[Update] เมื่อ ‘สีเขียว’ คือสีแห่งความตายและฆาตกรตัวร้ายในยุควิกตอเรียน | ห้อง สี เขียว – PINKAGETHAILAND

ห้อง สี เขียว: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน 1862 Dr. Thomas Orton ศัลยแพทย์ชื่อดังประจำเกาะอังกฤษ ถูกเชิญมารักษาอาการป่วยของ Ann Amelia Turner ลูกสาววัย 3 ขวบของตระกูลมั่งมีในกรุงลอนดอน แอนน์เพิ่งเสียพี่น้องอีก 3 คนไปด้วยอาการป่วยปริศนา พ่อและแม่กลัวเหลือเกินว่าแอนน์ตัวน้อยจะกลายเป็นเหยื่อรายต่อไป

พี่น้องของแอนน์ได้รับการวินิจฉัยโดยศัลยแพทย์ท้องถิ่นว่าเสียชีวิตด้วยโรคคอตีบ โรคยอดนิยมของเด็กในศตวรรษที่ 19 แต่การเสียชีวิตติดต่อกันของบุตรทั้งสามในเวลาเพียง 2 เดือนสร้างความสงสัยให้ครอบครัวเทอร์เนอร์เป็นอย่างมาก 

หลังเดินทางมาถึง บันทึกของหมอออร์ตันเล่าว่า แอนน์มีอาการอ่อนเพลียรุนแรงและไม่สามารถกลืนอาหารได้ เหล่านี้เป็นอาการพื้นฐานของโรคคอตีบตามที่เข้าใจ แต่ที่น่าสงสัยคือในละแวกเดียวกันกลับไม่พบเด็กคนไหนป่วยเป็นโรคคอตีบเลยแม้แต่รายเดียว ความจริงข้อนี้สร้างความข้องใจให้หมออย่างเขาเป็นอย่างมาก 

ออร์ตันดำเนินการรักษาตามอาการ ก่อนจดโน้ตถึงลักษณะที่พักของตระกูลเทอร์เนอร์ไว้แนบท้าย 

‘อาคารที่พักมีอากาศถ่ายเทดี ระบบระบายน้ำใช้ได้ตามปกติ ในห้องนอนประดับวอลล์เปเปอร์สีเขียวสดใส’ 

แอนน์เสียชีวิตในอีกไม่กี่วันให้หลัง หมอออร์ตันขอให้มีการชันสูตรศพและพบว่าสาเหตุของการเสียชีวิตเกิดจากสารหนู… 

หลังรายงานแพร่ออกไป Dr. Letheby นักเคมีประจำโรงพยาบาลลอนดอน ก็ได้ออกมาให้การสนับสนุนว่า แอนน์น่าจะเสียชีวิตเพราะวอลล์เปเปอร์สีเขียวในห้องนอน เนื่องจากสีเขียวอ่อนมักมีสารหนูเป็นส่วนประกอบจำนวนมาก 

“สีเขียวแบบนี้ไม่ว่าจะอยู่ในภาพวาด วอลล์เปเปอร์ หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้า ก็สามารถฆ่าคนตายได้ทั้งนั้น” ดอกเตอร์เลเทอบีย์กล่าว

ในยุควิกตอเรียน แฟชั่นสีเขียวอ่อนได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะสวยสะกดใจ สีเขียวสดใสที่รู้จักกันในชื่อ vivid green หรือ Scheele’s green ยังเป็นเครื่องหมายของความร่ำรวย ความหรูหรา และความทันสมัย เชื่อหรือไม่ว่าเบื้องหลังความงาม สีเขียว Scheele ยังสอนให้เรารู้ว่า การตามแฟชั่นมากเกินไปอาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต 

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้มีที่มาจากตรงไหน? ฆาตกรต่อเนื่องที่คร่าชีวิตผู้คนไปมากมายถือกำเนิดขึ้นราวปี 1778 เมื่อ Carl Scheele นักเคมีชาวสวีเดน เป็นคนแรกที่เริ่มผสมสาร copper arsenite ลงไปเพื่อช่วยให้สีเขียวสว่างขึ้นกว่าเฉดปกติ  

แม้ copper arsenite จะเป็นสารประกอบของสารหนูที่มีความเป็นพิษอยู่สูงมาก แต่หากมองด้วยตาสีเขียวแบบใหม่กลับไม่น่ามีพิษภัย ในยุคที่คนทั่วไปไม่มีความเข้าใจเรื่องส่วนประกอบทางเคมี ความนิยมสีเขียวนี้ได้รับความสนใจในยุโรปและข้ามฝั่งมาถึงอังกฤษอย่างรวดเร็ว สีเขียวที่สวยชัดได้รับการชื่นชมอย่างแพร่หลายและกลายเป็นสีที่ถูกใช้บ่อย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่พวกเขาเห็นว่ามีค่ามากที่สุด–ในบ้านของพวกเขาเอง

วิกตอเรียนเป็นยุคสมัยที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ หน้าที่ของชาย-หญิงถูกแบ่งอย่างชัดเจน การแต่งกาย ภาพถ่าย ไปจนถึงรสนิยมในการตกแต่งบ้าน ถูกนำมาวัดและตีค่าชนชั้นทางสังคม ความก้าวหน้าทางเศรฐกิจและเทคโนโลยีทำให้เกิดกลุ่มทุนใหม่และชนชั้นกลาง เหล่าผู้มีอันจะกินจัดซื้อของใช้และเครื่องตกแต่งแบบใหม่ล่าสุดเพื่อทำให้บ้านกลายเป็นตัวแทนของครอบครัวอบอุ่นและมั่งมี

คนในยุคนี้เชื่อว่าความสำเร็จในชีวิตถูกนำเสนอผ่านจำนวนของใช้และความสะดวกสบายภายในครัวเรือน กลายเป็นที่มาของประโยคเปรียบเปรยโด่งดังอย่าง safe as houses–ปลอดภัยเหมือนบ้าน (เป็นสำนวน แปลว่าปลอดภัยมากๆ), domestic heaven–สวรรค์ในบ้าน หรือการเปรียบเปรยภรรยาว่าเป็น angel of the house–นางฟ้าของบ้าน

แต่ใช่ว่ามีเงินอย่างเดียวจะใช้ได้ สังคมวิกตอเรียนให้ความสำคัญกับรสนิยมในทุกตารางนิ้ว ยุคนี้มีไกด์บุ๊กมากมายที่แนะนำว่าผู้มีอันจะกินควรตกแต่งบ้านของตัวเองแบบไหน John Ruskin นักวิจารณ์งานศิลปะและนักสังคมศาสตร์คนสำคัญ กล่าวถึงความสำคัญของการเลือกของตกแต่งที่ถูกต้องว่า “ผู้มีรสนิยมดีสะท้อนคุณค่าทางจิตใจ สิ่งที่เราชอบบ่งบอกว่าเราเป็นคนแบบไหน และการสอนรสนิยมให้ใครหมายถึงการสร้างตัวตนให้คนคนนั้น”

หนึ่งในสิ่งของที่สะท้อนรสนิยมและความร่ำรวยของเจ้าบ้านคือ วอลล์เปเปอร์ โดยเฉพาะวอลล์เปเปอร์ที่เลือกติดไว้ในห้องรับแขก (drawing room) ยิ่งมีลวดลายมากและมีสีสันสดใสเท่าไหร่ยิ่งหมายถึงราคาที่มากตามไปด้วย และมีแต่บ้านคนรวยเท่านั้นที่จะมีแสงสว่างจากไฟฟ้ามากพอที่จะนำเสนอลวดลายและสีสันที่สวยงามของวอลล์เปเปอร์ในแต่ละห้อง 

หนังสือแนะนำสีสำหรับวอลล์เปเปอร์และเสื้อผ้าในยุคนั้นเห็นตรงกันว่า สีเขียวเป็นสีที่เหมาะสมที่สุดเพราะสบายตา ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกสดชื่น มีความสุข และเป็นเครื่องหมายของการมีสุขภาพดี ตรงกันข้ามกับสีส้มหรือสีเหลืองโทนแดงที่เป็นตัวแทนของความหยาบกระด้างและชนชาติด้อยพัฒนาป่าเถื่อน 

ในบรรดาสีเขียวมากมาย สีเขียว Scheele เป็นโทนสีเขียวที่ได้รับความนิยมมาก เหตุผลเพราะความสดใสและคุณสมบัติของมันที่ไม่ซีดจางหรือลอกง่าย ในช่วงที่ Scheele’s green ได้รับความนิยมสูงสุด ผู้มีอันจะกินนิยมใช้สีนี้ผสมทุกอย่าง ตั้งแต่เสื้อผ้า พรม ของเล่นเด็ก และเทียนไข 

น่าสนใจว่าเมื่อสีเขียวถูกใช้แพร่หลาย เหตุการณ์การตายลึกลับของเด็กจำนวนมากก็เริ่มปรากฏ แต่ความเข้าใจในยุคนั้นยังคิดกันว่าเด็กๆ น่าจะเป็นโรคอื่นอย่างคอตีบ หรืออหิวาต์ ซึ่งเป็นโรคที่ระบาดมากในอังกฤษ

ช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 หน้าข่าวหนังสือพิมพ์เต็มไปด้วยปรากฏการณ์ลึกลับอย่าง ‘เด็กทารกอายุ 6 เดือนเสียชีวิตหลังกินเศษวอลล์เปเปอร์สีเขียว’ หรือ ‘คุณผู้หญิงเสียชีวิตในวันต่อมา ห้องนอนของเธอเป็นสีเขียวสดใส’ แต่ถึงจะไม่ได้กินเข้าไปและไม่ได้ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในห้องสีเขียว การเดินผ่านห้องหรือการสูดอากาศที่ปนเปื้อนสารหนูในปริมาณที่มากพอก็ทำให้ป่วยไข้ได้เหมือนกัน

ในปี 1856 คู่แต่งงานในเบอร์มิงแฮมไปพบหมอด้วยอาการแสบตา ปวดหัว และเจ็บคออย่างรุนแรง แม้แต่นกแก้ว สัตว์เลี้ยงของพวกเขา ก็มีอาการป่วยคล้ายกัน หมอแนะนำให้คู่แต่งงานเดินทางไปพักตากอากาศในสถานที่เปิดโล่ง พวกเขาตัดสินใจไปทะเล แล้วอาการที่ว่าก็หายไปเองอย่างน่าประหลาด พวกเขาเริ่มสงสัยว่ามีอะไรบางอย่างที่เป็นพิษอย่างมากอยู่ในบ้าน หมอเดินทางไปเยี่ยมบ้านของคู่แต่งงานและพบว่าพวกเขาใช้สีเขียว Scheele เป็นสีวอลล์เปเปอร์ในห้องถึง 2 ห้อง

ถึงตอนนี้พอมีกระแสมากๆ เข้า ข่าวลือว่าสีเขียวอาจเป็นภัยถึงชีวิตก็เริ่มฮิตเป็นกระแสและถูกนำมาเล่าในข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ นักวาดการ์ตูนชื่อดังอย่าง John Leech ก็เคยวาดภาพล้อเลียนเป็นโครงกระดูกชาย-หญิงสวมชุดราตรีสีเขียวสดใสในงานเต้นรำ เพื่อตอกย้ำความโง่เขลาของสังคมผู้ดีที่วางยาพิษตัวเองด้วยเสื้อผ้าและเครื่องประดับสีเขียวผสมสารหนู 

สมาคมแพทย์และนักวิทยาศาสตร์เริ่มตั้งคำถามถึงความไม่ปลอดภัยของสารประกอบในสีวอลล์เปเปอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาพบว่าวอลล์เปเปอร์ที่ต้องสงสัยหรือได้รับการพิสูจน์ว่ามีสารหนูเป็นส่วนประกอบถูกแบนห้ามจัดจำหนายในประเทศเยอรมนี แม้ว่าหมอและนักข่าวจะร่วมมือกันขอให้รัฐบาลอังกฤษทำอะไรสักอย่าง แต่ผู้ผลิตในระบบอุตสาหกรรมก็รวมตัวกันปฏิเสธ กระทั่งกล่าวว่าจะลองกินวอลล์เปเปอร์ให้ดูเพื่อพิสูจน์ว่ากระบวนการผลิตปลอดภัย

จนแล้วจนรอดกว่ารัฐสภาอังกฤษจะออกมายืนยันความจริงข้อนี้อย่างจริงจังก็ปาเข้าไปตั้งปี 1903 ถึงตอนนั้นสีเขียวก็ถูกพบจนเป็นปกติทั้งในแสตมป์ โปสต์การ์ด กระทั่งในอาหาร! (ใช้พ่นผักให้มีสีเขียวน่ารับประทาน) ส่วนเหตุที่รัฐบาลเพิ่งมาตัดสินใจเอาได้ตอนนี้เป็นเพราะควีนวิกตอเรียเองก็มีห้องสีเขียว Scheele เหมือนกัน

พระองค์ทรงเคยต้อนรับราชทูตและให้พระราชอาคันตุกะอาศัยอยู่ในห้องสีเขียว ก่อนที่ราชทูตจะป่วยหนักในเช้าวันต่อมา เขากล่าวโทษว่าห้องสีเขียวแบบนี้เป็นสาเหตุ ทำให้ควีนวิกตอเรียเริ่มสนใจและได้ค้นคว้าด้วยตัวเองจนพบว่ามีข่าวแบบนี้เกิดขึ้นมากมาย พระองค์ทรงพบว่ามีการแบนสีเขียวผสมสารหนูในหลายประเทศนอกเกาะอังกฤษ

See also  3 วิธีรักษารอยแตกลาย ก้นลาย ขาลาย ท้องลาย !! l นุชา HAPPY NUCHA | ขา ลาย แก้ ยัง ไง

น่าสนใจว่า Scheele’s green ไม่เคยถูกห้ามใช้จริงจังผ่านกฎหมาย แต่ผู้บริโภคก็เริ่มตาสว่างและหันมาทำความเข้าใจเรื่องอันตรายที่มากับสี การเลิกซื้อ เลิกใช้ และเลิกสนับสนุน ผลิตภัณฑ์ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับสารหนูกลายเป็นตัวจักรสำคัญที่ทำให้ผู้ผลิตต้องหันมาพิจารณาตัวเองเพื่อออกสินค้าใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ และที่สำคัญต้องไม่มีสารเคมีตัวร้ายเป็นส่วนประกอบ

 

 

อ้างอิง

Absolute History

graceelliot-author.blogspot.com

janeaustensworld.wordpress.com

telegraph.co.uk

[Update] เมื่อ ‘สีเขียว’ คือสีแห่งความตายและฆาตกรตัวร้ายในยุควิกตอเรียน | ห้อง สี เขียว – PINKAGETHAILAND

วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน 1862 Dr. Thomas Orton ศัลยแพทย์ชื่อดังประจำเกาะอังกฤษ ถูกเชิญมารักษาอาการป่วยของ Ann Amelia Turner ลูกสาววัย 3 ขวบของตระกูลมั่งมีในกรุงลอนดอน แอนน์เพิ่งเสียพี่น้องอีก 3 คนไปด้วยอาการป่วยปริศนา พ่อและแม่กลัวเหลือเกินว่าแอนน์ตัวน้อยจะกลายเป็นเหยื่อรายต่อไป

พี่น้องของแอนน์ได้รับการวินิจฉัยโดยศัลยแพทย์ท้องถิ่นว่าเสียชีวิตด้วยโรคคอตีบ โรคยอดนิยมของเด็กในศตวรรษที่ 19 แต่การเสียชีวิตติดต่อกันของบุตรทั้งสามในเวลาเพียง 2 เดือนสร้างความสงสัยให้ครอบครัวเทอร์เนอร์เป็นอย่างมาก 

หลังเดินทางมาถึง บันทึกของหมอออร์ตันเล่าว่า แอนน์มีอาการอ่อนเพลียรุนแรงและไม่สามารถกลืนอาหารได้ เหล่านี้เป็นอาการพื้นฐานของโรคคอตีบตามที่เข้าใจ แต่ที่น่าสงสัยคือในละแวกเดียวกันกลับไม่พบเด็กคนไหนป่วยเป็นโรคคอตีบเลยแม้แต่รายเดียว ความจริงข้อนี้สร้างความข้องใจให้หมออย่างเขาเป็นอย่างมาก 

ออร์ตันดำเนินการรักษาตามอาการ ก่อนจดโน้ตถึงลักษณะที่พักของตระกูลเทอร์เนอร์ไว้แนบท้าย 

‘อาคารที่พักมีอากาศถ่ายเทดี ระบบระบายน้ำใช้ได้ตามปกติ ในห้องนอนประดับวอลล์เปเปอร์สีเขียวสดใส’ 

แอนน์เสียชีวิตในอีกไม่กี่วันให้หลัง หมอออร์ตันขอให้มีการชันสูตรศพและพบว่าสาเหตุของการเสียชีวิตเกิดจากสารหนู… 

หลังรายงานแพร่ออกไป Dr. Letheby นักเคมีประจำโรงพยาบาลลอนดอน ก็ได้ออกมาให้การสนับสนุนว่า แอนน์น่าจะเสียชีวิตเพราะวอลล์เปเปอร์สีเขียวในห้องนอน เนื่องจากสีเขียวอ่อนมักมีสารหนูเป็นส่วนประกอบจำนวนมาก 

“สีเขียวแบบนี้ไม่ว่าจะอยู่ในภาพวาด วอลล์เปเปอร์ หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้า ก็สามารถฆ่าคนตายได้ทั้งนั้น” ดอกเตอร์เลเทอบีย์กล่าว

ในยุควิกตอเรียน แฟชั่นสีเขียวอ่อนได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะสวยสะกดใจ สีเขียวสดใสที่รู้จักกันในชื่อ vivid green หรือ Scheele’s green ยังเป็นเครื่องหมายของความร่ำรวย ความหรูหรา และความทันสมัย เชื่อหรือไม่ว่าเบื้องหลังความงาม สีเขียว Scheele ยังสอนให้เรารู้ว่า การตามแฟชั่นมากเกินไปอาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต 

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้มีที่มาจากตรงไหน? ฆาตกรต่อเนื่องที่คร่าชีวิตผู้คนไปมากมายถือกำเนิดขึ้นราวปี 1778 เมื่อ Carl Scheele นักเคมีชาวสวีเดน เป็นคนแรกที่เริ่มผสมสาร copper arsenite ลงไปเพื่อช่วยให้สีเขียวสว่างขึ้นกว่าเฉดปกติ  

แม้ copper arsenite จะเป็นสารประกอบของสารหนูที่มีความเป็นพิษอยู่สูงมาก แต่หากมองด้วยตาสีเขียวแบบใหม่กลับไม่น่ามีพิษภัย ในยุคที่คนทั่วไปไม่มีความเข้าใจเรื่องส่วนประกอบทางเคมี ความนิยมสีเขียวนี้ได้รับความสนใจในยุโรปและข้ามฝั่งมาถึงอังกฤษอย่างรวดเร็ว สีเขียวที่สวยชัดได้รับการชื่นชมอย่างแพร่หลายและกลายเป็นสีที่ถูกใช้บ่อย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่พวกเขาเห็นว่ามีค่ามากที่สุด–ในบ้านของพวกเขาเอง

วิกตอเรียนเป็นยุคสมัยที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ หน้าที่ของชาย-หญิงถูกแบ่งอย่างชัดเจน การแต่งกาย ภาพถ่าย ไปจนถึงรสนิยมในการตกแต่งบ้าน ถูกนำมาวัดและตีค่าชนชั้นทางสังคม ความก้าวหน้าทางเศรฐกิจและเทคโนโลยีทำให้เกิดกลุ่มทุนใหม่และชนชั้นกลาง เหล่าผู้มีอันจะกินจัดซื้อของใช้และเครื่องตกแต่งแบบใหม่ล่าสุดเพื่อทำให้บ้านกลายเป็นตัวแทนของครอบครัวอบอุ่นและมั่งมี

คนในยุคนี้เชื่อว่าความสำเร็จในชีวิตถูกนำเสนอผ่านจำนวนของใช้และความสะดวกสบายภายในครัวเรือน กลายเป็นที่มาของประโยคเปรียบเปรยโด่งดังอย่าง safe as houses–ปลอดภัยเหมือนบ้าน (เป็นสำนวน แปลว่าปลอดภัยมากๆ), domestic heaven–สวรรค์ในบ้าน หรือการเปรียบเปรยภรรยาว่าเป็น angel of the house–นางฟ้าของบ้าน

แต่ใช่ว่ามีเงินอย่างเดียวจะใช้ได้ สังคมวิกตอเรียนให้ความสำคัญกับรสนิยมในทุกตารางนิ้ว ยุคนี้มีไกด์บุ๊กมากมายที่แนะนำว่าผู้มีอันจะกินควรตกแต่งบ้านของตัวเองแบบไหน John Ruskin นักวิจารณ์งานศิลปะและนักสังคมศาสตร์คนสำคัญ กล่าวถึงความสำคัญของการเลือกของตกแต่งที่ถูกต้องว่า “ผู้มีรสนิยมดีสะท้อนคุณค่าทางจิตใจ สิ่งที่เราชอบบ่งบอกว่าเราเป็นคนแบบไหน และการสอนรสนิยมให้ใครหมายถึงการสร้างตัวตนให้คนคนนั้น”

หนึ่งในสิ่งของที่สะท้อนรสนิยมและความร่ำรวยของเจ้าบ้านคือ วอลล์เปเปอร์ โดยเฉพาะวอลล์เปเปอร์ที่เลือกติดไว้ในห้องรับแขก (drawing room) ยิ่งมีลวดลายมากและมีสีสันสดใสเท่าไหร่ยิ่งหมายถึงราคาที่มากตามไปด้วย และมีแต่บ้านคนรวยเท่านั้นที่จะมีแสงสว่างจากไฟฟ้ามากพอที่จะนำเสนอลวดลายและสีสันที่สวยงามของวอลล์เปเปอร์ในแต่ละห้อง 

หนังสือแนะนำสีสำหรับวอลล์เปเปอร์และเสื้อผ้าในยุคนั้นเห็นตรงกันว่า สีเขียวเป็นสีที่เหมาะสมที่สุดเพราะสบายตา ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกสดชื่น มีความสุข และเป็นเครื่องหมายของการมีสุขภาพดี ตรงกันข้ามกับสีส้มหรือสีเหลืองโทนแดงที่เป็นตัวแทนของความหยาบกระด้างและชนชาติด้อยพัฒนาป่าเถื่อน 

ในบรรดาสีเขียวมากมาย สีเขียว Scheele เป็นโทนสีเขียวที่ได้รับความนิยมมาก เหตุผลเพราะความสดใสและคุณสมบัติของมันที่ไม่ซีดจางหรือลอกง่าย ในช่วงที่ Scheele’s green ได้รับความนิยมสูงสุด ผู้มีอันจะกินนิยมใช้สีนี้ผสมทุกอย่าง ตั้งแต่เสื้อผ้า พรม ของเล่นเด็ก และเทียนไข 

See also  [Update] รวมสไตล์ทรงผมสั้น-ประบ่า-ยาวแสกกลาง ผมสวยกระจ่างแถมยังหน้าเรียว! | ผมสั้นแสกกลาง - PINKAGETHAILAND

น่าสนใจว่าเมื่อสีเขียวถูกใช้แพร่หลาย เหตุการณ์การตายลึกลับของเด็กจำนวนมากก็เริ่มปรากฏ แต่ความเข้าใจในยุคนั้นยังคิดกันว่าเด็กๆ น่าจะเป็นโรคอื่นอย่างคอตีบ หรืออหิวาต์ ซึ่งเป็นโรคที่ระบาดมากในอังกฤษ

ช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 หน้าข่าวหนังสือพิมพ์เต็มไปด้วยปรากฏการณ์ลึกลับอย่าง ‘เด็กทารกอายุ 6 เดือนเสียชีวิตหลังกินเศษวอลล์เปเปอร์สีเขียว’ หรือ ‘คุณผู้หญิงเสียชีวิตในวันต่อมา ห้องนอนของเธอเป็นสีเขียวสดใส’ แต่ถึงจะไม่ได้กินเข้าไปและไม่ได้ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในห้องสีเขียว การเดินผ่านห้องหรือการสูดอากาศที่ปนเปื้อนสารหนูในปริมาณที่มากพอก็ทำให้ป่วยไข้ได้เหมือนกัน

ในปี 1856 คู่แต่งงานในเบอร์มิงแฮมไปพบหมอด้วยอาการแสบตา ปวดหัว และเจ็บคออย่างรุนแรง แม้แต่นกแก้ว สัตว์เลี้ยงของพวกเขา ก็มีอาการป่วยคล้ายกัน หมอแนะนำให้คู่แต่งงานเดินทางไปพักตากอากาศในสถานที่เปิดโล่ง พวกเขาตัดสินใจไปทะเล แล้วอาการที่ว่าก็หายไปเองอย่างน่าประหลาด พวกเขาเริ่มสงสัยว่ามีอะไรบางอย่างที่เป็นพิษอย่างมากอยู่ในบ้าน หมอเดินทางไปเยี่ยมบ้านของคู่แต่งงานและพบว่าพวกเขาใช้สีเขียว Scheele เป็นสีวอลล์เปเปอร์ในห้องถึง 2 ห้อง

ถึงตอนนี้พอมีกระแสมากๆ เข้า ข่าวลือว่าสีเขียวอาจเป็นภัยถึงชีวิตก็เริ่มฮิตเป็นกระแสและถูกนำมาเล่าในข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ นักวาดการ์ตูนชื่อดังอย่าง John Leech ก็เคยวาดภาพล้อเลียนเป็นโครงกระดูกชาย-หญิงสวมชุดราตรีสีเขียวสดใสในงานเต้นรำ เพื่อตอกย้ำความโง่เขลาของสังคมผู้ดีที่วางยาพิษตัวเองด้วยเสื้อผ้าและเครื่องประดับสีเขียวผสมสารหนู 

สมาคมแพทย์และนักวิทยาศาสตร์เริ่มตั้งคำถามถึงความไม่ปลอดภัยของสารประกอบในสีวอลล์เปเปอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาพบว่าวอลล์เปเปอร์ที่ต้องสงสัยหรือได้รับการพิสูจน์ว่ามีสารหนูเป็นส่วนประกอบถูกแบนห้ามจัดจำหนายในประเทศเยอรมนี แม้ว่าหมอและนักข่าวจะร่วมมือกันขอให้รัฐบาลอังกฤษทำอะไรสักอย่าง แต่ผู้ผลิตในระบบอุตสาหกรรมก็รวมตัวกันปฏิเสธ กระทั่งกล่าวว่าจะลองกินวอลล์เปเปอร์ให้ดูเพื่อพิสูจน์ว่ากระบวนการผลิตปลอดภัย

จนแล้วจนรอดกว่ารัฐสภาอังกฤษจะออกมายืนยันความจริงข้อนี้อย่างจริงจังก็ปาเข้าไปตั้งปี 1903 ถึงตอนนั้นสีเขียวก็ถูกพบจนเป็นปกติทั้งในแสตมป์ โปสต์การ์ด กระทั่งในอาหาร! (ใช้พ่นผักให้มีสีเขียวน่ารับประทาน) ส่วนเหตุที่รัฐบาลเพิ่งมาตัดสินใจเอาได้ตอนนี้เป็นเพราะควีนวิกตอเรียเองก็มีห้องสีเขียว Scheele เหมือนกัน

พระองค์ทรงเคยต้อนรับราชทูตและให้พระราชอาคันตุกะอาศัยอยู่ในห้องสีเขียว ก่อนที่ราชทูตจะป่วยหนักในเช้าวันต่อมา เขากล่าวโทษว่าห้องสีเขียวแบบนี้เป็นสาเหตุ ทำให้ควีนวิกตอเรียเริ่มสนใจและได้ค้นคว้าด้วยตัวเองจนพบว่ามีข่าวแบบนี้เกิดขึ้นมากมาย พระองค์ทรงพบว่ามีการแบนสีเขียวผสมสารหนูในหลายประเทศนอกเกาะอังกฤษ

น่าสนใจว่า Scheele’s green ไม่เคยถูกห้ามใช้จริงจังผ่านกฎหมาย แต่ผู้บริโภคก็เริ่มตาสว่างและหันมาทำความเข้าใจเรื่องอันตรายที่มากับสี การเลิกซื้อ เลิกใช้ และเลิกสนับสนุน ผลิตภัณฑ์ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับสารหนูกลายเป็นตัวจักรสำคัญที่ทำให้ผู้ผลิตต้องหันมาพิจารณาตัวเองเพื่อออกสินค้าใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ และที่สำคัญต้องไม่มีสารเคมีตัวร้ายเป็นส่วนประกอบ

 

 

อ้างอิง

Absolute History

graceelliot-author.blogspot.com

janeaustensworld.wordpress.com

telegraph.co.uk


ทาสีห้องนอน สีเขียว ทาสีบ้าน กลิ้งสีห้องนอน


งานทาสี 19/5/2020

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

ทาสีห้องนอน สีเขียว ทาสีบ้าน กลิ้งสีห้องนอน

อำลาอาลัยรัก ด.เดี่ยว พรรคเขียว คืนสู่สวรรค์ (ทีมงาน⚜️Boy scoust of thailand⚜️)


อำลาอาลัยรัก ด.เดี่ยว พรรคเขียว คืนสู่สวรรค์ (ทีมงาน⚜️Boy scoust of thailand⚜️)

มาดูกันว่าสีเขียวถังละ3.785ลิตร|ทาห้องนอน1ห้องจะพอไหมไปดูกันเลยครับ‼️🙀


ทรูวอลเลท 0983605679 สนับสนุนช่องเราให้ค่าขนมค่าน้ำมันไปถ่ายคลิปให้พี่น้องชม’ขอบคุณครับ
คลิปนี่ทำขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้นค่าบบ.😀
คลิปนี่ไม่ได้มีจะละเมิดลิขสิทธิ์ แม้แต่อย่างได๋
งด ดราม่าเด้อครับ โลกสวยไปไกลๆ…’Teen?
ฝาก กด ติดตาม กดไลน์ กดแชร์ ด้วยนะครับ\”
ให้ผมมีกำลังใจทำคลิปต่อๆไปครับ\”🙏
เฟสบุ๊คส่วนตัวผม
https://www.facebook.com/mo.dei.77
Facebook Nattaphon Bunhan.👈

ฝาก กด ติด ตามช่องYouTube ด้วยนะครับ
ยินดีรับคำปรึกษา หรือเเนะนำสิ่งดีๆผมได้ครับ?ทาสีตัวตนเองก็ทำได้ เสี่ยนนท์บอกให้ออกเต็ม

มาดูกันว่าสีเขียวถังละ3.785ลิตร|ทาห้องนอน1ห้องจะพอไหมไปดูกันเลยครับ‼️🙀

วิธีแก้สีจากเขียวเป็นน้ำตาลเทา กับ อ.กานท์ กันคะ


• ชลบุรี บิวตี้ •
ศูนย์รวมจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมความงาม และอุปกรณ์เสริมสวยทุกชนิด
จำหน่ายปลีก ส่ง ราคากันเอง
ศูนย์รวมจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมความงาม
และอุปกรณ์เสริมสวยทุกชนิด
บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด
สนใจเรียน สี ดัด ยืด บำรุง วิธีการป้องกันก่อนทำเคมี และเคมีทุกชนิด
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม หรือลงทะเบียนเรียนได้ที่ 0631624355
https://www.facebook.com/BeautyOnline9999/ (บิวตี้ online)
https://www.facebook.com/chonburibeau… (ชลบุรีบิวตี้)
Fanpage : https://www.facebook.com/ShopChonburi… (เพจชลบุรีบิวตี้)
Fanpage : https://www.facebook.com/Gosencolor/ (เพจโกเซ็น)
ชลบุรีบิวตี้ Gosen ทำสีผม

วิธีแก้สีจากเขียวเป็นน้ำตาลเทา กับ อ.กานท์ กันคะ

เลือกสีห้อง อย่างไร | Painting color room |ภัษ 29design estate


หากมีคำถามหรือข้อสงสัยตรงไหน ที่จะให้ภัษช่วยอธิบายเพิ่มเติม ยินดีให้คำแนะนำนะคะ
Line : @29design
Facebook fan page : https://bit.ly/3bkcVWY
Youtube channel : https://bit.ly/2zf1q59
Website : https://bit.ly/2XOy0VO
Tel : 0615454116 , 0612453965 , 0843519993

See also  วิธีรักษาขนคุด #สาเหตุที่เป็นขนคุด #วิธีป้องกันขนคุด สอนแว๊กซ์ขนแบบไม่เจ็บGolden wax | วิธี รักษา ขน คุด

home,house,condo,knowledge,บ้านและสวน,คนรักบ้าน,บ้านน่าอยู่,บ้าน,โฮม,เฮ้าส์,คอนโด,ทาวน์เฮ้าส์,ทาวน์โฮม,ห้อง,บ้านสวย,ห้องสวย,สไตล์แต่งบ้าน,ดีไซน์บ้าน,สไตล์บ้าน,แต่ง,ตกแต่ง,จัดแต่ง,แต่งบ้าน,จัดบ้าน,แต่งห้อง,จัดห้อง,แต่งบ้านสวย,แต่งห้องสวย,จัดบ้านสวย,จัดห้องสวย,วอลเปเปอร์,เฟอร์นิเจอร์,บิวท์อิน,ฉากกั้นห้อง,ของแต่งบ้าน,ของใช้ในบ้าน,ชั้นวางของ,รีโนเวทบ้าน,ไอเดียแต่งบ้าน,รวมเรื่องแต่งบ้าน,ไอเดียแต่งบ้านเก๋ๆ,แต่งบ้านแบบง่ายๆ,รวมไอเดียแต่งบ้าน,แต่งบ้านงบน้อย,แต่งบ้านราคาประหยัด,ภัษ 29 ดีไซน์ เอสเตท,Pat 29 Design Estate
การเลือกสีทาบ้าน ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการตกแต่งบ้าน เพราะแต่ละสีให้ความรู้สึกและสไตล์ที่แตกต่างกัน ยิ่งไปกว่านั้นถ้าหากเลือกสีให้เหมาะสม ก็จะช่วยเพิ่มความสุขให้กับการใช้ชีวิตในบ้านได้ ว่าแต่สงสัยไหมคะว่าเราควรทาห้องไหนสีอะไรดี เลือกสีทาภายยังไงให้เด่น มาทางนี้เลยค่ะ วันนี้มีวิธีเลือกสีทาห้องให้เหมาะสมกับแต่ละห้องตามหลักวิทยาศาสตร์มาฝากใครกำลังมองหาไอเดียแต่งบ้านอยู่ ต้องห้ามพลาดเด็ดขาดเลย
1. ห้องรับแขก : สีชมพูอ่อน
มีหลักฐานมากมายที่ช่วยพิสูจน์ว่า สีชมพูอ่อนเป็นสีที่ให้ความจรรโลงใจและความเงียบสงบ สีชมพูอ่อนจึงเหมาะกับห้องที่ค่อนข้างวุ่นวายหรือมีคนอยู่รวมกันเยอะ ๆ เช่น ห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขก เพราะจะช่วยให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น แต่ถ้าหากใครอยากให้รู้สึกสดใสหรืออยากให้บรรยากาศดูสนุกสนานขึ้นมาหน่อย จะจับคู่กับสีมินต์หรือสีเหลืองพาสเทล ก็เข้าท่าไม่น้อยเลยล่ะ
2. ห้องนอนเด็ก : สีเขียวพาสเทล
สีเขียวเป็นสีแห่งความสงบ สดชื่น และเป็นธรรมชาติ จึงสามารถใช้ทาบ้านได้แทบทุกเฉด ไม่ว่าจะสีเขียวอ่อนหรือสีเขียวเข้มก็เอาอยู่ ยิ่งไปกว่านั้นยังใช้ทาห้องได้แทบทุกห้อง โดยเฉพาะในห้องนอนเด็กเพราะจะช่วยสร้างบรรยากาศให้เหมือนกับฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเฉดสีที่เหมาะสมกับห้องนอนเด็กมากที่สุด ควรเป็นแนวสดใส เช่น สีเขียวอ่อนหรือสีเขียวพาสเทล เป็นต้น
3. ห้องครัว : สีเหลืองอบอุ่น
วิคเตอร์ ทีรอนโดลา (Victor Tirondola) เจ้าของ Manor Works Painting บริษัทรับทาสีชั้นนำของอเมริกา ให้คำแนะนำว่า สีเหลืองอบอุ่นคล้ายสีเนย เป็นโทนสีที่เหมาะกับห้องครัวมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับห้องครัวที่มีห้องกินข้าวในตัว เนื่องจากเฉดสีนี้สามารถกระตุ้นความอยากอาหารและกระตุ้นพลังงานไปได้พร้อม ๆ กัน แล้วถ้าหากใครเป็นคนตื่นสายหรือไม่ชอบตื่นเช้าละก็ บอกเลยว่าการได้ทำอาหารหรือนั่งกินข้าวในห้องครัวสีเหลือง จะช่วยเพิ่มความกะตือรือร้นและแรงบันดาลใจต้อนรับเช้าวันใหม่ได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ
4. ห้องนอน : สีน้ำเงินเข้ม
ในขณะที่สีฟ้าให้ความรู้สึกสนุกสนานและตื่นตัว สีน้ำเงินกลับให้ความรู้สึกสงบและดื่มด่ำ ดังนั้น จอห์น โมเชลล์ (John Mochelle) สถาปนิกจากนิวยอร์กจึงแนะนำว่า สีน้ำเงิน โดยเฉพาะสีน้ำเงินเข้ม เป็นโทนสีที่เหมาะจะนำมาตกแต่งห้องนอนมากที่สุด แต่อย่างไรก็อย่าลืมผสมผสานสีน้ำเงินเข้ากับสีฟ้าด้วย เพื่อช่วยให้ไม่มืดทึบมากเกินไป อีกทั้งยังช่วยให้ดูลงตัวและกลมกลืนมากขึ้นนั่นเอง
5. ห้องออกกำลังกาย : สีแดงเข้ม
ทาร่า โพโลนี่ (Tara Polony) อินทีเรียดีไซน์ชาวเท็กซัส ให้คำแนะนำว่า หากต้องการเพิ่มพลังงานและแพชชั่นให้กับตัวเอง การใช้สีแดงทาห้องคือคำตอบที่ดีที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นผลการวิจัยจาก The Journal of Athletic Enhancement ยังระบุว่า สีแดงช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางกายได้อีกต่างหาก ฉะนั้นใครกำลังมองหาสีทาฟิตเนสหรือห้องออกกำลังกายอยู่ ลองหยิบสีแดงมาใช้กันดูนะ
6. ห้องศิลปะ : สีม่วงอ่อน
ห้องศิลปะเป็นห้องที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์ ฉะนั้น ดี ชลอตเตอร์ (Dee Schlotter) ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสีจาก PPG Paints จึงแนะนำว่า ให้ลองคิดนอกกรอบและใช้สีทาบ้านที่แปลกใหม่ดูบ้าง ซึ่งสีม่วงอ่อน เช่น สีม่วงลาเวนเดอร์หรือสีม่วงไลแลค ก็เป็นคำตอบที่ดี เพราะในขณะที่สีม่วงเข้มให้ความรู้สึกเศร้าหมอง ขมุกขมัว และสิ้นหวัง สีม่วงอ่อนกลับให้ความรู้สึกลึกลับ น่าค้นหา และช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ จึงสรุปได้ว่าสีม่วงอ่อนเป็นโทนสีที่เหมาะจะใช้ทาห้องทำงานศิลปะ เพื่อช่วยจุดประกายความคิดและจินตนาการนั่นเอง นอกจากนี้หากจับคู่เข้ากับสีโทนกลาง เช่น สีเทาหรือสีเบอร์รี่ ก็น่าจะช่วยให้ดูแจ่มว้าวได้ไม่เบาเลยทีเดียว
7. ห้องกินข้าว : สีขาวครีมหรือสีวอร์มไวท์
แน่นอนว่าสีขาวสามารถใช้ได้กับทุกห้อง เพราะเป็นสีพื้นฐานที่มีความเรียบง่ายในตัว ทว่าสำหรับห้องกินข้าว
แล้ว ขอแนะนำให้เลือกเฉดสีที่พิเศษขึ้นมาหน่อย ได้แก่ สีขาวครีมหรือสีขาววอร์มไวท์ เนื่องจากสีโทนนี้จะช่วยให้ความรู้สึกอบอุ่น ต้อนรับ และเป็นมิตร ส่งผลให้เรามีความสุขกับการรับประทานอาหารมากขึ้นนั่นเอง
8. โถงทางเดินเข้าบ้าน : สีเทาหรือสีเงิน
เพราะโถงทางเดินเข้าบ้านเป็นบริเวณที่ผู้คนพลุกพล่านและวุ่นวายมากที่สุด ดังนั้นจึงเหมาะกับสีเทาหรือสีเงิน เพราะเป็นโทนสีที่ให้ความสงบเรียบง่าย ช่วยทำให้บรรยากาศผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น ซึ่ง จอห์น โมเชลล์ (John Mochelle) สถาปนิกจากนิวยอร์ก ก็ได้แนะนำเพิ่มเติมว่า สีขาวเงินดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย เพราะช่วยเพิ่มความสดชื่นและมีชีวิตชีวาได้มากกว่าสีเทาที่มีความเรียบแข็งและอึมครึมสูง
9. โฮมออฟฟิศ : สีส้มสดใส
เนื่องจากสีส้มเป็นสีที่ช่วยเติมพลัง ทำให้สดใส ร่าเริง จึงเสริมให้ห้องอบอุ่นและน่าอยู่ขึ้นได้ ฉะนั้น จอห์น โมเชลล์ (John Mochelle) สถาปนิกจากนิวยอร์ก จึงแนะนำว่า ควรตกแต่งห้องที่ใช้พักผ่อนอย่างสนุกสนาน เช่น โฮฒออฟฟิศหรือห้องนั่งเล่นด้วยโทนสีส้ม นอกจากนี้ยังสามารถนำไปตกแต่งห้องทำงานหรือโฮมออฟฟิศได้อีกต่างหาก เนื่องจากสีส้มเป็นสีที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจได้ดี

เลือกสีห้อง อย่างไร | Painting color room |ภัษ 29design estate

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆMAKEUP

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ ห้อง สี เขียว

Leave a Comment