[Update] อีก 10 ปีข้างหน้าอยากเป็นแบบไหน? : ชวนออกแบบตัวเองในอนาคตผ่านหลักจิตวิทยา Future Self | การ เปลี่ยนแปลง ตัว เอง ให้ ขาว ขึ้น – PINKAGETHAILAND

การ เปลี่ยนแปลง ตัว เอง ให้ ขาว ขึ้น: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

Contents

ยังจำตัวเองเมื่อ 10 ปีที่แล้วได้ไหม? ตัวเราในวันนี้ เปลี่ยนไปจากในวันนั้นมากหรือเปล่า? แล้วในอีก 10 ปีข้างหน้า คิดว่าตัวเองจะเปลี่ยนแปลงมากไปกว่านี้ไหม?

 

หลายๆ ครั้งที่เรามักได้ยินคำพูดที่ว่า “ตัวเราในวันนี้ จะเป็นคนกำหนดตัวเราในวันหน้า” ซึ่งนั่นอาจจะไม่จริงเสมอไป ลองคิดย้อนเทียบตัวเราวันนี้กับในอดีตดูสิ เราอาจจะพบว่ามีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นจนแทบไม่เหลือบางอย่างที่เคยมีเมื่อ 10 ปีก่อนเลยด้วยซ้ำ

เช่นกัน.. ตัวเราในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้า อาจไม่ได้ถูกกำหนดจากตัวเราในวันนี้ทั้งหมด ถึงวันนี้ เราอาจจะรู้สึกว่าตัวเราในอนาคตอาจจะไม่ได้เปลี่ยนไปจากวันนี้มากนัก แต่จริงๆ เรากำหนดอนาคตได้ โดยไม่ต้องอ้างอิงจากประสบการณ์ในปัจจุบันเสมอไป และนั่นคือ ‘Psychology of Future Self’ วิธีออกแบบตัวเราอนาคตที่นักจิตวิทยาเสนอไว้

 

ทำไมต้อง Psychology of Future Self?

นั่นก็เพราะงานศึกษาในสาขาจิตวิทยาที่ผ่านมาและการคาดการณ์ถึงอนาคตของคนส่วนใหญ่ มักติดอยู่ในกรงขังของประสบการณ์ในอดีตและปัจจุบัน (อาจเพราะได้รับอิทธิพลแบบฟรอยด์) นั่นทำให้ “มนุษย์มักคิดว่าตัวเราในปัจจุบันคือเวอร์ชั่นที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว แม้ว่ามันจะไม่จริงก็ตาม” (Human beings are works in progress that mistakenly think they are finished.) ตามที่ Daniel Gilbert หนึ่งในนักจิตวิทยาที่ตีพิมพ์งานวิจัยเรื่อง ‘The End of History Illusion’ อธิบายไว้

งานวิจัยชิ้นนี้ ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของชาวอเมริกันเกือบสองหมื่นคน ในช่วงอายุตั้งแต่ 18-68 ปี แล้วพบว่า คนส่วนใหญ่มักคิดว่าความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นกับพวกเขาไปแล้วในอดีต ส่วนอนาคตนั้นคงจะไม่ค่อยเกิดการเปลี่ยนแปลงเท่าไรนัก รวมถึงยังคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงในอนาคตต่ำกว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงทั้งนั้น

ตัวอย่างเช่น คนอายุ 30 ส่วนใหญ่ บอกว่าพวกเขาไม่ได้ชอบอาหารที่พวกเขาเคยชอบตอนอายุ 20 แต่คนอายุ 20 คิดว่าตัวเองจะยังชอบอาหารที่ชอบอยู่ในอีกสิบปีข้างหน้า หรือคนอายุ 50 บอกว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาไม่ได้เชื่อเหมือนตอนที่เขาเคยเชื่อตอนอายุ 40 ส่วนคนอายุ 40 กลับคิดว่าพวกเขาจะยังมีความเชื่อหลายอย่างเหมือนเดิมอยู่ในตอนอายุ 50

แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราต่างมีศักยภาพในการจินตนาการและจำลองเหตุการณ์ในอนาคตมากกว่านั้น ซึ่งอธิบายได้ด้วยจิตวิทยาสาขา Prospective Psychology ที่บอกว่า มนุษย์เราสามารถเห็นโอกาสและจินตนาการได้ถึงสิ่งที่ยังไม่มี ยังไม่เกิดขึ้น ผ่านบุคลิกภาพแบบเปิดใจรับประสบการณ์ใหม่ๆ (Openness to experience) แถมยังสามารถใช้มันช่วยขับเคลื่อนปัจจุบัน ไปสู่อนาคตแบบที่เราอยากเป็นได้อีกด้วย

นอกจากนี้ Hal Hershfield นักจิตวิทยาจาก UCLA ยังเคยลองศึกษาผลของการสร้าง Future Self กับการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ของคน แล้วพบว่าการมองหาสิ่งที่เราอยากเปลี่ยนแปลง แล้วสร้าง Future Self ให้เป็นคนละคนกับตัวเราในปัจจุบัน ช่วยสร้างเป้าหมายให้การตัดสินใจง่ายขึ้น แตกต่างออกไป และได้ผลลัพธ์ที่ต้องการมากขึ้น

See also  [Update] สูตรเด็ด! ทำชีสเค้กในแก้วกาแฟด้วยไมโครเวฟ อร่อยนุ่มลิ้น กินแล้วติดใจ! | ทำเค้กด้วยไมโครเวฟ - PINKAGETHAILAND

 

ทำอย่างไรให้ Future Self เกิดขึ้นได้จริง?

Benjamin Hardy เสนอวิธีในการทำ Future Self ใน Harvard Business Review ไว้ 3 ขั้นตอนเบื้องต้นง่ายๆ คือ

1.แยกอดีต ปัจจุบัน และอนาคตออกจากกันให้ได้ : เป็นปกติที่เราจะมองปัจจุบันเป็นภาพใหญ่ และยึดมั่นกับสิ่งที่เราเป็นในวันนี้ แต่ Dr. Ellen Langer นักจิตวิทยาจาก Harvard บอกว่าการแปะป้ายหรือแม้แต่ใช้คำบอกว่า “ฉันเป็น..” ก็มีส่วนทำให้เราปิดประตูใส่ความเป็นไปได้อื่นๆ ที่จะเข้ามา ดังนั้น ดีกว่าการที่บอกว่าตัวเองเป็นอะไรในวันนี้ คือการบอกว่าฉันเปลี่ยนแปลงจากเมื่อวานมายังไงบ้าง

ทางหนึ่งที่ช่วยให้สังเกตและใส่ใจความเปลี่ยนแปลงได้ คือการติดตามและบันทึกความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง อาจจะเป็นรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายปี เมื่อไหร่ที่เราเริ่มแยกแยะความเปลี่ยนแปลงตัวเองจากอดีตมาปัจจุบันได้ การมองการเปลี่ยนแปลงไปสู่อนาคตได้ก็จะง่ายขึ้นเช่นกัน

 

2.คิดถึงตัวเองที่อยากให้เป็นในอนาคตให้ออก : การจินตนาการถึงอนาคตนั้นเป็นเรื่องยากสำหรับหลายคน ถามว่าให้คิดถึงตัวเองใน 3 ปี 5 ปี 10 ปี อาจจะนึกไม่ออกทันที (แค่ปีหน้า บางทียังเป็นเรื่องยากเลย) แต่หากเราไม่ลองทำ ชีวิตเราก็จะไหลไปแบบเลยตามเลย จนรู้ตัวก็เสียดายที่พลาดอะไรไปหลายอย่าง

หนึ่งในตัวช่วยที่จะก่อร่างสร้างภาพตัวเองในอนาคตได้คือ ‘Deliberate Practice’ ที่มีหลักการ 5 อย่างคือ 1) ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนและเป็นไปได้ 2) ตัดสิ่งรบกวนออกไปให้หมด 3) ทำให้สำเร็จไปทีละอย่างและวัดผลอยู่เสมอ 4) ปรับวิธีการอยู่เสมอ และ 5) จินตนาการภาพตัวเองทำสำเร็จซ้ำๆ โดยอาจจะทำให้เป็นบันทึก (Journaling) อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้ชัดเจนมากขึ้น

แรงจูงใจและความหวังในการทำอะไรสักอย่าง ไม่ได้มาจากการฟังหรือเห็นอะไรบันดาลใจเพียงอย่างเดียว แต่มักจะมาจากผลลัพธ์ที่วัดผลและจับต้องได้ บวกกับการมองเห็นวิธีการไปถึงเป้าหมายและความเป็นไปได้ที่จะทำสำเร็จต่างหาก

3.เปลี่ยนวิธีอธิบายตัวตนของคุณ (Identity) : ก่อนอื่นต้องแยกให้ออกก่อนระหว่างอัตลักษณ์ (Identity) และบุคลิกภาพ (Personality) อัตลักษณ์นั้นทรงพลังกว่า มันสามารถขับเคลื่อนทัศนคติและพฤติกรรมต่างๆ จนกลายมาเป็นบุคลิกภาพ

สังเกตว่าเวลาคนให้เราแนะนำตัว วิธีอธิบายตัวตนของเรานั้น มักจะยึดโยงอยู่กับอดีตและปัจจุบัน จนถ้ามันถูกจำกัดไว้แค่นั้น มันอาจจะส่งผลต่อทัศนคติและพฤติกรรมต่างๆ จนกลายเป็นบุคลิกภาพในอนาคตของเราได้ แต่ถ้าเรามีตัวตนในอนาคตที่คิดภาพไว้ชัดเจน เราอาจเปลี่ยนวิธีอธิบายตัวตนของเรา จนทำให้บุคลิกภาพเราเปลี่ยนแปลงไปสู่อนาคตที่เราอยากเป็นได้ (State of Becoming)

 

อย่างที่บอก แม้การจินตนาการถึงอนาคตนั้นเป็นเรื่องยาก แต่ลองท้าทายตัวเองด้วยการคิดถึง Future Self สิ่งที่เราอยากในอีก 10 ปีข้างหน้า นี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นให้เราได้หลุดจากวิธีคิดและชีวิตแบบเดิมๆ กล้าหวังกับอนาคตแบบใหม่ๆ และเปลี่ยนอนาคตให้เป็นแบบที่เราอยากเป็นได้ ไม่ว่าเมื่อวานและวันนี้ของเราจะเป็นแบบไหนก็ตาม

 

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

www.fastcompany.com

hbr.org

www.nytimes.com

 

อ่านเพิ่มเติม

– The End of History Illusion:  https://wjh-www.harvard.edu/~dtg/Quoidbach%20et%20al%202013.pdf

– Shaping One’s Future Self – The Development of Deliberate Practice:  https://www.researchgate.net/publication/281428331_Shaping_One%27s_Future_Self_-_The_Development_of_Deliberate_Practice

– Pragmatic Prospection: How and Why People Think about the Future: https://journals.sagepub.com/doi/10.1037/gpr0000060

– Future self-continuity: how conceptions of the future self transform intertemporal choice: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3764505/

Share this article


[NEW] 8 วิธีเปลี่ยนเป็นคนใหม่ในการทำงาน : เปลี่ยนการทำงาน | การ เปลี่ยนแปลง ตัว เอง ให้ ขาว ขึ้น – PINKAGETHAILAND

          เคยบ้างไหมที่อยากจะมีวันที่ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกกระตือรือร้นอยากไปทำงาน

เคยบ้างไหมที่เห็นคนอื่นเขาประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่เรายังย่ำอยู่ที่เดิม

See also  [Update] 8 เคล็ดลับ หลังยืดผมแล้วควรทำอย่างไร…ให้ผมตรงสวยได้นาน • สุขภาพดี | ผม ตรง โดย ไม่ ต้อง ยืด - PINKAGETHAILAND

          หากคุณเคยมีความรู้สึกคล้าย ๆ ตัวอย่างเหล่านี้  ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีด้วยที่อย่างน้อยคุณมีการประเมินตัวเองและรู้ว่าควรจะพัฒนาให้ดีขึ้น หากคุณต้องการเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ อย่ารอเวลาอีกต่อไป 8 วิธีต่อไปนี้อาจจะช่วยคุณได้  

จุดมุ่งหมายต้องชัดเจน

          การทำงานโดยไร้จุดหมายเป็นสาเหตุสำคัญที่มักทำให้ผู้คนขาดแรงบันดาลใจ ดังนั้นทุกเรื่องต้องเริ่มจากการมีเป้าหมายก่อนเป็นอันดับแรก คุณต้องมีความชัดเจนว่าต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่ออะไรหรือเพื่อใคร และต้องการให้ตัวเองคนใหม่เป็นแบบไหน คุณอาจจะต้องการเลื่อนตำแหน่ง เงินเดือนขึ้น หรือต้องการสร้างบ้านให้พ่อกับแม่ เป้าหมายเหล่านี้จะเป็นสิ่งคอยผลักดันให้ทุกอย่างเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามเป้าหมายควรเป็นสิ่งที่ตั้งอยู่บนความเป็นไปได้ ประเมินได้และมีกรอบเวลาชัดเจน

ทัศนคติคุณพร้อมหรือยัง

          การแบกความคิดด้านลบไว้เต็มสมองไม่ช่วยอะไรนอกจากจะดึงคุณให้ห่างออกจากเป้าหมายมากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งสำคัญมากหลังจากตั้งเป้าหมายแล้วคือความเชื่อว่าสิ่งนั้นไปถึงได้จริง หากแม้แต่ตัวคุณเองยังไม่มีความเชื่อนี้ คุณจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้อย่างไร

ศึกษาข้อมูลและวางแผน

          เพื่อเป้าหมายนี้ คุณจะต้องทำอะไรบ้าง ลองคิดวิเคราะห์ออกมาตามแบบฉบับของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร งานที่บริษัทปัจจุบันตอบในสิ่งที่คุณอยากได้หรือไม่ ถ้าใช่ คุณจะทำอย่างไรเพื่อให้จุดหมายของคุณเป็นจริง คุณต้องพัฒนาหรือปรับปรุงตนเองในด้านไหนบ้าง ต้องใช้เวลาเท่าไร วางแผนให้จริงจังเป็นรูปธรรมอย่าตั้งกรอบเวลาลอย ๆ

ลองทำอะไรใหม่ ๆ ให้ตัวเองบ้าง

          การก้าวออกจาก Comfort Zone  เป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาตนเอง เพราะสิ่งนี้จะทำให้คุณได้เรียนรู้ว่าโลกกว้างไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด คุณยังสามารถทำอะไรได้อีกตั้งหลายอย่าง อย่าจำกัดตัวเองอยู่แค่ในวงกลมเดิม ๆ ที่ตัวเองเคยอยู่ ไม่จำเป็นต้องทำอะไรที่ยิ่งใหญ่หรือเกี่ยวกับงานเสมอไป สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น เลือกทางกลับบ้านใหม่ ลองทานอาหารเมนูใหม่ ลองอ่านหนังสือหรือดูหนังประเภทที่ตัวเองไม่เคยดูมาก่อน ทำให้โลกของตัวเองกว้างขึ้น เพื่อความกลัวและความกังวลของคุณจะได้เล็กลง สิ่งนี้จะฝึกจิตคุณให้เปิดกว้างและพร้อมรับความสำเร็จได้ง่ายขึ้น

ลองสังสรรค์กับผู้คนใหม่ ๆ บ้าง

          การเลือกคบคนมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คุณควรพาตัวเองไปรู้จักพูดคุยกับกลุ่มคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้คุณได้บ้าง เพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้างานคนไหนที่เป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับคุณ หรืออาจจะเป็นคนอื่นนอกบริษัทก็ได้ เข้าไปเรียนรู้วิธีคิด วิธีการทำงานของเขา และนำมาปรับใช้เพื่อพัฒนาตัวเอง

อย่าผัดวันประกันพรุ่ง

          จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับคุณเลย หากคุณมีแผนทั้งหมดในใจแต่ไม่เคยแม้แต่จะเริ่มลงมือทำ “ไม่มีเวลา” “วันนี้ไม่ว่าง” ไม่ใช่เหตุผลที่ดีพอ คนเราทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงต่อวันเท่ากัน คุณมีแผนในมือแล้ว ควรลงมือทำเดี๋ยวนี้ ยิ่งคุณผัดผ่อนออกไป โอกาสในการเปลี่ยนแปลงตัวเองก็ริบหรี่ลงทุกวัน เพราะคุณจะเริ่มท้อถอยและยอมรับกับสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ในปัจจุบันว่า “นี่เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้หรอก”

ทำให้เป็นนิสัย

          Dr. Maxwell Maltz เคยกล่าวถึงทฤษฎี 21 วันในหนังสือ Psycho-Cybernetics ของเขาว่าคนเรามักจะใช้เวลาประมาณ 21 วันในการสร้างความคุ้นชินกับสิ่งใหม่ๆ ในเวลาต่อมานักคิด นักพูดทั้งหลายต่างนิยมนำเอาหลักการนี้มาอ้างอิงว่าการกระทำใดก็ตามที่คุณทำอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 21 วัน สิ่งนั้นจะกลายมาเป็นนิสัยความเคยชินของเรา คุณอาจจะไม่ต้องยึดติดกับตัวเลขนั้น แต่คุณต้องระลึกเสมอว่าการจะเปลี่ยนแปลงตัวเองหมายถึงคุณจะต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างถาวร ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนนั้นเกิดจากการกระทำอย่างจริงจังและสม่ำเสมอเท่านั้น นอกจากนี้คุณควรท่องไว้ว่าไม่มีใครทำสำเร็จในครั้งแรก ไม่มีใครที่ไม่เคยล้ม ความแตกต่างระหว่างคนที่ประสบความสำเร็จกับผู้แพ้นั้นมีเพียงแค่จิตใจที่ไม่ย่อท้อต่อความล้มเหลว ทุกครั้งที่ล้ม หากคุณเหนื่อย คุณจงหยุดพัก แต่พร้อมเมื่อใดต้องเดินต่อเสมอ หากเมื่อใดที่ล้มแล้วไม่ยอมลุกขึ้นอีกครั้ง เมื่อนั้นทุกอย่างก็จบ ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงอะไรได้ในเวลาชั่วข้ามคืน คุณต้องรักษากำลังใจและเดินต่อเท่านั้น

ประเมินผล

          บางครั้ง การวางแผนของเราตั้งแต่แรกอาจมีข้อที่ไม่สมเหตุสมผลอยู่บ้าง เนื่องจากเรายังไม่ได้ลงมือทำอย่างจริงจัง ยังไม่รู้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ดังนั้น คุณควรมีกำหนดระยะเวลาให้ตัวเองได้กลับมาประเมินผลที่เกิดขึ้นเป็นระยะ เพื่อทบทวนว่าแผนที่วางเอาไว้มีอะไรที่ควรปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้นได้หรือไม่ มีการวัดความก้าวหน้าเพื่อจะได้รู้ว่าตัวเองกำลังมาถูกทางแล้ว อย่ามุ่งหน้าอย่างเดียวทั้งๆที่เหตุการณ์ต่างๆเริ่มส่อเค้าว่าสิ่งที่คุณทำอยู่อาจจะเป็นการเสียเวลาเปล่า

          ใคร ๆ ก็อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นทั้งนั้น แต่มีไม่กี่คนที่ทำได้สำเร็จ อาจเพราะหลายคนมีความเชื่อว่าการจะทำความฝันให้เป็นจริงนั้นเป็นเรื่องยากเกินความสามารถของตัวเอง เราไม่มีอำนาจในการควบคุมใดๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มนุษย์เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความสามารถในการพัฒนาตัวเองอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทุกอย่างย่อมกลายเป็นความจริงได้เพียงแค่คุณมีความตั้งใจ มีเป้าหมาย มีแผนการที่ชัดเจน และที่สำคัญ คุณต้องมีการลงมือทำเพียงเท่านั้นเอง

New jobs every day means new opportunities. Don’t miss out. Create a Job Alert

See also  [Update] การสะกดชื่อ ชื่อเล่น และนามสกุล เป็นภาษาอังกฤษ | ใบ เตย ภาษา อังกฤษ เขียน ยัง ไง - PINKAGETHAILAND

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เปิดใจเพื่อเรียนรู้สู่ความสำเร็จในการทำงาน

เมื่องานที่ทำอยู่ ไม่ใช่ตัวคุณ


อยากพัฒนาตัวเอง…เริ่มยังไง? | Chong Charis


หลายคน…อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น
แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง
หลายคนอยากรู้วิธีการพัฒนาตัวเองต่างๆนาๆ
แต่ในความเป็นจริงวิธีการมันไม่สำคัญเท่าวิธีคิด
และวันนี้ฌองจะมาแชร์วิธีคิดของฌอง
ว่าฌองเริ่มพัฒนาตัวเองอย่างไร และมีจุดเปลี่ยนอะไรบ้าง!!
พร้อมภาพประกอบที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหน 5555555555
► สามารถติดตามฌองได้ที่..
• 📷 INSTAGRAM ‣ https://www.instagram.com/chong.napat/?hl=th
• 🔵 FACEBOOK ‣ https://www.facebook.com/chongcharisofficial
• 🔴 YOUTUBE ‣ http://www.youtube.com/c/ChongCharis

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

อยากพัฒนาตัวเอง...เริ่มยังไง? | Chong Charis

เปลี่ยนแปลงตัวเองให้ขาวขึ้น


อดีตสู่ปัจจุบัน เปลี่ยนตัวเอง

เปลี่ยนแปลงตัวเองให้ขาวขึ้น

หนังสั้น คำดูถูกของแฟนเก่า


จงเปลี่ยนคำดูถูกให้กลายเป็นพลังในการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น
\” ผู้หญิงอย่าหยุดสวย \”
สนับสนุน ให้ผู้หญิงหุ่นดี โดย Kawaii
Line : @kawaiishop
Facebook : kawaii thailand หุ่นดี ขาวใส ง่ายนิดเดียว
ติดตาม หนังสั้น สอนใจ คลิปใหม่ๆ ของพวกเราได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/StatusDiaryTH/

อย่าลืมกด Subcribe และกดกระดิ่ง แจ้งคลิปใหม่ๆ มาทุกอาทิตย์

หนังสั้น แฟนเก่าดูถูก สอนใจ

หนังสั้น คำดูถูกของแฟนเก่า

♡ Howto I 5 ข้อที่ทำให้คุณเปลี่ยนตัวเองได้ทันที ใครๆก็ทำได้


ขอบคุณน้าาา
ของที่เชอรี่ใช่
1. ดีท็อกซ์ detoxfactory : https://www.instagram.com/detoxfac/?hl=en
2. คอลลาเจน ของ vida : เซเว่น วัตสัน บูท
3. วิตซี จริงๆของอะไรก็ได้: วัตสัน บูท

ติดตามเชอรี่ได้ช่องทางอื่นๆ
➫ Instagram: https://www.instagram.com/cherrychuuuuu/?hl=en
➫ Facebook: http://bit.ly/cherrychuFB

♡ Howto I 5 ข้อที่ทำให้คุณเปลี่ยนตัวเองได้ทันที ใครๆก็ทำได้

อยากสวย 7 เคล็ดลับเด็ด อยากสวยขึ้นต้องทำยังไงบ้าง มาดูกัน


อยากสวย ต้องทำไง? มุ๊เมี๊ยวจะมาแนะนำ 7 เคล็ดลับที่จะทำให้สาวๆสวยขึ้นอย่างแน่นอน! อ่านเต็มๆได้ที่ https://goo.gl/8Uqery อยากสวยต้องทําไง อยากสวยทําไง อยากสวยขึ้น อยากสวย pantip อยากสวยต้องทํายังไง อยากขาสวย อยากสวยทำไง อยากสวยขึ้นpantip อยากผิวสวย อยากหุ่นสวย อยากสวยขึ้นทําไงดี สุดหล่อจ๋าอยากสวยช่วยฉันที อยากสวยขึ้นขาวขึ้น อยากสวยต้องทำไง อยากสวยอยากขาว อยากตาสวย อยากสวยแบบธรรมชาติ อยากลายมือสวย อยากหน้าสวย อยากสวยขึ้นทำไงดี อยากยิ้มสวย อยากขาวสวยทําไง อยากขาวอยากสวย อยากสวยต้องทําไงบ้าง เพลงอยากสวย อยากสวยทําไงดี อยากผอมขาวสวย อยากผิวสวยทําไง อยากหุ่นสวยทําไง อยากสวยทำไงดี อยากสวย วิธีการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้สวยขึ้น สวยขึ้นด้วยวิธีง่ายๆ
~~~~~~~~~
Please watch: \”22 แฟชั่น ชุดเดรสสีครีม สวยๆ เกาหลีๆ สั้น ยาว หลายสไตล์\”
https://www.youtube.com/watch?v=sS3QfQdx6U
~~~~~~~~~

อยากสวย 7 เคล็ดลับเด็ด อยากสวยขึ้นต้องทำยังไงบ้าง มาดูกัน

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆBEAUTIFUL HAIR

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ การ เปลี่ยนแปลง ตัว เอง ให้ ขาว ขึ้น

Leave a Comment