิกเรียนเพื่อเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว 

 

ทศวรรษ1990 แจ้งเกิดในฐานะ 4 จตุรเทพแห่งเกาะไต้หวัน

หลังจากที่เขาร้องเพลงประกอบโฆษณาไปหลายต่อหลายเพลง ในที่สุดก็สะดุดตาค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ในยุคนั้นอย่าง EMI จึงได้เชิญชวนทาเคชิออกอัลบั้มเป็นครั้งแรกในอัลบั้มที่ชื่อ Heartbreaking Nights (1992) โดยที่เขาได้โชว์ฝีไม้ลายมือในการแต่งเพลงหลายเพลงในอัลบั้ม ซึ่งการเปิดตัวนี้ได้รับการตอบรับระดับถล่มทลาย จนแฟน ๆ ต่างพากันเรียกขานเขาว่า Aniki ที่แปลว่า พี่ชาย และได้รับการจัดกลุ่มในฐานะ 4 จตุรเทพน้อยแห่งเกาะไต้หวัน โดยทาเคชิได้ร่วมกลุ่มกับ อู๋ฉี่หลง หลินจื้ออิง และ ซูโหย่วเผิง สร้างความเกรียวกราวถล่มทลายในยุคนั้น

และด้วยเสน่ห์ที่สามารถเรียกเสียงกรี๊ดจากสาว ๆ ทั้งฮ่องกงและไต้หวันนั้นเอง ทำให้ทาเคชิได้ชักเท้าก้าวสู่วงการอีกแขนงนั่นก็คือ การแสดงหนังนั่นเอง โดยหนังเรื่องแรกที่เขาแสดงนั้นคือหนังแอ็คชันพลังหญิงเรื่อง สวยประหาร 2 (Executioners, 1993) แม้จะเป็นบทสมทบ แต่ก็เป็นก้าวแรกที่ทำให้ทาเคชิเป็นที่รู้จักในโลกภาพยนตร์ จากนั้นก็ไต่เต้าสู่บทบาทพระรองในหนังโรแมนติกคอเมดี้อย่าง ผู้หญิงครึ่งคน (Mermaid Got Married, 1994) และได้รับบทนำครั้งแรกในฐานะพระเอกจากหนังเขย่าขวัญที่ไม่น่าจดจำอย่าง The Wrath of Silence (1994) 

แต่กับหนังเรื่องต่อมา กลับเปลี่ยนสถานะให้ทาเคชิกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ และเป็นสัญลักษณ์แห่งความเหงาเข้ากระดูกดำในทันที 

 

ตำรวจสุดเหงา และหนุ่มใบ้ผู้เปล่าเปลี่ยว

“หลายครั้งเมื่อคนเราอับโชคในความรัก ผมมักจะออกไปวิ่งให้เหงื่อมันออกจนหมดตัว เพื่อให้ร่างกายไม่เหลือน้ำให้ผลิตน้ำตา”

ทาเคชิได้รับโอกาสอันยิ่งใหญ่จากผู้กำกับสุดอาร์ตในยุคนั้นอย่าง หว่องการ์ไว ที่ชวนให้เขาร่วมแสดงในหนังเรื่อง ผู้หญิงผมทอง ฟัดหัวใจให้โลกตะลึง (Chungking Express, 1994) ที่เขาเป็นหนึ่งในตัวละคร 4 คนที่เล่าเรื่องราวความเปลี่ยวเหงาท่ามกลางเมืองอันแสนวุ่นวายของฮ่องกง โดยทาเคชิรับบทเป็นตำรวจรหัส 223 ตำรวจสุดระทมเมื่อความรักของเขาหมดอายุไปพร้อมสับปะรดกระป๋อง แม้บทบาทของเขานั้นจะมีแต่ถ้อยคำที่รำพึงรำพันในใจ แต่ไดอะล็อกสุดคมนั้นกลับกลายเป็นหนึ่งในคีย์เวิร์ดสำคัญที่ใครต่อใครมักกล่าวขานเมื่อเอ่ยถึงหนังเรื่องนี้ 

ทาเคชิเล่าเบื้องหลังการทำงานของหนังแจ้งเกิดเรื่องนี้ของเขาว่า มันเป็นหนึ่งในบทเรียนแห่งการแสดงสำคัญสำหรับเขาเลยทีเดียว 

“ผมค่อนข้างตกใจกับวิธีการกำกับที่ไม่เหมือนใครของผู้กำกับหว่องการ์ไว เพราะในแต่ละวันเราจะได้กระดาษเปล่า ๆ โดยที่ไม่รู้ว่าฉากที่เรากำลังจะถ่ายทำต่อไปนั้นคือฉากอะไร คริสโตเฟอร์ ดอยล์ ตากล้องก็มักจะมากองถ่ายในสภาพเมาแอ๋ทุกวัน แต่อย่างไรก็ตาม เราทุกคนมีความเชื่อมั่นในผู้กำกับเป็นอย่างมาก และบรรยากาศแห่งการสร้างสรรค์นั้นเต็มไปด้วยพลังและสนุกสนาน ที่ผ่าน ๆ มาผมแทบไม่เคยใส่ใจในการแสดงมากนัก จนได้มาทำงานร่วมกับเขาจึงได้รู้ว่าศิลปะแห่งการแสดงนั้นมันยิ่งใหญ่ขนาดไหน”

และพลังการแสดงของทาเคชิก็เปล่งประกายอย่างต่อเนื่องเมื่อเขาได้รับบทบาทที่เปรียบเสมือนขั้วตรงข้ามของหนัง Chungking Express ในหนังเรื่อง นักฆ่าตาชั้นเดียว (Fallen Angel, 1995) ที่พลิกบทบาทสลับขั้วจากผู้รักษากฎหมาย เป็นหนุ่มใบ้นอกคอกผู้ชอบถือวิสาสะบุกเปิดร้านในยามวิกาล บทบาทการแสดงของเขาพัฒนาอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับหนังเรื่องก่อนอย่างเห็นได้ชัด จนทำให้เขาได้เข้าชิงรางวัล Golden Bauhinia Awards ในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม 

หลังจากนั้นช่วงยุค 90s ก็เป็นช่วงเวลาแห่งการเก็บเกี่ยวชื่อเสียงสำหรับเขา ทั้งหนัง / เพลง / ถ่ายแบบ / พรีเซนเตอร์ เรียกได้ว่า เป็นช่วงเวลาที่รุ่งเรืองถึงขีดสุดสำหรับเขา นอกจากนั้นเขายังข้ามน้ำข้ามทะเลไปสร้างความฮอตกับซีรีส์ญี่ปุ่นในเรื่อง อยู่เพื่อรัก (God, Please Give Me More Time, 1998) ซีรีส์ดรามาสะเทือนอารมณ์ที่เขาได้แสดงร่วมกับเคียวโกะ ฟูคาดะ และ ปฏิบัติการรัก ปี 2000 (Love 2000, 2000) ที่กลายเป็นซีรีส์ที่ครองใจไปทั้งเอเชีย รวมไปถึงประเทศไทยอีกด้วย จากการแพร่ภาพในโทรทัศน์ช่อง ITV ในยุคนั้น ทำให้ทาเคชิเป็นหนุ่มในฝันของเหล่าสาว ๆ อย่างแท้จริง

 

ทศวรรษ 2000 ล้มเหลวเพื่อค้นหาตัวตน

ในทศวรรษต่อมา ทาเคชิพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะสลัดภาพหนุ่มน้อยหน้ามนในทศวรรษก่อน ด้วยการพิสูจน์ตัวตนในฐานะนักแสดงยอดฝีมือด้วยการรับงานที่หลากหลายขึ้น รวมไปถึงการพยายามเลือกที่จะร่วมงานกับผู้กำกับดัง ไม่ว่าจะเป็นจางอี้โหมว ที่เพิ่งประสบความสำเร็จสด ๆ ร้อน ๆ จาก Hero เพื่อมารับบทในหนังกำลังภายใน จอมใจบ้านมีดบิน (House of Flying Daggers, 2004) ร่วมงานในหนังเพลงของ ปีเตอร์ ชาน อยากร้องบอกโลกว่ารัก (Perhaps Love, 2005) และหนังเอพิคสงครามเรื่องยิ่งใหญ่ อหังการ์ เจ้าสุริยา (The Warlords, 2007) ได้ร่วมงานกับจอห์น วู ในหนังมหากาพย์ สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ (Red Cliff Part I/II, 2008-2009) รวมไปถึงผู้กำกับแห่งยุคอย่าง แอนดรูว์ เลา และ อลัน มัก ที่เพิ่งประสบความสำเร็จจาก 2 คน 2 คม ที่สานต่อด้วย คู่เดือด เฉือนคม (Confession of Pain, 2006) 

แต่ดูเหมือนโชคไม่ค่อยจะเข้าข้างทาเคชิเท่าใดนัก เพราะหนังที่เขาแสดงนั้นประสบความสำเร็จเพียงระดับกลาง ๆ ไม่อาจเทียบเท่าตอนเขาแสดงยุคก่อนหน้านั้นเลย ช่วงจังหวะชีวิตของเขาไม่มาช้าไปก็มาเร็วจนเกินไป เพราะตอนที่เขารับเล่นหนังไซ-ไฟของญี่ปุ่นในเรื่อง เพชฌฆาตทะลุศตวรรษ (Returner, 2002) ผลงานเรื่องต่อมาของผู้กำกับ ทาคาชิ ยามาซากิ ก็คือ Always: Sunset on Third Street เพราะหลายคนยังติดอยู่กับเสน่ห์ของเขาในทศวรรษที่แล้วมากกว่า 

See also  [Update] 9 เทคนิคง่ายๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น | การเปลี่ยนแปลงตัวเองให้สวยขึ้น - PINKAGETHAILAND

แม้ว่าทั้งทศวรรษ ทาเคชิจะยังค้นหาตัวเองในเส้นทางสายอาชีพ แต่มันกลับเป็นบทเรียนอันล้ำค่าของชีวิต และมันไม่ได้ทำลายความพยายามของเขาสักนิด โดยเขาได้ให้สัมภาษณ์ถึงช่วงเวลานั้นว่า

“ในขณะที่เติบโต คุณจะต้องพบกับความพ่ายแพ้อย่างแน่นอน คุณต้องล้มเหลวก่อนจึงจะประสบความสำเร็จ แล้วความสำเร็จของคุณจะมั่นคงยิ่งขึ้น แน่นอนว่าผมก็มีความล้มเหลวเช่นกัน ซึ่งน่าจะเป็นตอนที่ผมไม่พอใจกับการที่หนังออกมา ผมไม่อยากให้ใครมองผมเป็น ‘ผู้ชายในฝัน’ สำหรับใคร ๆ ไปตลอดกาล ผมอยากจะพัฒนาฝีมือการแสดงไปเรื่อย ๆ มากกว่า”

 

ทศวรรษ 2010 เขาก้าวเป็นพี่ใหญ่ด้วยใจทระนง

เมื่ออายุถึงเลข 4 หลายคนวิตกกังวลเมื่อย่างเข้าสู่วัยกลางคนอย่างเต็มตัว แต่สำหรับผู้ชายที่หน้าเด็กตลอดกาล ช่วงเวลาแห่งการขึ้นทศวรรษใหม่สำหรับเขาถือว่าเป็นโอกาสทองในการได้ลิ้มลองบทบาทที่แตกต่าง เขาเคยให้สัมภาษณ์อย่างติดตลกว่า เขาดีใจที่ผมหงอกบนศีรษะของเขาแล้ว

“ในที่สุดผมก็มีผมหงอกแล้ว! ผู้จัดการของผมขอให้ไปย้อมสีดำ แต่ผมปฏิเสธ เพราะมันถึงเวลาของมัน และมันบ่งบอกว่าตอนนี้ผมมีอายุสี่สิบเศษ ๆ แล้ว มันก็ถูกต้องแล้วที่จะมีผมหงอก” 

ทาเคชิสารภาพว่าเขาไม่เคยชินกับคำชมที่ได้รับในเรื่องหน้าตาดี และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในดาราชายที่ร้อนแรงที่สุดในยุคนั้นตอนที่เขาอายุ 17 จนถึงวันนี้ ทาเคชิยังคิดไม่ออกว่าจะได้รับคำชมแบบนี้ได้อย่างไรโดยไม่รู้สึกเคอะเขิน สิ่งที่ดีที่สุดที่เขาทำได้คือการกล่าวเพียงคำขอบคุณสั้น ๆ สาเหตุที่เขาไม่ค่อยยินดีกับคำชมนี้เพราะว่า “การชมว่าผมหน้าตาดี ก็เหมือนกับการชื่นชมพ่อและแม่ของผม มันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับผมเลย ผมเคยค่อนข้างดูถูกรูปลักษณ์ของตัวเองมาโดยตลอด แต่ตอนนี้ผมพยายามทำความเข้าใจแล้ว….”

ทาเคชิเลิกที่จะใส่ใจในบทบาทการแสดง เขาเปลี่ยนทิศทางในการหาบทบาทที่แปลกใหม่และท้าทายตัวตนของเขามากกว่า โดยเฉพาะบทตลก เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาอยากปรากฏตัวในหนังของโจวซิงฉือมาก ๆ แต่ไม่เคยมีโอกาสสักครั้งที่ได้ร่วมงาน ขณะเดียวกันผลงานในยุค 2010s ดูจะน้อยลงอย่างน่าใจหาย แต่สิ่งที่ได้มาคือความหลากหลายของผลงาน ไม่ว่าจะเป็นหนังโศกนาฏกรรมความรักท่ามกลางไฟสงครามของเรือเดินสมุทรอย่าง The Crossing (2014-2015) ที่เปรียบเป็น Titanic แห่งแดนมังกรของจอห์น วู หนังตลกที่ได้ปลดปล่อยการแสดงในหนังล้อเลียนความหว่องเรื่อง รักเธอ…ทุกวันพรุ่งนี้ (See You Tomorrow, 2016) และล่าสุดกับหนังโรแมนติกคอเมดี้ ในบทบาทนักชิมสุดเนี้ยบในหนังไต้หวัน This Is Not What I Expected (2017) ที่ทำให้เขาคว้ารางวัล Golden Screen Awards สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมไปครอง

จนถึงปัจจุบัน ทาเคชิมีความสุขกับการใช้ชีวิตเรียบง่าย ในแบบฉบับชายวัยกลางคน แม้จะเคยมีข่าวลือว่าเขาเข้าพิธีวิวาห์แบบเงียบ ๆ แต่ก็ไม่มีใครที่สามารถคอนเฟิร์มได้ แต่ทาเคชิก็เคยวาดหวังกับชีวิตในบั้นปลายของเขาเอาไว้ว่า 

“ถ้าวันหนึ่งผมแต่งงานมีลูก ผมอาจจะเป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่ดูแลครอบครัวอย่างจริง ๆ จัง ๆ ทุกวันผมจะกินข้าวที่บ้าน ช่วยทำงานบ้านและดูแลเด็ก ๆ ผมต้องการเพียงเท่านี้” 

และนี่คือเรื่องราวชีวิตของผู้ชายที่เสน่ห์ไม่มีวันหมดอายุเหมือนสับปะรดกระป๋อง ซึ่งถ้าเป็นไปได้ คนที่รักในตัวตนของเขาคงอยากเก็บช่วงเวลาและความทรงจำดี ๆ ของผู้ชายคนนี้ให้ยาวนานเป็นหมื่น ๆ ปี

 

ข้อมูล

https://www.thefamouspeople.com/profiles/takeshi-kaneshiro-11415.php

Takeshi Kaneshiro: “The Takeshi You Know Is The Takeshi In Your Mind”

https://english.cw.com.tw/article/article.action?id=298

GQ China Magazine

Touch Magazine

[NEW] ดูหนัง ดู ภาพยนตร์ ดู Movie เรื่องใหม่ เรื่อง The Warlords 3 อหังการ์ เจ้าสุริยา | ทาเคชิ คาเนชิโร่ – PINKAGETHAILAND

มงคลซีเนม่า มอบของขวัญส่งท้ายปลายปีกับชาวไทย ด้วยภาพยนตร์มหากาพย์แอ็คชั่น ฟอร์มยักษ์เรื่องเยี่ยมจากฮ่องกง อย่าง

“The Warlords : 3 อหังการ์ เจ้าสุริยา”

เข้าฉายในวันที่ 13 ธันวาคม 2550 และยิ่งไปกว่านั้น ยังขนทัพนักแสดงนำและผู้กำกับของเรื่อง บินลัดฟ้ามาเยือนแฟนๆชาวไทยอีกด้วย

ได้แก่

“เจ็ท ลี”

,

“หลิวเต๋อหัว”

,

“ทาเคชิ คาเนชิโร่”

และ

“ปีเตอร์ ชาน”

(ผู้กำกับ) โดยทั้งหมดมาถึงท่าอากศยาน สุวรรณภูมิ ในช่วงเช้าของวันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม 2550

          จากนั้นในช่วง 13.00 น. นักแสดงและผู้กำกับ ได้พบปะสื่อมวลชน ในงาน Press Conference  ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล และที่ประทับใจที่สุดในงานนี้ ก็คือ เมื่อมีสื่อมวลชนท่านหนึ่งสัมภาษณ์ “เจ็ท ลี” ว่า

“ที่คุณใส่เสื้อเหลืองในวันนี้ ทราบความหมายของเสื้อสีเหลืองหรือไม่”

เจ็ท ลี ได้ตอบคำถามว่า

“ผมทราบดีว่า ปีนี้เป็นปีมงคลของไทย เพราะเป็นปีที่ในหลวงของปวงชนชาวไทย ครบรอบ 80 พรรษา ซึ่งเป็นที่น่าปีติยิ่ง ผมจึงสวมเสื้อเหลืองเป็นการถวายพระพรด้วย และขอให้พระองค์จงทรงพระเจริญ ผมจะได้ใส่เสื้อเหลืองมาร่วมเฉลิมฉลองอีก”

ทันทีที่เจ็ท ลี ตอบคำถามจบ เสียงกรี๊ดของสื่อมวลชนชาวไทย ก็ดังก้องไปทั้งห้อง

          เรียกได้ว่าได้ใจชาวไทยไปถ้วนหน้า หลังจากทำการสัมภาษณ์ Press Conference จบในเวลา 14.00 น. นักแสดงและผู้กำกับก็แยกย้ายไปทำการสัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอื่นๆต่อไป

          กระทั่งเวลา 19.00 น.นักแสดงทั้ง 3 และ ผู้กำกับ ได้มาปรากฏตัวพบปะกับแฟนๆ ชาวไทย ในงาน The Warlords Thailand Premiere ณ ชั้น 7 SF World Cinema

โดยในงานมีแฟนๆมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก เล่นเอาสถานที่ดูแคบไปถนัดตา แต่ยิ่งแฟนๆมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเรียกรอยยิ้มจากทั้ง “เจ็ท ลี”, “หลิวเต๋อหัว”, “ทาเคชิ คาเนชิโร่” และ “ปีเตอร์ ชาน” ได้มากเท่านั้น

See also  Dr Gunyamol ep 4 ดูอย่างไร บวมจากโรคไต หมอไตให้คำตอบ โดย พญ.กัลย์ยมล | ยา ลด อาการ บวมน้ำ | ทรงผมที่สวยที่สุด

และที่สำคัญยังเปิดโอกาสให้แฟนๆชาวไทยผู้โชคดี 4 คน มีโอกาสขึ้นมาถ่ายรูปกับนักแสดงทั้ง 3 และ ผู้กำกับ อย่างใกล้ชิด โดยจับฉลากจากหางบัตรชมภาพยนตร์เรื่อง The Warlords รอบปฐมทัศน์ แม้จะมีเวลาปรากฏตัวไม่นานนัก แต่ก็สามารถสร้างความประทับใจและเรียกเสียงกรี๊ดจากชาวไทยได้ตลอดเวลา ถือเป็นความประทับใจส่งท้ายปลายปีจริงๆ

นอกจากนั้นภายในงานยังมีเหล่านักแสดงไทย เข้าร่วมงานด้วย เช่น ตั๊ก บงกช คงมาลัย / นักแสดงจากภาพยนตร์ รักแห่งสยาม / น้องเกรซ นวรัตน์ เตชะรัตนประเสริฐ เป็นต้น

          หลังจากนั้นในเวลาประมาณ 19.30 น. ทั้งหมดก็ได้ ไปที่ ณ ZEN Event Gallery ห้างสรรพสินค้าเซน ชั้น8 เพื่อร่วมงาน The Warlords Thailand Charity Premiere 2007 โดยมี

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นองค์ประธานของงาน เมื่อนักแสดงมาถึงบริเวณหน้างาน ทั้ง “เจ็ท ลี”, “หลิวเต๋อหัว” และ “ทาเคชิ คาเนชิโร่” ได้ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา อีกด้วย

จากนั้นนักแสดงทั้ง 3 และ ปีเตอร์ ชาน ได้เข้าร่วมงานการกุศล และ นำของที่ระลึกส่วนตัว มาร่วมประมูลในงานนี้ เพื่อนำรายได้ทั้งหมด มอบให้มูลนิธิ To be Number 1 โดยรายละเอียดในการประมูลเป็นดังนี้

         

– ของประมูลของ “เจ็ท ลี” ได้แก

่ แว่นตากันแดด และ กางเกงยีนส์ ของรักของหวง ผู้ที่ประมูลได้ คือ น้องเกรซ นวรัตน์ เตชะรัตนประเสริฐ ราคาที่ประมูล 64,000 บาท

          –

ของประมูลของ “หลิวเต๋อหัว” ได้แก่

หุ่นโมเดล คาแรกเตอร์จากภาพยนตร์ The Warlords ผู้ที่ประมูลได้ คือ คุณชาลี ลิม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท Rong Thai Intel จำกัด ราคาที่ประมูล 99,000 บาท

          –

ของประมูลของ “ทาคเชิ คาเนชิโร่” ได้แก

่ หุ่นโมเดล คาแรกเตอร์จากภาพยนตร์ The Warlords ผู้ที่ประมูลได้ คือ คุณอลัน นามชัยศิริ กรรมการผู้จัดการห้างสรรพสินค้าเซน ราคาที่ประมูล 69,000 บาท

         

และในเวลา 20.00 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จมาถึงบริเวณงาน เพื่อเป็นองค์ประธาน จากนั้น คุณเตือนใจ เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการบริษัท สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ขึ้นกล่าวรายงานถึงความเป็นมาของงานครั้งนี้

โดยงานนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการ นำรายได้จากการจำหน่ายบัตรรอบพิเศษ จากภาพยนตร์ The Warlords : 3 อหังการ์ เจ้าสุริยา  และ จากการประมูลของจากนักแสดง มอบให้กับ มูลนิธิ To be Number 1

          จากนั้น “ปีเตอร์ ชาน” ผู้กำกับภาพยนตร์ The Warlords ได้ขึ้นถวายรายได้จากการประมูล จำนวน 232,000 บาท ให้กับมูลนิธิ To be Number 1 และ “เจ็ท ลี” ได้ขึ้นถวายรายได้จากการจำหน่ายบัตร จำนวน 1,095,500 บาท ให้กับ มูลนิธิ To be Number 1 เช่นกัน และเนื่องจาก มูลนิธิ To be Number 1 และ The one foudation ของเจ็ท ลี มีแนวทางในการช่วยเหลือสังคมในแนวทางเดียวกัน ทางทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี จึงมอบรายได้ส่วนหนึ่งให้กับ มูลนิธิ The one foudation ของ เจ็ท ลี

         

หลังจากนั้น ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้เสด็จไปชมภาพยนตร์ The Warlords : 3 อหังการ์ เจ้าสุริยา รอบปฐมทัศน์ ต่อไปส่วนนักแสดงทั้ง 3 และ ปีเตอร์ ชาน ได้เดินทางกลับโรงแรม ก่อนจะเดินทางกลับประเทศฮ่องกง ในเช้า วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม

          สำหรับใครที่อยากติดตามภาพการสัมภาษณ์ของนักแสดงทั้ง 3 “เจ็ทลี”, “หลิวเต๋อหัว”, “ทาเคชิ คาเนชิโร่” แบบประทับใจและพิเศษสุดๆ สามารถติดตามได้ ในรายการ ตี 10 เทปวันอังคารที่ 18 ธันวาคม 2550 นี้ และถ้าใครอยากสัมผัสความประทับใจกับภาพยนตร์

The Warlords : 3 อหังการ์ เจ้าสุริยา ชมได้ทุกโรงภาพยนตร์ ในวันที่ 13 ธันวาคม นี้

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

“The Warlords” จัดแถลงข่าวยิ่งใหญ่ในจีน

The Warlords โชว์ในเทศกาลหนังเวนิซ เรียกเสียง ฮือฮา

“เจ็ทลี” “หลิวเต๋อหัว” และ “ทาเคชิ คาเนชิโร่” แท็คทีมมาเมืองไทย

ได้แก่และ(ผู้กำกับ) โดยทั้งหมดมาถึงท่าอากศยาน สุวรรณภูมิ ในช่วงเช้าของวันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม 2550จากนั้นในช่วง 13.00 น. นักแสดงและผู้กำกับ ได้พบปะสื่อมวลชน ในงาน Press Conference ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล และที่ประทับใจที่สุดในงานนี้ ก็คือ เมื่อมีสื่อมวลชนท่านหนึ่งสัมภาษณ์ “เจ็ท ลี” ว่าเจ็ท ลี ได้ตอบคำถามว่าทันทีที่เจ็ท ลี ตอบคำถามจบ เสียงกรี๊ดของสื่อมวลชนชาวไทย ก็ดังก้องไปทั้งห้องเรียกได้ว่าได้ใจชาวไทยไปถ้วนหน้า หลังจากทำการสัมภาษณ์ Press Conference จบในเวลา 14.00 น. นักแสดงและผู้กำกับก็แยกย้ายไปทำการสัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอื่นๆต่อไปกระทั่งเวลา 19.00 น.นักแสดงทั้ง 3 และ ผู้กำกับ ได้มาปรากฏตัวพบปะกับแฟนๆ ชาวไทย ในงาน The Warlords Thailand Premiere ณ ชั้น 7 SF World Cinemaและที่สำคัญยังเปิดโอกาสให้แฟนๆชาวไทยผู้โชคดี 4 คน มีโอกาสขึ้นมาถ่ายรูปกับนักแสดงทั้ง 3 และ ผู้กำกับ อย่างใกล้ชิด โดยจับฉลากจากหางบัตรชมภาพยนตร์เรื่อง The Warlords รอบปฐมทัศน์ แม้จะมีเวลาปรากฏตัวไม่นานนัก แต่ก็สามารถสร้างความประทับใจและเรียกเสียงกรี๊ดจากชาวไทยได้ตลอดเวลา ถือเป็นความประทับใจส่งท้ายปลายปีจริงๆหลังจากนั้นในเวลาประมาณ 19.30 น. ทั้งหมดก็ได้ ไปที่ ณ ZEN Event Gallery ห้างสรรพสินค้าเซน ชั้น8 เพื่อร่วมงาน The Warlords Thailand Charity Premiere 2007 โดยมีจากนั้นนักแสดงทั้ง 3 และ ปีเตอร์ ชาน ได้เข้าร่วมงานการกุศล และ นำของที่ระลึกส่วนตัว มาร่วมประมูลในงานนี้ เพื่อนำรายได้ทั้งหมด มอบให้มูลนิธิ To be Number 1 โดยรายละเอียดในการประมูลเป็นดังนี้่ แว่นตากันแดด และ กางเกงยีนส์ ของรักของหวง ผู้ที่ประมูลได้ คือ น้องเกรซ นวรัตน์ เตชะรัตนประเสริฐ ราคาที่ประมูล 64,000 บาทหุ่นโมเดล คาแรกเตอร์จากภาพยนตร์ The Warlords ผู้ที่ประมูลได้ คือ คุณชาลี ลิม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท Rong Thai Intel จำกัด ราคาที่ประมูล 99,000 บาท่ หุ่นโมเดล คาแรกเตอร์จากภาพยนตร์ The Warlords ผู้ที่ประมูลได้ คือ คุณอลัน นามชัยศิริ กรรมการผู้จัดการห้างสรรพสินค้าเซน ราคาที่ประมูล 69,000 บาทโดยงานนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการ นำรายได้จากการจำหน่ายบัตรรอบพิเศษ จากภาพยนตร์ The Warlords : 3 อหังการ์ เจ้าสุริยา และ จากการประมูลของจากนักแสดง มอบให้กับ มูลนิธิ To be Number 1จากนั้น “ปีเตอร์ ชาน” ผู้กำกับภาพยนตร์ The Warlords ได้ขึ้นถวายรายได้จากการประมูล จำนวน 232,000 บาท ให้กับมูลนิธิ To be Number 1 และ “เจ็ท ลี” ได้ขึ้นถวายรายได้จากการจำหน่ายบัตร จำนวน 1,095,500 บาท ให้กับ มูลนิธิ To be Number 1 เช่นกัน และเนื่องจาก มูลนิธิ To be Number 1 และ The one foudation ของเจ็ท ลี มีแนวทางในการช่วยเหลือสังคมในแนวทางเดียวกัน ทางทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี จึงมอบรายได้ส่วนหนึ่งให้กับ มูลนิธิ The one foudation ของ เจ็ท ลีสำหรับใครที่อยากติดตามภาพการสัมภาษณ์ของนักแสดงทั้ง 3 “เจ็ทลี”, “หลิวเต๋อหัว”, “ทาเคชิ คาเนชิโร่” แบบประทับใจและพิเศษสุดๆ สามารถติดตามได้ ในรายการ ตี 10 เทปวันอังคารที่ 18 ธันวาคม 2550 นี้ และถ้าใครอยากสัมผัสความประทับใจกับภาพยนตร์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

See also  [NEW] เทรนด์ผมสั้น อากาศร้อนแบบนี้ ผมบ๊อบมาแรง ตัดแล้วหน้าเด็ก | แบบ ผม เด็ก - PINKAGETHAILAND


วลาดและนิกิ เรื่องราวของของเล่นตลกที่มีชุดสำหรับเด็ก


ชุดวิดีโอที่มีของเล่นและเครื่องแต่งกายสำหรับเด็ก
สมัครสมาชิกช่อง!
Vlad \u0026 Niki ร้านค้า: https://vladandniki.com/
แอปพลิเคชันของเราบน Google Play:
https://play.google.com/store/apps/details?id=me.apptivise.vladnikita
แอพของเราใน App Store:
https://apps.apple.com/us/app/vladniki/id1497525407
VLAD Instagram https://www.instagram.com/Vlad.super.Vlad/
NIKITA Instagram https://www.instagram.com/nikitoys_official/

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

วลาดและนิกิ   เรื่องราวของของเล่นตลกที่มีชุดสำหรับเด็ก

สามก๊ก เพิ่มกำลังใจ


\”ปราชญ์ดีสนับสนุนผู้พร้อมด้วยคุณธรรม\”
การยอมจำนนไม่ถือว่าแพ้ชนะ แต่คือคุณธรรม (ขงจื้อ)
ขอบคุณที่มา : ภาพยนต์จีนเรื่อง สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ
เพจแนะนำ https://www.facebook.com/thai.confucius

สามก๊ก เพิ่มกำลังใจ

[Ost.Precious Time 1998] อยู่เพื่อรัก I FOR YOU – Luna Sea


[Ost.Precious Time] อยู่เพื่อรัก I FOR YOU Luna Sea 1998
神様、もう少しだけ
Kaneshiro Takeshi Ishikawa Keigo
Fukada Kyoko (深田 恭子) Kano Masaki

[Ost.Precious Time 1998] อยู่เพื่อรัก I FOR YOU - Luna Sea

神阿請給我多一點時間 I for you (Luna Sea)


神阿請給我多一點時間  I for you (Luna Sea)

ภาพยนต์ The sleepless town


ตาพากย์เป็น \” นาโอมิ \”

ภาพยนต์ The sleepless town

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่BEAUTIFUL HAIR

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ ทาเคชิ คาเนชิโร่

Leave a Comment